บริการขอใบอนุญาต
ร้านอาหารหรือสะสมอาหาร

ขั้นตอนที่จำเป็นก่อนเริ่มดำเนินกิจการตามกฎหมาย

ให้คำปรึกษาและประเมิน
แนวทางการขอใบอนุญาต

จัดทำเอกสารและ
ส่งให้ลูกค้าเซ็น

ยื่นคำขอใบอนุญาต
และชำระค่าธรรมเนียม

ประเภทใบอนุญาต

ต้องยื่นเรื่องขอรับใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือพนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตหรือเทศบาลพื้นที่

โดยแบ่งใบอนุญาตร้านอาหารออกเป็น 2 ประเภท

หากคุณกำลังวางแผนเปิดร้านอาหาร คาเฟ่, ศูนย์อาหาร, ร้านสะดวกซื้อที่มีการปรุงอาหาร, ซูเปอร์มาร์เก็ต, ร้านขายวัตถุดิบ, ห้องเย็น, ร้านขายวัตถุดิบประกอบอาหาร หรือธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับอาหาร การอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร เป็นขั้นตอนที่จำเป็นก่อนเริ่มดำเนินกิจการตามกฎหมาย

Greenpro KSP ให้บริการขออนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหารครบวงจร ตั้งแต่ให้คำปรึกษาตรวจสอบประเภทใบอนุญาต เตรียมเอกสาร ยื่นคำขอ จนได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง

การเปิดร้านโดยไม่มีใบอนุญาต อาจเสี่ยงต่อ

นอกจากนี้ การดำเนินธุรกิจร้านอาหารยังต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดทางด้านการค้าและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น การเสียภาษี การขอใบอนุญาตต่าง ๆ และการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับเพื่อให้การค้าดำเนินไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

why food license (1)
why food license (2)

ทำไมต้องขอใบอนุญาตร้านอาหาร

การขอใบอนุญาตร้านอาหารเป็นขั้นตอนที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายก่อนเปิดดำเนินกิจการ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารขนาดเล็ก คาเฟ่ หรือร้านอาหารขนาดใหญ่ หากดำเนินกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจเสี่ยงต่อการถูกสั่งปิดร้าน ถูกปรับ หรือถูกระงับกิจการจากหน่วยงานภาครัฐ

ใบอนุญาตร้านอาหารเป็นเอกสารที่แสดงว่าร้านของคุณได้ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด ไม่ว่าจะเป็น:

  • มาตรฐานด้านสุขอนามัย
  • ความปลอดภัยของสถานที่
  • ข้อกำหนดด้านโครงสร้างและพื้นที่
  • ข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการ

การดำเนินการขอใบอนุญาตสามารถทำได้ทั้งในนามบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยควรเลือกรูปแบบให้เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจ นอกจากนี้ อาจมีขั้นตอนที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เช่น การจดทะเบียนพาณิชย์ การขออนุญาตพิเศษในกรณีมีกิจกรรมหรือวัตถุอันตราย การขอใบอนุญาตขายสุรา หรือการดำเนินการเกี่ยวกับภาษีป้าย

นอกจากเป็นข้อกำหนดตามกฎหมายแล้ว การมีใบอนุญาตยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านอาหาร ลูกค้าจะมั่นใจได้ว่าอาหารและบริการมีมาตรฐาน ปลอดภัย และดำเนินกิจการอย่างถูกต้อง ซึ่งส่งผลดีต่อภาพลักษณ์และความมั่นคงของธุรกิจในระยะยาว ผู้ประกอบการต้องเตรียมเอกสารและดำเนินการตามขั้นตอนที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้การขอใบอนุญาตเป็นไปอย่างถูกต้องครบถ้วน.

