เปรียบเทียบใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงิน
สรุป ใบกำกับภาษีเป็นเอกสารทางภาษีสำหรับผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT และสามารถใช้ในการเครดิตภาษีซื้อได้ ส่วนใบเสร็จรับเงินเป็นเอกสารทางการเงินสำหรับยืนยันการรับเงิน เอกสารทั้งสองทำหน้าที่ต่างกัน จึงไม่สามารถใช้แทนกันได้
| ประเด็น | ใบกำกับภาษี (Tax Invoice) | ใบเสร็จรับเงิน (Receipt) |
|---|---|---|
| ผู้มีสิทธิออก | ผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT เท่านั้น | ทุกกิจการ ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล |
| จุดประสงค์หลัก | แสดงรายการสินค้าหรือบริการ พร้อมจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มอัตราร้อยละ 7 แยกออกจากราคาสินค้า | ยืนยันว่าผู้ขายได้รับชำระเงินจากผู้ซื้อแล้ว |
| ใช้เครดิตภาษีซื้อ | ใช้ได้ ลูกค้านำไปหักภาษีขายในเดือนถัดไป | ไม่สามารถใช้ได้ |
| ใช้เป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีเงินได้นิติบุคคล | ใช้ได้ | ใช้ได้ หากมีรายละเอียดครบตามมาตรา 65 ตรี |
| ข้อบังคับตามกฎหมาย | ต้องออกทันทีเมื่อความรับผิดในการเสียภาษีเกิดขึ้น (Tax Point) | ต้องออกเมื่อรับชำระเงิน ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 105 |
| ข้อมูลขั้นต่ำ | 8 รายการตามมาตรา 86/4 ประกอบด้วย เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลักของทั้งสองฝ่าย เลขลำดับ รายการสินค้า จำนวนภาษีแยกชัดเจน คำว่า “สำนักงานใหญ่/สาขา” วันที่ออก และคำว่า “ใบกำกับภาษี” | ชื่อสินค้า ราคา วันที่รับเงิน และชื่อผู้ออก |
| ระยะเวลาจัดเก็บ | 5 ปี ตามกรมสรรพากร และอาจถึง 10 ปี หากถูกขยายเวลาตรวจสอบ | 5 ปี |
| บุคคลธรรมดาออกได้หรือไม่ | ออกไม่ได้ ยกเว้นบุคคลธรรมดาที่จดทะเบียน VAT | ออกได้ |
| บทลงโทษเมื่อจัดทำไม่ถูกต้อง | ปรับ 2 เท่าของจำนวนภาษี พร้อมเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน และค่าปรับสูงสุด 200,000 บาท | ปรับไม่เกิน 500 บาท ตามมาตรา 127 ทวิ |
ใบกำกับภาษี (Tax Invoice) คืออะไร และผู้ใดมีหน้าที่ออก
ใบกำกับภาษี (Tax Invoice) คือเอกสารที่ ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ออกให้แก่ผู้ซื้อ เพื่อแสดงรายการสินค้าหรือบริการ พร้อมจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7 ที่เรียกเก็บแยกออกจากราคาสินค้าอย่างชัดเจน
ใบกำกับภาษีเป็นเอกสารที่กฎหมายบังคับให้ต้องออก ตาม ประมวลรัษฎากร มาตรา 86 ซึ่งกำหนดว่า ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT มีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีให้แก่ผู้ซื้อทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีเกิดขึ้น
ผู้มีสิทธิและหน้าที่ออกใบกำกับภาษี
- บริษัท ห้างหุ้นส่วน หรือบุคคลธรรมดา ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากร (ได้รับใบทะเบียน ภ.พ.20)
