ร้านอาหารตามสั่งในตลาด จำเป็นต้องขอใบอนุญาตไหม?
เปิดร้านอาหารตามสั่งในตลาดต้องขอใบอนุญาตไหม
“เปิดร้านอาหารตามสั่งในตลาด ต้องขอใบอนุญาตไหม?” เป็นคำถามยอดฮิตสำหรับผู้เริ่มต้นธุรกิจอาหาร ไม่ว่าจะเป็นร้านเล็ก ๆ ในตลาดสด ตลาดนัด หรือร้านข้างทาง แม้จะดูเรียบง่าย แต่ในทางกฎหมายแล้ว การขายอาหารเพื่อบริโภคในสถานที่หรือจำหน่ายแก่ลูกค้า ก็เข้าข่ายกิจการที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายสุขาภิบาล
ร้านเล็กแค่ไหน ก็อยู่ภายใต้กฎหมายตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และข้อบัญญัติของท้องถิ่น (เช่น กรุงเทพมหานคร หรือองค์การบริหารส่วนตำบลต่าง ๆ) ระบุว่า “สถานที่จำหน่ายอาหาร” และ “สถานที่สะสมอาหาร” เป็นกิจการที่ต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นก่อนเริ่มดำเนินกิจการ
แม้ร้านจะอยู่ในตลาดที่มีการจัดสรรพื้นที่อยู่แล้ว เช่น ตลาดสด ตลาดนัด หรือฟู้ดคอร์ท หากเจ้าของร้านเป็นผู้ประกอบการโดยตรง (ไม่ใช่พนักงานร้านใหญ่) ก็ยังมีหน้าที่ต้องดำเนินการขอใบอนุญาตของตนเอง หรือร่วมกับเจ้าของตลาดแล้วแต่กรณี
1. กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
การเปิดร้านอาหารในประเทศไทย ต้องปฏิบัติตามกฎหมายสำคัญ 2 ฉบับ ได้แก่:
- พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ควบคุมเรื่องสุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร
- ประมวลรัษฎากร ควบคุมเรื่องการเสียภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม
2. ร้านอาหารในตลาด = สถานที่จำหน่ายอาหาร
ตาม พ.ร.บ. สาธารณสุข พ.ศ. 2535
ร้านอาหาร ไม่ว่าจะอยู่ในอาคารพาณิชย์ บ้าน หรือ “ในตลาด”
หากมีลักษณะ ปรุง/ประกอบอาหารเพื่อจำหน่ายให้ลูกค้ารับประทานทันที
จะถูกจัดเป็น “สถานที่จำหน่ายอาหาร” ซึ่งต้องขออนุญาตกับหน่วยงานท้องถิ่น ได้แก่:
- สำนักงานเขต (ในกรุงเทพฯ)
- เทศบาล/อบต. (ต่างจังหวัด)
3. ใบอนุญาตที่ต้องขอมีอะไรบ้าง?
📌 3.1. ใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหาร
เป็นใบอนุญาตหลักที่ร้านอาหารต้องมี
ยืนยันว่าร้านคุณมีความพร้อมในด้านสุขลักษณะ อุปกรณ์ พื้นที่ และระบบระบายอากาศที่เหมาะสม
📌 3.2. หนังสือยินยอมใช้พื้นที่ (ถ้าเช่าที่ในตลาด)
ถ้าคุณไม่ได้เป็นเจ้าของพื้นที่ในตลาดเอง จะต้องขอเอกสารแสดงความยินยอมจากเจ้าของพื้นที่แนบในการขอใบอนุญาต
📌 3.3. ทะเบียนพาณิชย์ (ไม่บังคับทุกกรณี แต่ควรมี)
สำหรับร้านที่ต้องการมีสถานะเป็นผู้ประกอบการที่ชัดเจน สามารถจดทะเบียนพาณิชย์เพิ่มเติมได้
4. ข้อกำหนดด้านสุขอนามัยที่ต้องมี
ในการตรวจสถานที่เพื่อออกใบอนุญาต เจ้าหน้าที่จะพิจารณาหลักเกณฑ์ เช่น:
- พื้นที่ปรุงอาหารแยกจากพื้นที่สกปรก
- มีอ่างล้างมือพร้อมสบู่
- พื้น–ผนังสามารถทำความสะอาดง่าย
- มีถังขยะที่ปิดมิดชิด
- ไม่มีสัตว์เลี้ยงในบริเวณประกอบอาหาร
- อุปกรณ์ทำครัวสะอาด
- จัดเก็บวัตถุดิบให้พ้นจากการปนเปื้อน
- มีการเก็บรักษาอาหารค้างคืนอย่างถูกสุขลักษณะ
หากร้านไม่ผ่านเกณฑ์ อาจไม่ได้รับอนุญาตหรือถูกสั่งให้แก้ไขก่อนเปิดขาย
5. แล้วเรื่องภาษีล่ะ? ต้องเสียหรือไม่?