การจดทะเบียนและเปิดร้านอาหาร

การเปิดร้านอาหารในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ผู้ประกอบการต้องดำเนินการจดทะเบียนและขอใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้การประกอบกิจการเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยจากปัญหาทางกฎหมายในอนาคต การจดทะเบียนร้านอาหารและการขอใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหารถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

ในขั้นตอนแรก ผู้ประกอบการควรตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบธุรกิจที่ต้องการจัดตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการในนามบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล หากเลือกจดทะเบียนในรูปแบบนิติบุคคล เช่น บริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด จะต้องดำเนินการจดทะเบียนนิติบุคคลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน ส่วนในกรณีที่ดำเนินการในนามบุคคลธรรมดา อาจต้องจดทะเบียนพาณิชย์กับสำนักงานเขตหรือเทศบาลในพื้นที่ที่ร้านตั้งอยู่

การขอใบอนุญาตประกอบกิจการร้านอาหารนั้น ผู้ประกอบการต้องเตรียมเอกสารสำคัญ เช่น สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน เอกสารแสดงสิทธิ์การใช้สถานที่ หนังสือรับรองการจดทะเบียนพาณิชย์ หรือหนังสือรับรองนิติบุคคล (กรณีเป็นบริษัท) รวมถึงแผนผังร้านอาหารและรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดการสุขอนามัยในร้าน ทั้งนี้ การตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารและข้อมูลต่าง ๆ ก่อนยื่นขอใบอนุญาตจะช่วยลดความล่าช้าและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง

นอกจากนี้ การมีใบอนุญาตและการจดทะเบียนร้านอาหารอย่างถูกต้อง ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านอาหารของคุณ ลูกค้าจะมั่นใจในมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัย อีกทั้งยังเอื้อต่อการขยายกิจการในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการขอใบอนุญาตเพิ่มเติม การขยายสาขา หรือการเข้าร่วมโครงการสนับสนุนจากภาครัฐ

ดังนั้น หากคุณกำลังวางแผนเปิดร้านอาหาร อย่าลืมให้ความสำคัญกับการจดทะเบียนและขอใบอนุญาตอย่างถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างมั่นคงและถูกต้องตามกฎหมายในทุกขั้นตอน

registration food (1)
registration food (2)
registration food (3)

ความหมาย

สถานที่จำหน่ายอาหาร
สถานที่สะสมอาหาร

ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 คำว่า “สถานที่จำหน่ายอาหาร” และ “สถานที่สะสมอาหาร” มีความหมายแตกต่างกันตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน ดังนี้

1.

สถานที่จำหน่ายอาหาร

หมายถึง อาคาร สถานที่ หรือบริเวณใดๆ ที่ไม่ใช่ที่สาธารณะ ซึ่งจัดไว้เพื่อ ประกอบหรือปรุงอาหารจนสำเร็จ และจำหน่ายให้ผู้ซื้อบริโภคได้ทันที ไม่ว่าจะรับประทานภายในร้านหรือซื้อกลับไปบริโภคที่อื่นก็ตาม

ตัวอย่างเช่น

  • ร้านอาหาร
  • คาเฟ่ / ร้านกาแฟ
  • ศูนย์อาหาร
  • โรงอาหาร

การขายอาหารในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารที่มีหน้าร้าน, Ghost Kitchen หรือการขายอาหารแบบเดลิเวอรี่ ล้วนต้องปฏิบัติตามกฎหมายและขอใบอนุญาตให้ถูกต้อง เพื่อให้การขายอาหารเป็นไปตามข้อกำหนดของทางราชการ

ลักษณะสำคัญคือ มีการ “ปรุงหรือประกอบอาหารพร้อมบริโภค” และมีการจำหน่ายโดยตรงแก่ผู้บริโภค

2.