- ผู้ประกอบการที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องจดทะเบียน VAT
- ผู้ประกอบการที่ขอจดทะเบียน VAT โดยสมัครใจ ก่อนถึงเกณฑ์รายได้ เพื่อให้ลูกค้าองค์กรสามารถนำใบกำกับภาษีไปเครดิตภาษีซื้อได้
ผู้ที่ไม่มีสิทธิออก
บุคคลธรรมดาหรือบริษัทที่ยังไม่ได้จดทะเบียน VAT ไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษี หากฝ่าฝืน จะมีโทษปรับและต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มย้อนหลังในอัตราร้อยละ 7 ของยอดที่ออกเอกสาร กรณีที่ลูกค้าร้องขอใบกำกับภาษี แต่ผู้ขายยังไม่ได้จด VAT ควรจัดทำเอกสาร “ใบเสร็จรับเงิน” และ “ใบส่งของ” แทน
คำแนะนำจาก Greenpro กิจการ SME ที่รายได้ใกล้แตะเกณฑ์ 1.8 ล้านบาทต่อปี ควรวางแผนจดทะเบียน VAT ล่วงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการออกใบกำกับภาษีย้อนหลัง สามารถปรึกษา ทีมที่ปรึกษาภาษี Greenpro KSP ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ใบเสร็จรับเงิน (Receipt) คืออะไร และผู้ใดมีสิทธิออก
ใบเสร็จรับเงิน (Receipt) คือเอกสารที่ผู้ขายออกให้แก่ผู้ซื้อ เพื่อยืนยันว่าได้รับชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการเรียบร้อยแล้ว เป็นเอกสารทางการเงิน ไม่ใช่เอกสารทางภาษี
ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 105 กำหนดว่า ทุกครั้งที่ผู้ขายได้รับชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการ มีหน้าที่ต้องออกใบเสร็จให้แก่ผู้ซื้อ โดยไม่คำนึงว่าจะจดทะเบียน VAT หรือไม่
ผู้มีสิทธิออก
- บุคคลธรรมดา ร้านค้า และผู้ประกอบอาชีพอิสระ
- บริษัทและห้างหุ้นส่วน ทั้งที่จดทะเบียน VAT และยังไม่ได้จด
- มูลนิธิและสมาคมที่รับบริจาคหรือค่าบริการ
ขอบเขตการใช้งาน
- ใช้บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีได้ หากมีข้อมูลครบถ้วนและสามารถระบุผู้ประกอบการได้ชัดเจน
- ใช้เป็นหลักฐานยืนยันการชำระเงินสำหรับผู้ซื้อ
- ไม่สามารถ นำไปใช้เครดิตภาษีซื้อ (VAT) ได้ เนื่องจากไม่มีรายละเอียดของภาษีมูลค่าเพิ่ม
ใบกำกับภาษีสามารถใช้แทนใบเสร็จได้หรือไม่
สามารถใช้แทนกันได้ ภายใต้เงื่อนไขที่ผู้ขายออกเอกสารใบเดียว ซึ่งทำหน้าที่ทั้งใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินพร้อมกัน
ในทางปฏิบัติ ผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT สามารถจัดทำเอกสารฉบับเดียวที่ระบุชื่อว่า “ใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน” หรือ “Tax Invoice/Receipt” โดยต้องเป็นไปตามเงื่อนไขดังนี้
- ระบุคำว่า “ใบกำกับภาษี” และ “ใบเสร็จรับเงิน” ปรากฏชัดเจนบนเอกสาร
- มีข้อมูลครบถ้วนตามมาตรา 86/4 (รายละเอียดในหัวข้อที่ 6)
- ออก ณ จุดที่รับชำระเงิน ไม่ใช่ออกล่วงหน้าหรือย้อนหลัง
กรณีที่ไม่สามารถใช้แทนกันได้
- ผู้ขายไม่ได้จดทะเบียน VAT จึงไม่สามารถออกใบกำกับภาษีได้ ต้องออกใบเสร็จรับเงินอย่างเดียว
