ใครบ้างต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือใครบ้าง

คำตอบสั้นที่สุดคือ ไม่ได้มีแค่ “คน” เท่านั้น ประมวลรัษฎากร มาตรา 56 กำหนดหน่วยภาษีที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไว้ 5 กลุ่ม ซึ่งรวมถึงกองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่งและคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคลด้วย

หลายคนเข้าใจว่าถ้าไม่ได้จดบริษัทก็ไม่ต้องยุ่งกับภาษี แต่ความจริงคือถ้ารวมตัวกันทำมาหากินในรูปคณะบุคคล หรือรับมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง ก็เป็นหน่วยภาษีที่ต้องยื่นแบบเช่นกัน

บทความนี้สรุป 3 เรื่องต่อเนื่องกัน คือใครบ้างที่เข้าข่าย มีหน้าที่อะไรต้องทำ และมีสิทธิอะไรที่กฎหมายให้ไว้แต่คนส่วนใหญ่ไม่เคยใช้

สารบัญ

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มี 5 กลุ่ม

กลุ่มใครบ้าง
บุคคลธรรมดาคนทั่วไปที่มีเงินได้ ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่มีเงินได้จากแหล่งในไทย
ผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษีผู้จัดการมรดกหรือทายาทต้องยื่นแทนสำหรับเงินได้ที่เกิดก่อนเสียชีวิต
กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่งเงินได้ที่กองมรดกได้รับหลังเจ้ามรดกเสียชีวิตแต่ก่อนแบ่งทรัพย์
ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลคนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปตกลงทำกิจการร่วมกันโดยไม่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
วิสาหกิจชุมชนเฉพาะที่จดทะเบียนในรูปคณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล

กลุ่มที่ทำให้คนสะดุดมากที่สุดคือ คณะบุคคล เพราะเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องจดทะเบียนอะไรเลย แค่ตกลงกันทำกิจการร่วมกันและมีเงินได้ ก็ถือเป็นหน่วยภาษีแยกต่างหากจากตัวบุคคลแต่ละคนแล้ว

ส่วนชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทย มีเงื่อนไขเรื่องแหล่งเงินได้และจำนวนวันที่อยู่ในไทยเพิ่มเข้ามา รายละเอียดอยู่ที่ ชาวต่างชาติที่มาทำงานในไทยต้องจ่ายภาษีอย่างไร

เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษี แปลว่าต้องจ่ายภาษีทุกคนไหม

ไม่ใช่ ต้องแยก 2 เรื่องออกจากกัน

  • เกณฑ์ต้องยื่นแบบ คือมีเงินได้ถึงระดับที่กฎหมายกำหนดก็ต้องยื่น แม้คำนวณแล้วภาษีเป็นศูนย์
  • เกณฑ์ต้องเสียภาษี คือเมื่อหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้วยังมีเงินได้สุทธิเกิน 150,000 บาท

จึงมีคนจำนวนมากที่ต้องยื่นแบบแต่ไม่ต้องจ่ายเงินสักบาท และการไม่ยื่นทั้งที่เข้าเกณฑ์ก็มีโทษ ตัวเลขเกณฑ์แต่ละกรณีดูที่ รายได้เท่าไหร่ต้องยื่นภาษี ส่วนอัตราภาษีและวิธีคำนวณอยู่ที่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

หน้าที่ 4 ข้อของผู้เสียภาษี

1. แสดงตนและมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี

ต้องระบุสถานะของตัวเองให้ถูกว่าเป็นบุคคลธรรมดา คณะบุคคล หรือนิติบุคคล และมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ซึ่งสำหรับบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยใช้เลขบัตรประชาชน 13 หลักได้เลย

ถ้ารายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่เพิ่มขึ้นทันทีคือต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน ซึ่งเป็นจุดที่คนพลาดบ่อยที่สุดจนถูกประเมินย้อนหลัง ดูหน้าที่หลังจดที่ หน้าที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

