ค่าใช้จ่ายต้องห้ามทางภาษี คืออะไร
ค่าใช้จ่ายต้องห้าม (Non-deductible Expenses) คือ รายจ่ายที่กิจการจ่ายจริง แต่กรมสรรพากร ไม่อนุญาตให้นำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 65 ทวิ และ 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร
ผลก็คือ แม้จะบันทึกไว้ในบัญชี เมื่อถึงเวลาคำนวณภาษี รายจ่ายเหล่านี้จะถูก “บวกกลับ” เข้าไปในกำไร ทำให้ฐานภาษีสูงขึ้นและต้องเสียภาษีเพิ่ม หลักการง่าย ๆ ที่ใช้ตัดสินคือ:
รายจ่ายนั้น “จำเป็นต่อการหากำไรของกิจการ” และ “พิสูจน์ได้ว่าจ่ายจริง” หรือไม่ — ถ้าตอบไม่ได้ทั้งสองข้อ มีโอกาสสูงที่จะเป็นรายจ่ายต้องห้าม
ทำไมต้องแยกค่าใช้จ่ายให้ถูกต้อง
- ลดความเสี่ยงถูกตรวจย้อนหลัง — ปัจจุบันสรรพากรมีระบบ AI วิเคราะห์พฤติกรรมผิดปกติ บันทึกผิดมีโอกาสถูกเรียกตรวจสูง
- สร้างความน่าเชื่อถือ — บริษัทที่วางระบบบัญชีดี มีผลต่อการขอเครดิต สินเชื่อ และการระดมทุน เพราะนักลงทุนและคู่ค้ามองว่าโปร่งใส
- ปิดงบผ่านฉลุย — ผู้สอบบัญชีตรวจเอกสารทุกประเภท ถ้ารายการไหนไม่มีเอกสาร จะถูกบวกกลับเพื่อเสียภาษี
รวมรายการค่าใช้จ่ายต้องห้าม ที่ห้ามลงเป็นค่าใช้จ่ายบริษัท
1. รายจ่ายส่วนตัวของกรรมการหรือพนักงาน
ค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการโดยตรง เช่น ค่าเลี้ยงสังสรรค์ส่วนตัว ค่าอาหารในวันหยุด ของใช้ส่วนตัว ค่าเทอมลูก หรือค่าท่องเที่ยวของกรรมการ/ผู้บริหาร ที่ไม่ใช่ทริปดูงานหรือเจรจาธุรกิจ
เหตุผล: ถือเป็น “สวัสดิการส่วนตัว” แม้จ่ายด้วยเงินบริษัทก็ตาม ถ้าไม่มีเหตุผลและเอกสารที่น่าเชื่อถือ สรรพากรจะไม่ยอมรับ
2. ค่ารับรองลูกค้า (ส่วนที่เกินเกณฑ์)
ค่ารับรอง เช่น ค่าอาหารเลี้ยงลูกค้า เครื่องดื่ม ที่พัก หรือกระเช้าของขวัญ — โดยหลักถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม แต่ นำมาหักได้บางส่วน ถ้าเข้าเงื่อนไขครบทุกข้อ:
- ต้องเป็นการรับรอง ลูกค้าทางธุรกิจ (ไม่ใช่พนักงานของบริษัทเอง เว้นแต่มีหน้าที่ร่วมรับรอง)
- ของขวัญให้ลูกค้า ราคาไม่เกิน 2,000 บาท/ครั้ง (รวม VAT) — ส่วนที่เกิน 2,000 บาท เป็นรายจ่ายต้องห้าม
- ค่ารับรองรวมทั้งปี ไม่เกิน 0.3% ของรายได้หรือทุนชำระแล้ว (แล้วแต่ยอดไหนสูงกว่า) และสูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท/ปี
- ภาษีซื้อของค่ารับรองเป็น “ภาษีซื้อต้องห้าม” ขอคืนไม่ได้ แต่รวมเป็นค่าใช้จ่ายได้ (รวม VAT แล้ว)