- กรณีการขายเชื่อ (Credit Sale) ที่ออกใบกำกับภาษีก่อนรับเงินจริง ผู้ขายต้องออก “ใบส่งของ/ใบแจ้งหนี้/ใบกำกับภาษี” ณ วันส่งมอบสินค้า และออก “ใบเสร็จรับเงิน” แยกต่างหากเมื่อได้รับชำระเงิน
ประเภทของใบกำกับภาษี: อย่างเต็มรูปและอย่างย่อ
สรุป ใบกำกับภาษีอย่างเต็มรูปใช้สำหรับลูกค้าองค์กรที่ต้องการเครดิตภาษี ส่วนใบกำกับภาษีอย่างย่อใช้สำหรับลูกค้าทั่วไป (B2C) ที่ไม่นำไปขอเครดิตภาษี
1. ใบกำกับภาษีอย่างเต็มรูป (Full Tax Invoice)
ใช้สำหรับลูกค้านิติบุคคล หรือลูกค้าที่ต้องการนำใบกำกับภาษีไปขอเครดิตภาษีซื้อ ต้องมีข้อมูลครบทั้ง 8 รายการตามมาตรา 86/4 (รายละเอียดในหัวข้อที่ 6)
ตัวอย่างกิจการที่ออกใบกำกับภาษีอย่างเต็มรูป ได้แก่ บริษัทที่จำหน่ายสินค้าแก่ลูกค้าองค์กร ผู้ให้บริการที่ปรึกษา และผู้ค้าส่ง
2. ใบกำกับภาษีอย่างย่อ (Abbreviated Tax Invoice)
ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ออกได้เฉพาะกิจการ ค้าปลีก เช่น ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ หรือร้านค้าปลีกที่ใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน (POS) โดยมีเงื่อนไขดังนี้
- ต้องเป็นกิจการค้าปลีกที่ขายสินค้าให้ผู้บริโภคโดยตรง
- ใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน (POS) ที่ได้รับอนุญาตจากกรมสรรพากร
- หากลูกค้าร้องขอใบกำกับภาษีอย่างเต็มรูป ผู้ขายต้องออกให้ใหม่ ไม่สามารถปฏิเสธได้
คำแนะนำจาก Greenpro ก่อนนำระบบ POS มาใช้ออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ ผู้ประกอบการต้อง ยื่นขออนุญาตใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินกับกรมสรรพากร ก่อนเสมอ Greenpro KSP ให้บริการครบวงจร ตั้งแต่จัดทำคู่มือเครื่องจนถึงยื่นเอกสารแทนลูกค้า ดูรายละเอียดได้ที่ บริการยื่นขออนุญาตใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน
ข้อมูลที่ใบกำกับภาษีต้องมี 8 รายการตามมาตรา 86/4
ใบกำกับภาษีอย่างเต็มรูปทุกฉบับ ต้องมีรายการครบทั้ง 8 ข้อ ดังต่อไปนี้ หากขาดข้อใดข้อหนึ่ง ถือว่าเป็นใบกำกับภาษีที่ไม่สมบูรณ์ และลูกค้าจะไม่สามารถนำไปเครดิตภาษีซื้อได้
- คำว่า “ใบกำกับภาษี” ระบุในตำแหน่งที่เห็นได้ชัดเจน
- ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก ของผู้ขาย
- ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก ของผู้ซื้อ
- เลขลำดับใบกำกับภาษี และเลขลำดับของเล่ม (หากมี)
- ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่า ของสินค้าหรือบริการ
- จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่คำนวณจากมูลค่าสินค้าหรือบริการ โดยแยกออกจากราคาสินค้าอย่างชัดเจน
- วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี
- คำว่า “สำนักงานใหญ่” หรือ “สาขาที่…” เพื่อระบุที่ตั้งของผู้ขายโดยชัดเจน
ข้อควรตรวจสอบก่อนส่งเอกสาร ปัญหาที่พบบ่อยคือ ใบกำกับภาษีไม่สามารถใช้เครดิตภาษีได้ เนื่องจากขาดการระบุ “สำนักงานใหญ่” หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ ซึ่งเป็นประเด็นที่ ทีมตรวจสอบบัญชี Greenpro KSP พบเป็นประจำ