สถานที่สะสมอาหาร

หมายถึง อาคาร สถานที่ หรือบริเวณใด ๆ ที่ไม่ใช่ที่สาธารณะ ซึ่งจัดไว้เพื่อ เก็บหรือสะสมอาหาร ทั้งอาหารสด อาหารแห้ง หรือวัตถุดิบต่าง ๆ เพื่อรอการจำหน่ายหรือรอการนำไปประกอบอาหารในภายหลัง

ตัวอย่างเช่น

  • ห้องเย็นเก็บเนื้อสัตว์
  • โกดังเก็บวัตถุดิบ
  • ร้านขายของชำที่เน้นเก็บสต็อกสินค้า

ลักษณะสำคัญคือ ไม่มีการปรุงอาหารเพื่อบริโภคทันที แต่เป็นสถานที่เก็บหรือสะสมสินค้าอาหาร

สถานที่สะสมอาหารถือเป็นหัวใจสำคัญที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายและสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจว่าอาหารที่เก็บรักษาอยู่มีความปลอดภัยและเหมาะสมต่อการบริโภคในทุกขั้นตอน

การเปิดร้านโดยไม่มีใบอนุญาต อาจเสี่ยงต่อ

ประเด็น สถานที่จำหน่ายอาหาร สถานที่สะสมอาหาร
การปรุงอาหาร
มีการปรุง/ประกอบ
ไม่มีการปรุง
การบริโภคทันที
ผู้ซื้อบริโภคได้ทันที
ต้องนำไปปรุงก่อน
ตัวอย่าง
ร้านอาหาร คาเฟ่
โกดัง ห้องเย็น

การจำแนกประเภทให้ถูกต้องมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากมีผลต่อประเภทของใบอนุญาตที่ต้องยื่นขอ และมาตรฐานด้านสุขอนามัยที่ต้องปฏิบัติตาม

ขั้นตอนการดำเนินงาน

เมื่อใช้บริการขอใบอนุญาตกับเรา

เราดำเนินงานอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจขั้นตอนชัดเจน และลดความเสี่ยงตั้งแต่เริ่มต้น

ขั้นตอนที่ 1: ให้คำปรึกษาและวิเคราะห์ความต้องการ

ในขั้นตอนแรก เราให้คำปรึกษาเชิงลึกเพื่อประเมินแนวทางการขอใบอนุญาตร้านอาหารให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยผู้ประกอบการต้องทราบก่อนว่าร้านอาหารหรือสถานที่จำหน่ายอาหารของตนมีพื้นที่เกิน 200 ตารางเมตรหรือไม่ เนื่องจากขนาดพื้นที่เป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดประเภทของใบอนุญาตที่ต้องยื่นขอ ทั้งใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหาร หรือหนังสือรับรองการแจ้งการจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหาร

registration food process (2)

นอกจากนี้ การจดทะเบียนร้านอาหารถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องดำเนินการตั้งแต่ต้น โดยสามารถเลือก “รูปแบบ” การจดทะเบียนได้ทั้งในรูปแบบบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ในกรณีจดทะเบียนร้านอาหารในรูปแบบบุคคลธรรมดา บางสำนักงานเขตอาจกำหนดให้ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ หรือจดทะเบียนการค้า ก่อนยื่นขอใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารและสะสมอาหาร ซึ่งวัตถุประสงค์ในการจดทะเบียนพาณิชย์ต้องระบุว่าเป็นการประกอบกิจการร้านอาหารหรือจำหน่ายอาหาร และสำเนาใบทะเบียนพาณิชย์จะใช้เป็นเอกสารประกอบการยื่นคำขอใบอนุญาตดังกล่าว การดำเนินธุรกิจร้านอาหารอย่างถูกต้องตามกฎหมายในด้านการค้า ไม่เพียงช่วยให้ผ่านขั้นตอนการอนุญาต แต่ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและปฏิบัติตามข้อกำหนดทางภาษีที่เกี่ยวข้อง

สำหรับผู้ประกอบการที่ยื่นขอใบอนุญาตในนามนิติบุคคล หนังสือรับรองนิติบุคคลต้องมีวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายอาหารหรือการประกอบธุรกิจร้านอาหารอย่างชัดเจน หากมีการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ เช่น สุรา เบียร์ หรือไวน์ จำเป็นต้องขอใบอนุญาตขายสุราเพิ่มเติมจากกรมสรรพสามิตในพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ นอกเหนือจากใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารและสะสมอาหาร

ในส่วนของสถานที่ยื่นคำขอใบอนุญาตร้านอาหาร หากสถานประกอบการตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ต้องยื่นที่สำนักงานเขตที่ร้านตั้งอยู่ ส่วนในต่างจังหวัดต้องยื่นที่เทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ พร้อมชำระค่าธรรมเนียมซึ่งคำนวณตามขนาดพื้นที่สถานประกอบการ ขั้นตอนการให้คำปรึกษานี้จึงช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจข้อกำหนดทั้งหมดอย่างครบถ้วน ก่อนเริ่มดำเนินการจริง ลดความเสี่ยงในการยื่นผิดประเภทหรือเตรียมเอกสารไม่ครบถ้วน

registration food process (1)

ขั้นตอนที่ 2: ลูกค้าเตรียมเอกสารตาม Checklist

เมื่อได้ข้อสรุปแนวทางดำเนินการ เราจะจัดส่ง Checklist เอกสารให้ลูกค้าเตรียม ประกอบด้วย

รายการเอกสารประกอบการยื่นคำขออนุญาต

หมวดที่ 1 : เอกสารของผู้ขออนุญาต (บริษัท)

  1. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
    • อายุไม่เกิน 6 เดือน (1 ชุด)
    • กรรมการลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัท
  2. สำเนาหนังสือรับรองวัตถุประสงค์บริษัท
    • อายุไม่เกิน 6 เดือน (1 ชุด)
    • กรรมการลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัท
  3. สำเนาบัตรประชาชน + สำเนาทะเบียนบ้าน กรรมการผู้ยื่นคำขอ (1 ชุด)
    • เจ้าของเอกสารเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
  4. สำเนาหนังสือเดินทาง + ใบอนุญาตทำงาน (กรณีกรรมการต่างชาติ) (ถ้ามี) (1 ชุด)
    • เจ้าของเอกสารเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
document food (2)

หมวดที่ 2 : เอกสารเกี่ยวกับสถานที่ตั้ง

  1. สำเนาทะเบียนบ้านสถานประกอบการ (หน้าเจ้าบ้าน) (1 ชุด)
    • ผู้ขอ + เจ้าของสถานที่ ลงลายมือชื่อร่วมกัน
    • กรณีเจ้าของเป็นนิติบุคคล ให้กรรมการเซ็นและประทับตรา
  2. สำเนาหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ หรือ สัญญาเช่า (1 ชุด)
    • ผู้ให้เช่า/ผู้ให้ยินยอม + ผู้ขออนุญาต ลงลายมือชื่อ
    • หากเป็นนิติบุคคล ต้องมีตราบริษัท
    • บางเขตอาจเรียกดูตัวจริง
  3. สำเนาหนังสือรับรองบริษัทผู้ให้เช่า/ผู้ให้ยินยอม (กรณีเป็นนิติบุคคล) (1 ชุด)
  4. สำเนาบัตรประชาชน + สำเนาทะเบียนบ้าน ผู้ให้เช่า/ผู้ให้ยินยอม (1 ชุด)
    • เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
  5. สำเนาหนังสือเดินทาง + ใบอนุญาตทำงาน ของกรรมการผู้ให้เช่า (กรณีต่างชาติ) (ถ้ามี)
  6. สำเนาใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร (อ.1 / อ.6) (1 ชุด)
  7. แผนผังภายในร้าน (1 ชุด)
  8. แผนที่ตั้งโดยสังเขป แสดงที่ตั้งสถานประกอบการ (1 ชุด)
document food (1)