2. จัดทำและเก็บเอกสารหลักฐาน

ต้องมีใบเสร็จรับเงิน ใบส่งของ ใบกำกับภาษี และบัญชีรายรับรายจ่ายที่ตรงกับความเป็นจริง เอกสารคือสิ่งเดียวที่ใช้ยันกับเจ้าหน้าที่ได้เมื่อถูกตรวจ

การไม่มีเอกสารทำให้เสียสิทธิหักค่าใช้จ่าย ส่วนการทำเอกสารเท็จเป็นความผิดอาญา ไม่ใช่แค่ผิดทางภาษี ใบสำคัญที่ต้องเก็บให้ครบที่สุดคือหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ดูรายละเอียดที่ 50 ทวิ คืออะไร

3. ยื่นแบบและชำระภาษีภายในกำหนด

ยื่น ภ.ง.ด.90 หรือ 91 ช่วงมกราคมถึงมีนาคมของปีถัดไป และถ้ามีเงินได้ประเภท 40(5) ถึง 40(8) ต้องยื่นครึ่งปีด้วย ขั้นตอนยื่นดูที่ การยื่นภาษีบุคคลธรรมดา

ถ้าเป็นผู้จ่ายเงินได้ให้คนอื่น ยังมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งอีกชั้นหนึ่ง ดูที่ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายคืออะไร

4. ให้ความร่วมมือเมื่อถูกเรียกตรวจ

เมื่อได้รับหนังสือเชิญพบหรือหมายเรียก หน้าที่คือส่งมอบหลักฐานและชี้แจงประเด็นที่ถูกสงสัย การเพิกเฉยไม่ได้ทำให้เรื่องหายไป แต่ทำให้เจ้าพนักงานประเมินตามข้อมูลที่มีอยู่ ซึ่งมักสูงกว่าความเป็นจริง แนวทางเตรียมตัวอยู่ที่ สรรพากรเชิญพบ เตรียมตัวอย่างไร

สิทธิ 5 ข้อที่ผู้เสียภาษีมักไม่รู้

กฎหมายไม่ได้ให้แต่หน้าที่ แต่ให้สิทธิไว้ด้วย ปัญหาคือคนส่วนใหญ่ไม่เคยใช้เพราะไม่รู้ว่ามี

สิทธิสาระสำคัญกรอบเวลา
ผ่อนชำระภาษีภาษีที่ต้องชำระตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป แบ่งจ่ายได้ 3 งวดเท่า ๆ กัน โดยไม่เสียเงินเพิ่มต้องยื่นแบบภายในกำหนดเท่านั้น
อุทธรณ์การประเมินยื่นแบบ ภ.ส.6 ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายใน 30 วันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้งการประเมิน
ขอทุเลาการชำระภาษีชะลอการชำระระหว่างรออุทธรณ์ โดยวางหลักประกันยื่นพร้อมหรือหลังยื่นอุทธรณ์
ขอลดหรืองดเบี้ยปรับถ้าพิสูจน์ได้ว่าไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงและมีเหตุอันควรผ่อนผันยื่นคำร้องพร้อมเอกสารประกอบ
ขอคืนภาษีที่ชำระเกินยื่นคำร้องขอคืนภาษีที่ถูกหักไว้เกินหรือชำระเกินภายใน 3 ปีนับแต่วันสุดท้ายของกำหนดยื่นแบบ

สิทธิผ่อนชำระ 3 งวด ใช้ยังไง

ถ้าคำนวณแล้วต้องจ่ายภาษีตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป แบ่งจ่ายได้ 3 งวดเท่า ๆ กันโดยไม่มีดอกเบี้ย

  • งวดที่ 1 ชำระพร้อมวันที่ยื่นแบบ
  • งวดที่ 2 ภายใน 1 เดือนนับจากวันสุดท้ายที่ต้องชำระงวดแรก
  • งวดที่ 3 ภายใน 1 เดือนนับจากวันสุดท้ายที่ต้องชำระงวดที่สอง

เงื่อนไขสำคัญคือ ต้องยื่นแบบภายในกำหนดเวลาปกติ ถ้ายื่นล่าช้าจะเสียสิทธิผ่อนชำระทันที และถ้าผิดนัดงวดใดงวดหนึ่ง จะหมดสิทธิผ่อนส่วนที่เหลือ ต้องชำระทั้งหมดพร้อมเงินเพิ่ม