✅ ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
เจ้าของร้านอาหารถือเป็นผู้มีรายได้จากการประกอบกิจการ ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.94 (กรณีครึ่งปี)
✅ ต้องจด VAT ไหม?
- ถ้ารายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี → ไม่ต้องจด VAT
- ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี → ต้องจด VAT และยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน
📌 หลายร้านอาหารตามสั่งในตลาด แม้จะดูเล็ก แต่ถ้าขายได้วันละ 5,000 บาท ขึ้นไปทุกวัน
รวมรายได้ทั้งปีอาจเกิน 1.8 ล้านบาทโดยไม่รู้ตัว
6. ถ้าไม่ขอใบอนุญาตจะเกิดอะไรขึ้น?
หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าร้านของคุณเปิดโดยไม่มีใบอนุญาต:
- อาจถูก สั่งหยุดประกอบกิจการทันที
- ถูก สั่งปรับทางปกครอง สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
- หากฝ่าฝืนไม่ดำเนินการแก้ไข อาจถูกฟ้องศาลและสั่งปิดถาวร
บางกรณี หากมีลูกค้าร้องเรียนเรื่องอาหารไม่สะอาด หรือเกิดอุบัติเหตุจากอาหารเน่าเสีย
เจ้าของร้านอาจมีความรับผิดทางแพ่ง–อาญาได้ด้วย
7. ขั้นตอนการขอใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหาร
- ติดต่อสำนักงานเขต/เทศบาลที่ร้านตั้งอยู่
- กรอกแบบคำขอ พร้อมแนบเอกสาร:
- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- แผนผังร้านโดยย่อ
- รูปถ่ายสถานที่จริง
- หนังสือยินยอม (ถ้าเช่าพื้นที่)
- รอเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ
- หากผ่านเกณฑ์ จะได้รับใบอนุญาตพร้อมเสียค่าธรรมเนียม (ไม่แพง – หลักร้อยบาทต่อปี)
🕒 ระยะเวลาตั้งแต่ยื่นจนได้รับอนุญาต: ปกติ 7–15 วันทำการ
8. เคล็ดลับสำหรับร้านอาหารในตลาดที่อยากเปิดแบบถูกกฎหมาย
- วางผังร้านให้สะอาด ง่ายต่อการตรวจสอบ
- ใช้เตา–โต๊ะ–อุปกรณ์แบบ Food Grade
- หมั่นล้างทำความสะอาดบริเวณร้านทุกวัน
- ติดป้ายชื่อร้านและเมนูให้ชัดเจน
- ขอคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่เขต หรือปรึกษานักบัญชีเกี่ยวกับภาษี
- ถ้ามีลูกจ้าง ควรมีระบบจ่ายเงินเดือน–หักประกันสังคมถูกต้อง
แม้ร้านอาหารตามสั่งในตลาดจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก แต่หากเปิดอย่างต่อเนื่อง มีลูกค้าเข้าออกทุกวัน และประกอบอาหารให้บริโภคในที่
ถือเป็นสถานที่จำหน่ายอาหาร ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องขอใบอนุญาตให้ถูกต้อง
✅ การมีใบอนุญาต = เพิ่มความน่าเชื่อถือ + ลดความเสี่ยงถูกสั่งปิด
✅ วางแผนภาษีให้ถูกต้อง = สบายใจในระยะยาว
✅ การดำเนินการถูกต้องตั้งแต่แรก = สร้างธุรกิจที่ยั่งยืนในอนาคต
ติดต่อบริการที่ปรึกษาภาษี
ติดต่อสำนักงานบัญชี บริษัท กรีนโปร เคเอสพี แอคเคาท์ติ้ง จำกัด
ที่อยู่ 32/8 ซอยสุขาภิบาล 5 ซอย 73 (พรกุลวัฒน์) แขวง ออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ 10220
เวลาทำการ: จันทร์ – ศุกร์: 8.30 – 17.30 น.
แอดไลน์คลิกลิงก์: @greenprokspacc
โทร: 085-067-4884