ระบบ e-Tax Invoice และ e-Receipt ของกรมสรรพากร
e-Tax Invoice และ e-Receipt คือใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (XML) ซึ่งส่งให้กรมสรรพากรโดยตรง ช่วยลดภาระการจัดเก็บเอกสารกระดาษ และมีผลทางกฎหมายเทียบเท่าเอกสารกระดาษทุกประการ
ระบบ e-Tax Invoice และ e-Receipt แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้
1. e-Tax Invoice และ e-Receipt (แบบเต็มรูปแบบ)
- ใช้รูปแบบไฟล์ XML ตามมาตรฐานของกรมสรรพากร
- ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature) ด้วยใบรับรอง (Certificate Authority)
- ส่งไฟล์ให้กรมสรรพากรภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
- เหมาะกับธุรกิจที่ออกใบกำกับภาษีจำนวนมาก
2. e-Tax Invoice by Email
- ส่งใบกำกับภาษีในรูปแบบ PDF ให้ลูกค้าผ่านอีเมล โดยส่งสำเนา (CC) ไปยังระบบของกรมสรรพากร
- ไม่จำเป็นต้องลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์
- เหมาะกับ SME ที่เริ่มต้นใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์
ระบบทั้งสองรูปแบบมีผลทางกฎหมายเทียบเท่าใบกำกับภาษีกระดาษ และลูกค้าสามารถใช้เครดิตภาษีซื้อได้ตามปกติ
Greenpro KSP ให้บริการวางระบบ e-Tax Invoice ผ่านโปรแกรมบัญชีชั้นนำ เช่น PEAK, FlowAccount, Express และ Odoo ดูรายละเอียดได้ที่ บริการวางระบบบัญชี Greenpro KSP
เปรียบเทียบกับเอกสารทางบัญชีอื่น
ผู้ประกอบการ SME มักสับสนเอกสาร 6 ประเภทที่เกี่ยวข้องกัน ตารางด้านล่างสรุปความแตกต่างไว้อย่างชัดเจน
| เอกสาร | ออกเมื่อ | จุดประสงค์ | ใช้เครดิตภาษีได้หรือไม่ |
|---|---|---|---|
| ใบเสนอราคา (Quotation) | ก่อนตกลงซื้อขาย | แจ้งราคาที่เสนอ | ไม่ได้ |
| ใบสั่งซื้อ (Purchase Order) | ผู้ซื้อยืนยันการสั่งซื้อ | ผูกพันการซื้อขาย | ไม่ได้ |
| ใบส่งของ (Delivery Note) | ส่งมอบสินค้าหรือบริการ | ยืนยันการส่งมอบ | ไม่ได้ |
| ใบแจ้งหนี้ (Invoice) | เรียกเก็บเงิน กรณีขายเชื่อ | แจ้งยอดที่ต้องชำระ | ไม่ได้ |
| ใบกำกับภาษี (Tax Invoice) | ความรับผิดทาง VAT เกิดขึ้น (วันส่งของหรือรับเงิน) | แสดงภาษีมูลค่าเพิ่มแยกชัดเจน | ได้ (ฝั่งผู้ซื้อ) |
| ใบเสร็จรับเงิน (Receipt) | รับชำระเงินจริง | ยืนยันการรับเงิน | ไม่ได้ |
ในทางปฏิบัติ ธุรกิจ SME ที่ขายเงินสด นิยมจัดทำเอกสาร 3 ประเภทรวมเป็นใบเดียวกัน โดยใช้ชื่อว่า “ใบส่งของ/ใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน” ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่กรมสรรพากรยอมรับ
บทลงโทษและความเสี่ยงเมื่อจัดทำเอกสารไม่ถูกต้อง
| ลักษณะความผิด | บทลงโทษ |
|---|---|
| ออกใบกำกับภาษีโดยไม่ได้จดทะเบียน VAT | ปรับ 2 เท่าของจำนวนภาษีในใบกำกับ พร้อมจำคุกไม่เกิน 1 ปี ตามมาตรา 90/1 และ 90/4 และต้องนำส่ง VAT ที่เรียกเก็บให้กรมสรรพากร |