หมวดที่ 3 : เอกสารเกี่ยวกับผู้สัมผัสอาหาร

  1. สำเนาใบวุฒิบัตร + หนังสือรับรองผ่านการอบรมสุขาภิบาลอาหาร
    • คนละ 1 ชุด
    • แนบฉบับจริง (เจ้าหน้าที่คืนหลังยื่นเสร็จ)
  2. สำเนาบัตรประชาชนผู้สัมผัสอาหาร
    • คนละ 1 ชุด
    • เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
  3. ใบรับรองแพทย์ฉบับจริง (สณ.11)
    • คนละ 1 ชุด
    • ลงลายมือชื่อโดยแพทย์

หมวดที่ 4 : เอกสารอื่น ๆ

  1. หนังสือมอบอำนาจ (1 ชุด)
    • กรรมการลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัท
document food (3)

หมายเหตุสำคัญ

  • เอกสารทุกฉบับต้อง ถ่ายจากเอกสารตัวจริงและเซ็นรับรองสด
  • ไม่สามารถใช้เอกสารที่พิมพ์จากรูปถ่ายในโทรศัพท์ หรือใช้ลายเซ็นสำเนาได้
  • บางสำนักงานเขตอาจเรียกดูเอกสารฉบับจริงเพิ่มเติม

ขั้นตอนที่ 3: จัดทำเอกสารและให้ลูกค้าเซ็น

เมื่อเอกสารครบถ้วน
✔ ใช้เวลา 2–3 วันทำการในการจัดทำเอกสารทั้งหมด
✔ ส่งเอกสารให้ลูกค้าตรวจสอบและลงนาม

เมื่อลูกค้าส่งเอกสารกลับภายใน 1–2 วันทำการ เราจะดำเนินการยื่นคำขอทันที

ขั้นตอนที่ 4: ยื่นคำขอใบอนุญาต

  • ยื่นที่สำนักงานเขต (กรุงเทพฯ) หรือ เทศบาล / อบต. (ต่างจังหวัด)
  • ชำระค่าธรรมเนียมตามขนาดพื้นที่

หลังยื่นคำขอ เจ้าหน้าที่จะออกใบรับคำขอให้

ลูกค้าสามารถเปิดร้านได้ตามปกติ เนื่องจากมีใบรับคำขอเป็นหลักฐานว่าได้ดำเนินการถูกต้องแล้ว

ขั้นตอนที่ 5: ตรวจสถานที่และออกใบอนุญาต

เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจร้านตามมาตรฐานด้าน:

  • สุขลักษณะ
  • ความสะอาด
  • ความปลอดภัย
  • การจัดการพื้นที่

ระยะเวลาการออกใบอนุญาตโดยประมาณ: ⏳ ประมาณ 2 เดือน (ขึ้นอยู่กับพื้นที่)

หากร้านอาหารมีลักษณะหรือกิจกรรมที่เป็นอันตราย เช่น การแสดงดนตรีสดหรือกิจกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัย จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเพิ่มเติมและขอใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับกิจการที่เป็นอันตรายด้วย GreenPro KSP พร้อมให้คำแนะนำครบวงจร

ค่าธรรมเนียมในการขอใบอนุญาตร้านอาหาร

การขอรับใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหารในกรณีมีพื้นที่เกิน 200 ตารางเมตร

  • พื้นที่ขนาดไม่เกิน 300 ตรม. ค่าธรรมเนียม 2,800 บาท
  • พื้นที่ขนาดเกิน 300 ตารางเมตร คิดเพิ่มตารางเมตรละ 1 บาท โดยให้คิดพื้นที่เป็นจำนวนเต็มปัดเศษทิ้งแต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 4,800 บาท

การขอหนังสือรับรองการแจ้งการจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารในกรณีมีพื้นที่ไม่เกิน 200 ตารางเมตร

  • พื้นที่ขนาดไม่เกิน 10 ตรม. ค่าธรรมเนียม 200 บาท
  • พื้นที่ขนาดเกิน 10 ตารางเมตร คิดเพิ่มตารางเมตรละ 10 บาท โดยให้คิดพื้นที่เป็นจำนวนเต็มปัดเศษทิ้งแต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 1,500 บาท

"ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี และต้องต่ออายุก่อนหมดอายุ"

หน้าที่หลังได้รับใบอนุญาตร้านอาหาร

  1. ผู้จัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหาร หรือสถานที่สะสมอาหาร ต้องจัดสถานที่ให้ถูกต้องด้วยสุขลักษณะและเงื่อนไขตามลักษณะของกิจการ
  2. ต้องแสดงใบรับอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้งไว้โดยเปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ประกอบกิจการตลอดเวลาที่ประกอบกิจการ
  3. ต้องยื่นเรื่องขอต่ออายุใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหาร หรือหนังสือรับรองการแจ้งการจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารพร้อมเสียค่าธรรมเนียมภายใน 90 วันก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ หากยื่นคำขอต่อใบอนุญาตเมื่อใบอนุญาตสิ้นอายุแล้ว ต้องเสียค่าปรับเพิ่ม
  4. กรณีเลิกกิจการ ที่ไม่ประสงค์จะประกอบกิจการต่อไปให้ยื่นคำขอเลิกการดำเนินกิจการต่อเจ้าพนักงาน
  5. หากผู้ประกอบการต้องการแก้ไขรายการในใบอนุญาตร้านอาหารให้ยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นเพื่อแก้ไขรายการในใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้ง
  6. หากใบอนุญาตร้านอาหาร สูญหายถูกทำลายหรือชำรุดในสาระสำคัญ จะต้องยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ภายใน 50 วัน นับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย โดยต้องมีเอกสารแจ้งความต่อสถานีตำรวจในกรณีสูญหาย ในกรณีถูกทำลายหรือชำรุดในสาระสำคัญต้องมีใบอนุญาต หรือหนังสือรับรองการแจ้งฉบับเดิมมาแสดง โดยใบแทนมีอายุเท่ากับเวลาเหลือของใบอนุญาตฉบับเดิม

ตามบทความที่กล่าวมาข้างต้น การขอใบอนุญาต หรือ จดทะเบียน นั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการประกอบธุรกิจจำหน่ายอาหาร หรือร้านอาหาร กรีนโปร เคเอสพี มีทีมงานที่มีประสบการณ์ในการยื่นคำขออนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหาร หรือหนังสือรับรองการแจ้งการจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหาร และใบอนุญาตขายสุราในกรณีที่ร้านค้ามีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือแม้แต่การยื่นขอจดทะเบียนพานิชย์ และจัดตั้งนิติบุคคลเพื่อประกอบกิจการร้านอาหาร ให้แก่ท่าน เพื่อให้การประกอบธุรกิจของท่านเป็นไปตามวัตถุประสงค์และถูกต้องตามกฎหมาย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เปิดร้านอาหารต้องขอใบอนุญาตหรือไม่?

ต้องขอใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหารก่อนเปิดดำเนินกิจการ หากใบอนุญาตหมดอายุหรือสูญหาย สามารถยื่นเรื่องขอใบต่ออายุหรือขอใบแทนได้ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ใช้เวลาดำเนินการกี่วัน?

โดยเฉลี่ย 15–30 วันทำการ ขึ้นอยู่กับพื้นที่และความครบถ้วนของเอกสาร

ถ้าไม่ขอใบอนุญาตจะเกิดอะไรขึ้น?

อาจถูกสั่งปิดกิจการหรือถูกปรับตามกฎหมาย

ร้านขนาดเล็กต้องขอหรือไม่?

ต้องขอหนังสือรับรองการแจ้ง หากพื้นที่ไม่เกิน 200 ตร.ม.

ปรึกษาเรื่องขอใบอนุญาตร้านอาหารวันนี้

ให้ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ Greenpro KSP ดูแลทุกขั้นตอน
ลดความยุ่งยาก ประหยัดเวลา และมั่นใจว่าถูกต้องตามกฎหมาย

LINE Official Account: @greenproksp

โทรศัพท์: 094 864 9799

แบบฟอร์มส่งข้อความหาเรา