สิทธิอุทธรณ์ ต้องทำภายใน 30 วัน

เมื่อได้รับหนังสือแจ้งการประเมินแล้วเห็นว่าเจ้าพนักงานประเมินคลาดเคลื่อน มีสิทธิยื่นอุทธรณ์เป็นหนังสือด้วยแบบ ภ.ส.6 ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

สิ่งที่ต้องระบุในคำอุทธรณ์

  • ประเภทภาษีและรอบระยะเวลาที่ถูกประเมิน
  • จำนวนเงินภาษีที่โต้แย้ง
  • ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย แยกเป็นรายประเด็น พร้อมเหตุผลทางข้อกฎหมายและเอกสารอ้างอิงประกอบ

เวลา 30 วันนี้เป็นเส้นตายเด็ดขาด เลยไปแล้วสิทธิคัดค้านสิ้นสุดทันที ต้องชำระตามที่ประเมินทั้งจำนวน ไม่ว่าตัวเลขจะผิดแค่ไหน นี่คือเหตุผลที่ต้องเปิดซองจดหมายจากสรรพากรทุกฉบับทันทีที่ได้รับ

การอุทธรณ์ไม่ได้ทำให้หยุดจ่าย

จุดที่เข้าใจผิดกันมาก การยื่นอุทธรณ์ไม่ได้ระงับหน้าที่ชำระภาษี ยังต้องจ่ายตามกำหนดไม่งั้นโดนเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนไปเรื่อย ๆ

ถ้าไม่พร้อมจ่าย ต้องยื่น ขอทุเลาการชำระภาษี แยกอีกเรื่องหนึ่ง โดยนำหลักประกันมาวางไว้กับกรมสรรพากร เช่น ที่ดิน หรือหนังสือค้ำประกันของธนาคาร เพื่อรอผลคำวินิจฉัยอุทธรณ์หรือคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง

ถ้าไม่ทำตามหน้าที่ มีโทษอะไรบ้าง

ระดับบทลงโทษ
ทางแพ่งเบี้ยปรับ 1 ถึง 2 เท่าของภาษีที่ต้องชำระ และเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน โดยเงินเพิ่มไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระ
การบังคับชำระกรมสรรพากรมีอำนาจสั่งยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินได้โดยไม่ต้องฟ้องศาลก่อน
ทางอาญากรณีจงใจหลีกเลี่ยงภาษีหรือใช้เอกสารเท็จ มีทั้งโทษจำคุกและปรับ

ข้อที่คนตกใจที่สุดคืออำนาจยึดอายัด เพราะกรมสรรพากรใช้ได้โดยตรงไม่ต้องผ่านศาล ทั้งบัญชีธนาคาร เงินเดือน และอสังหาริมทรัพย์

ในทางกลับกัน เบี้ยปรับเป็นส่วนที่ขอลดหรืองดได้ถ้าพิสูจน์เจตนาสุจริตได้ ส่วนเงินเพิ่มโดยหลักงดไม่ได้ ต่างกับเบี้ยปรับตรงนี้ รายละเอียดเรื่องเบี้ยปรับเงินเพิ่มในบริบท VAT ดูที่ เบี้ยปรับเงินเพิ่ม

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ต่างกันตรงไหน

ถ้าจดทะเบียนเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลแล้ว จะเปลี่ยนไปอยู่ในระบบภาษีเงินได้นิติบุคคลแทน ซึ่งคิดจากกำไรสุทธิไม่ใช่เงินได้สุทธิ และมีหน้าที่จัดทำบัญชีตามมาตรฐานพร้อมส่งงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับรอง

บุคคลธรรมดานิติบุคคล
ฐานภาษีเงินได้สุทธิกำไรสุทธิ
อัตราภาษีก้าวหน้า 0 ถึง 35%0 ถึง 20% สำหรับ SME
แบบที่ยื่นภ.ง.ด.90 หรือ 91 และ 94ภ.ง.ด.50 และ 51
งบการเงินไม่ต้องจัดทำต้องจัดทำและมีผู้สอบบัญชีรับรอง