เอกสารที่ต้องมี: ใบขออนุมัติเบิกค่ารับรอง (กรรมการอนุมัติ) + ระบุชื่อ-ตำแหน่งผู้ถูกรับรอง + ใบเสร็จ/ใบสำคัญรับเงิน
3. รายจ่ายที่ไม่มีหลักฐาน หรือพิสูจน์ผู้รับไม่ได้
- ไม่มีเอกสาร เช่น ซื้อของแจก (นาฬิกา ทอง กระเป๋า) โดยไม่มีใบเสร็จ หรือใบเสร็จไม่ระบุชื่อบริษัท
- จ่ายบุคคลธรรมดาแต่ไม่หัก ณ ที่จ่าย เช่น จ้างฟรีแลนซ์ 20,000 บาท แต่ไม่มีหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย 3% แนบ
- บิลเงินสด/ใบส่งของที่ไม่ระบุผู้รับเงิน — ตรวจสอบไม่ได้ว่าจ่ายจริงหรือไม่
วิธีป้องกัน: ทุกรายการต้องมีใบกำกับภาษีเต็มรูป หรือใบเสร็จที่ระบุชื่อ-ที่อยู่-เลขผู้เสียภาษีของผู้รับเงินชัดเจน และออกใบหัก ณ ที่จ่ายทุกครั้งที่จ่ายบุคคลธรรมดา
4. รายจ่ายเกินจริง ไม่สมเหตุสมผล
- ซื้อของที่ไม่มีในสต๊อกหรือใช้จริง เช่น ซื้อคอมพิวเตอร์หลายชุดแต่แสดงการใช้งานจริงไม่ได้
- ค่าเช่าราคาสูงผิดปกติ เช่น เช่าเดือนละ 150,000 บาทในทำเลที่ราคาตลาดแค่ 30,000 บาท
สรรพากรมีอำนาจ “ตีราคาตลาด” และปรับส่วนที่เกินออกจากค่าใช้จ่าย
5. รายจ่ายที่ตั้งขึ้นเอง หรือบันทึกผิดรอบบัญชี
- ตั้งค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้จ่ายจริง — พบบ่อยตอนใกล้ปิดงบแล้วกำไรสูง จึงตั้งสำรองค่าใช้จ่ายลอย ๆ เพื่อลดภาษี สรรพากรจะบวกกลับทันที
- บันทึกผิดงวด (ผิดรอบบัญชี) — ค่าใช้จ่ายต้องบันทึกในงวดที่เกิดขึ้นจริงตามเกณฑ์คงค้าง (Accrual Basis) ถ้าเอาค่าใช้จ่ายปีก่อนมาลงปีนี้ หรือของปีหน้ามาลงปีนี้ จะถูกปรับบวกกลับ
6. ทรัพย์สินที่บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทั้งก้อน
ทรัพย์สินที่มีอายุใช้งานเกิน 1 ปี เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องจักร ยานพาหนะ เฟอร์นิเจอร์ — ต้องบันทึกเป็น “ทรัพย์สิน” แล้วทยอยตัดเป็น ค่าเสื่อมราคา ตามอายุการใช้งาน
ถ้านำมูลค่าทั้งก้อนมาลงเป็นค่าใช้จ่ายในปีเดียว สรรพากรจะไม่ยอมรับส่วนที่เกินค่าเสื่อมราคาของปีนั้น และปรับบวกกลับเข้ากำไร
7. ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับทรัพย์สินส่วนตัวของเจ้าของ
- ค่าซ่อมรถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้นำมาใช้งานในบริษัทจริง
- ค่าไฟ-ค่าน้ำที่บ้าน ที่ไม่ใช่สำนักงานจดทะเบียนของบริษัท
หากใช้ร่วมกัน ให้แยกสัดส่วนที่ชัดเจน เช่น 70% ส่วนตัว 30% ทำงาน และต้องเป็นบ้านที่ใช้เป็นสำนักงานจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ
8. เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และรายจ่ายผิดกฎหมาย
- เบี้ยปรับ/เงินเพิ่มภาษี จากการยื่นแบบล่าช้า หรือเงินเพิ่ม 1.5%/เดือน จากการชำระภาษีล่าช้า
- ค่าใช้จ่ายที่ผิดกฎหมาย เช่น ค่าปรับจากการละเมิดกฎศุลกากรหรือสรรพสามิต
แนวคิด: รัฐไม่ต้องการให้กิจการได้ประโยชน์ทางภาษีจากการทำผิดของตัวเอง
9. ใบเสร็จ / ใบกำกับภาษีปลอม
ออกโดยผู้ขายที่ไม่มีอยู่จริง หรือบริษัทที่ถูกเพิกถอน VAT แล้ว — กรณีนี้ถือว่ามีเจตนาเลี่ยงภาษี โทษรุนแรงถึงขั้นถูกฟ้องอาญา
ตารางสรุป: หักได้ vs หักไม่ได้
| รายการ | หักภาษีได้? | เงื่อนไข |
|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายส่วนตัวกรรมการ/พนักงาน | ❌ ไม่ได้ | — |
| ค่ารับรองลูกค้า | ⚠️ ได้บางส่วน | ≤2,000 บ./ครั้ง · ≤0.3% รายได้ · ≤10 ล้าน/ปี |
| รายจ่ายไม่มีเอกสาร / พิสูจน์ผู้รับไม่ได้ | ❌ ไม่ได้ | ต้องมีใบกำกับ/ใบเสร็จเต็มรูป |
| รายจ่ายเกินจริง | ❌ ไม่ได้ (ส่วนที่เกิน) | ตีราคาตลาด |
| ตั้งค่าใช้จ่ายลอย/ผิดรอบบัญชี | ❌ ไม่ได้ | ต้องเกิดจริง + ถูกงวด |
| ซื้อทรัพย์สินลงทั้งก้อน | ⚠️ ได้เฉพาะค่าเสื่อม | ตัดค่าเสื่อมตามอายุใช้งาน |
| ค่าใช้จ่ายทรัพย์สินส่วนตัว | ❌ ไม่ได้ | เว้นแต่แยกสัดส่วนใช้งานจริง |
| เบี้ยปรับ/เงินเพิ่ม/ผิดกฎหมาย | ❌ ไม่ได้ | — |
| ใบกำกับ/ใบเสร็จปลอม | ❌ ไม่ได้ (ผิดอาญา) | — |
แนวทางป้องกันสำหรับเจ้าของกิจการ
ปรึกษานักบัญชี/ผู้สอบบัญชี ก่อนบันทึกรายการที่ไม่แน่ใจ
สร้างวินัยขอเอกสารทุกครั้ง — โดยเฉพาะใบกำกับภาษีเต็มรูปและใบหัก ณ ที่จ่าย
แยกบัญชีบริษัทกับส่วนตัวเด็ดขาด — กันรายจ่ายส่วนตัวปนเข้ากิจการ
ใช้ระบบบัญชีที่แนบเอกสารต้นทางได้ เชื่อมโยงรายการกับหลักฐาน
วางแผนภาษีตั้งแต่ต้นปี ไม่ใช่รอแก้ตอนปิดงบ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ติดต่อบริการวางแผนภาษีและทำบัญชี
หากไม่แน่ใจว่ารายจ่ายไหนบันทึกได้หรือไม่ ทีมผู้เชี่ยวชาญของ กรีนโปร เคเอสพี แอคเคาท์ติ้ง พร้อมช่วยวางระบบบัญชีและวางแผนภาษีให้ถูกต้อง ประหยัดภาษีอย่างถูกกฎหมาย
ติดต่อสำนักงานบัญชี บริษัท กรีนโปร เคเอสพี แอคเคาท์ติ้ง จำกัด ที่อยู่: 32/8 ซอยสุขาภิบาล 5 ซอย 73 (พรกุลวัฒน์) แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ 10220 เวลาทำการ: จันทร์ – ศุกร์ เวลา 8.30 – 17.30 น. LINE Official Account: @greenprokspacc โทรศัพท์: 085-067-4884