ติดต่องานด้านบัญชี
ติดต่องานธุรกิจ รับขอ FBL ใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตามกำหนดของพระราชบัญญัติ ยินดีให้คำปรึกษาและแนะนำเรื่องการขอใบอนุญาตอย่างละเอียดทุกขั้นตอน

การขอสิทธิให้ชาวต่างชาติเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท หรือถือหุ้น 100% นั้น จะต้องยื่นขออนุญาตตามพระราชบัญญัติการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย มีการตั้งขึ้นเพื่อสงวนสิทธิ์ในการประกอบธุรกิจบางประเภทให้สำหรับคนไทยเท่านั้น เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของคนไทย โดยรัฐบาลไทยได้ออกพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวปี พ.ศ. 2542 ซึ่งจะจำกัดประเภทกิจกรรมธุรกิจที่บริษัทต่างชาติสามารถประกอบได้


1. บุคคลธรรมดาที่ไม่ถือสัญชาติไทย
2. นิติบุคคลที่ไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย
3. นิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย แต่มีลักษณะดังต่อไปนี้
4. นิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย
มีข้อจำกัดในการประกอบธุรกิจตาม พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ดังต่อไปนี้

ต่างชาติสามารถถือหุ้นในบริษัทที่จดจัดตั้งในไทย 100% ได้อย่างถูกกฎหมาย
แต่มีบางธุรกิจที่สามารถให้ชาวต่างชาติถือหุ้นได้ 100% อย่างเช่น โรงงานผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออก โดยต่างชาติต้องมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาท
ส่วนธุรกิจที่ไม่ใช่โรงงานผลิต แต่ได้สิทธิจากการส่งเสริมการลงทุน BOI หรือว่ามาด้วยใบอนุญาตต่างๆ ชาวต่างชาติสามารถถือหุ้นได้ 100% โดยจะต้องแจ้งต่ออธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างชาติ ใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือน หรือขอ Foreign Business License (FBL) ผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากองต่างด้าว
การยื่นขออนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว สามารถยื่นขอได้ทั้งในรูปแบบบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล หากเลือกยื่นขอในรูปแบบบริษัท ระหว่างที่เตรียมเอกสารต่างๆ ผู้ประกอบการต้องทำการจัดตั้งบริษัท โดยสามารถดำเนินการจองชื่อบริษัทก่อนได้ จากนั้นมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
1.ตรวจสอบและจองชื่อบริษัท ซึ่งการจองชื่อนิติบุคคลจะเป็นผู้ถือหุ้น หุ้นส่วนผู้จัดการในกรณีห้างหุ้นส่วน หรือกรรมการในกรณีบริษัทเป็นผู้ยื่นขอจองชื่อก็ได้ แต่บุคคลนั้นต้องเป็นผู้ลงนามในใบอนุมัติจองชื่อ
และชื่อที่จะจัดตั้งต้องไม่ซ้ำ หรือใกล้เคียงกับบริษัทที่เคยจดทะเบียนไปแล้ว โดยสามารถจองได้ 3 ชื่อ ผ่านการจองได้ 2 ทางคือ จองผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในเขตหรือสำนักงานพาณิชย์ประจำจังหวัดที่สถานประกอบการตั้งอยู่ หรือจองผ่านอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
หลังจากจองชื่อได้แล้ว จะต้องยื่นจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ ภายใน 30 วัน หากยื่นจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิช้ากว่านั้นต้องทำการจองชื่อใหม่ ซึ่งสามารถใช้ชื่อเดิมในการจองได้ ถ้าหากยังไม่มีบริษัทอื่นๆ นำไปใช้ก่อน
2.ผู้ก่อการตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป จัดทำคำขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ และเอกสารประกอบเพื่อนำไปจดทะเบียน
3.เมื่อได้จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิแล้ว ผู้ก่อการต้องจัดให้หุ้นของบริษัทที่คิดจะจัดตั้งขึ้นนั้นจองซื้อหุ้นจนครบ
4.ดำเนินการประชุมจัดตั้งบริษัท ส่งคำบอกกล่าวนัดประชุมให้ผู้จองหุ้นทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน ก่อนวันประชุม
5.เมื่อได้ประชุมตั้งบริษัทและแต่งตั้งกรรมการบริษัทแล้ว ผู้เริ่มก่อการต้องมอบหมายกิจการให้กรรมการบริษัทรับไปดำเนินการต่อไป
6.กรรมการบริษัทจัดการเรียกให้ผู้เริ่มก่อการและผู้จองหุ้น ชำระค่าหุ้นอย่างน้อยร้อยละ 25 ของมูลค่าหุ้น
7.เมื่อได้รับเงินค่าหุ้นแล้ว กรรมการต้องทำคำขอจดทะเบียนตั้งบริษัท และนำเอกสารประกอบไปจดทะเบียนเป็นบริษัทภายใน 3 เดือน หลังจากการประชุมตั้งบริษัท ได้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือทางออนไลน์
หมายเหตุ : นำเอกสารประกอบไปจดทะเบียนภายใน 3 เดือนหลังจากการประชุมตั้งบริษัท
นำเอกสารประกอบ ไปจดทะเบียนเป็นบริษัทภายใน 3 เดือน หลังจากการประชุมตั้งบริษัท ซึ่งนอกจากจะ walk in ไปขอจดบริษัทที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยังสามารถขอจดบริษัทแบบออนไลน์ได้ ถือว่าเป็นช่องทางที่สะดวกและรวดเร็ว ได้ลดค่าธรรมเนียม 50% อีกด้วย
การจดทะเบียนบริษัทแบบออนไลน์ในปัจจุบันทำได้ง่ายและสะดวกมาก ซึ่งเราสามารถลงทะเบียนและทำผ่านระบบจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Registration) ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตามนี้
📝 การขอจดทะเบียนบริษัทผู้ถือหุ้นต่างชาติ (รับขอ FBL) จะแตกต่างจากการจดบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นเป็นคนไทยทั้งหมด การขออนุญาตประกอบธุรกิจสำหรับบริษัทต่างด้าว ที่ต้องพิจารณาในหลายๆ จุด รวมถึงการเตรียมเอกสารสำหรับการขอจดทะเบียนบริษัท จะมีการดำเนินการค่อนข้างละเอียด
เพื่อความสะดวกและรวดเร็วควรใช้บริการสำนักงานบัญชีได้เช่นกัน เพื่อช่วยในเรื่องของความถูกต้องในการจัดทำ การเตรียมเอกสาร และการให้ข้อมูลต่างๆ ได้อย่างถูกต้องมากยิ่งขึ้น
ติดต่อ: บริษัท กรีนโปร เคเอสพี คอนซัลติ้ง จำกัด
43 ถ. สาทรใต้ แขวง ยานนาวา เขต สาทร กรุงเทพมหานคร 10120
โทร : 02 210 0281, 02 210 0282
มือถือ : 094 864 9799, 084 360 4656