รายละเอียดฝั่งนิติบุคคลอยู่ที่ ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาพรวมภาษีที่ต้องยื่นตอนสิ้นปีของทั้งสองฝั่งอยู่ที่ ภาษีที่ต้องยื่นสิ้นปี

คำถามที่พบบ่อย

มี 5 กลุ่มตามมาตรา 56 คือบุคคลธรรมดา ผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษี กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล และวิสาหกิจชุมชนที่อยู่ในรูปคณะบุคคล
ต้องยื่นถ้าเงินได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด แม้คำนวณแล้วภาษีเป็นศูนย์ก็ยังต้องยื่น เกณฑ์ยื่นกับเกณฑ์เสียภาษีเป็นคนละตัวเลขกัน
ใช่ คณะบุคคลเป็นหน่วยภาษีแยกต่างหาก ต้องขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของคณะบุคคลและยื่นแบบแยกจากภาษีส่วนตัวของสมาชิกแต่ละคน
ได้ถ้ายอดภาษีตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป แบ่งได้ 3 งวดโดยไม่เสียเงินเพิ่ม แต่ต้องยื่นแบบภายในกำหนดเวลาปกติเท่านั้น ยื่นช้าจะเสียสิทธินี้ทันที
ยื่นอุทธรณ์ด้วยแบบ ภ.ส.6 ภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับหนังสือแจ้งการประเมิน และถ้าไม่พร้อมชำระระหว่างรอผล ต้องยื่นขอทุเลาการชำระภาษีพร้อมวางหลักประกันแยกอีกเรื่อง
ต้องจ่าย เพราะการอุทธรณ์ไม่ระงับหน้าที่ชำระภาษี ถ้าไม่จ่ายจะโดนเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน เว้นแต่ได้รับอนุมัติให้ทุเลาการชำระ
ยื่นคำร้องขอคืนได้ภายใน 3 ปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นแบบของปีภาษีนั้น เลยกำหนดแล้วสิทธิขอคืนหมดไป

สรุป

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามี 5 กลุ่ม ไม่ได้มีแค่บุคคลทั่วไป แต่รวมถึงกองมรดกและคณะบุคคลที่ไม่ได้จดทะเบียนอะไรเลยด้วย

ฝั่งหน้าที่ ต้องแสดงตนให้ถูกสถานะ จัดทำและเก็บเอกสาร ยื่นแบบและชำระภายในกำหนด และให้ความร่วมมือเมื่อถูกเรียกตรวจ

ฝั่งสิทธิ มี 5 อย่างที่ใช้ได้จริงแต่คนส่วนใหญ่ไม่เคยใช้ คือผ่อนชำระ 3 งวด อุทธรณ์ด้วย ภ.ส.6 ขอทุเลาการชำระ ขอลดเบี้ยปรับ และขอคืนภาษีย้อนหลังได้ 3 ปี

สองสิทธิที่มีเส้นตายและพลาดกันบ่อยที่สุดคือ อุทธรณ์ภายใน 30 วัน และ ขอคืนภาษีภายใน 3 ปี ถ้าเลยกำหนดแล้วไม่มีทางกู้คืน ดังนั้นเอกสารทุกฉบับจากกรมสรรพากรควรเปิดอ่านและลงวันที่ที่ได้รับไว้ทันที

ให้ Greenpro KSP ดูแลภาษีให้

ถ้าได้รับหนังสือแจ้งการประเมินแล้วไม่แน่ใจว่าควรอุทธรณ์หรือจ่าย หรืออยากให้มีคนช่วยตรวจสถานะภาษีก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาย้อนหลัง ทีมงานเราดูให้ได้ตั้งแต่ต้น

ติดต่อสอบถาม โทร 085-067-4884 หรือแอดไลน์ @greenprokspacc หรือกรอกแบบฟอร์มที่หน้า ติดต่อเรา

แชร์บทความนี้:


ผู้เขียน

Picture of เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี ประสบการณ์กว่า 30 ปี ครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลมากกว่า 400 บริษัท และเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีนโปร เคเอสพี แอคเคาท์ติ้ง จำกัด