| จดทะเบียน VAT แล้วแต่ไม่ออกใบกำกับภาษีตามกำหนด | ปรับ 2 เท่าของจำนวนภาษีที่ต้องเสีย พร้อมเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน |
| ออกใบกำกับภาษีที่มีข้อมูลไม่ครบตามมาตรา 86/4 | ลูกค้าไม่สามารถใช้เครดิตภาษีได้ และมีโทษปรับ 2,000 บาทต่อฉบับ |
| ออกใบกำกับภาษีเกินกว่าที่ขายจริง (ใบกำกับปลอม) | ปรับ 2 เท่าของจำนวนภาษี พร้อมจำคุก 3 เดือนถึง 7 ปี |
| ไม่ออกใบเสร็จรับเงินตามมาตรา 105 | ปรับไม่เกิน 500 บาทต่อครั้ง |
| ไม่จัดเก็บใบกำกับภาษีให้ครบ 5 ปี | ปรับ 2,000 บาทต่อฉบับ และเสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบย้อนหลัง |
กรณีศึกษาที่พบจริง ลูกค้า SME รายหนึ่งจดทะเบียนบริษัทแล้ว แต่ยังไม่ได้จดทะเบียน VAT และออกใบเสร็จโดยใช้ข้อความว่า “ใบกำกับภาษี/ใบเสร็จ” ส่งผลให้ถูกกรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง 3 ปี พร้อมค่าปรับ 2 เท่าของยอดภาษีที่เรียกเก็บไป รวมกว่า 200,000 บาท ปัญหานี้สามารถป้องกันได้ด้วยการ ปรึกษานักวางแผนภาษีก่อนเริ่มประกอบกิจการ
ขั้นตอนตรวจสอบใบกำกับภาษี 5 ข้อ ก่อนส่งให้ลูกค้า
Greenpro 5-Point Tax Invoice Checklist คือรายการตรวจสอบที่ทีมบัญชี Greenpro KSP ใช้กำกับการออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าของเรา
- ตรวจสอบสถานะการจดทะเบียน VAT หากยังไม่ได้จดทะเบียน ไม่ควรออกใบกำกับภาษี
- ตรวจสอบเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลักของผู้ซื้อให้ครบถ้วน หากขาด ลูกค้าจะไม่สามารถใช้เครดิตภาษีได้
- ตรวจสอบว่ามีคำว่า “ใบกำกับภาษี” และระบุ “สำนักงานใหญ่” หรือ “สาขา” ครบถ้วน
- ตรวจสอบว่าจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มอัตราร้อยละ 7 แยกออกจากราคาสินค้าชัดเจน ห้ามรวมในราคา
- ตรวจสอบให้วันที่ออกเอกสารตรงกับวันที่ความรับผิดทาง VAT เกิดขึ้น ได้แก่ วันส่งมอบสินค้าหรือวันรับเงิน แล้วแต่วันใดเกิดขึ้นก่อน
หากผ่านการตรวจสอบครบทั้ง 5 ข้อ แสดงว่าใบกำกับภาษีนั้นมีความถูกต้องสมบูรณ์ และลดความเสี่ยงในการถูกกรมสรรพากรเรียกตรวจสอบในภายหลัง
คำถามที่พบบ่อย
ใบกำกับภาษีใช้แทนใบเสร็จรับเงินได้หรือไม่
สามารถใช้แทนกันได้ ในกรณีที่ผู้ขายจดทะเบียน VAT แล้ว และออกเอกสารฉบับเดียวที่ระบุข้อความ “ใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน” พร้อมข้อมูลครบถ้วนตามประมวลรัษฎากร มาตรา 86/4
บุคคลธรรมดาสามารถออกใบกำกับภาษีได้หรือไม่
ออกได้เฉพาะบุคคลธรรมดาที่ได้จดทะเบียน VAT แล้ว เช่น ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี และดำเนินการจดทะเบียน VAT เรียบร้อยแล้ว
ต้องจัดเก็บใบกำกับภาษีไว้นานเท่าใด
จัดเก็บไว้ 5 ปี นับจากวันที่ออกเอกสาร ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 87/3 ในกรณีที่กรมสรรพากรขยายระยะเวลาตรวจสอบ อาจต้องจัดเก็บถึง 10 ปี
กรณีใบกำกับภาษีสูญหาย ต้องดำเนินการอย่างไร
สามารถขอใบแทนจากผู้ขาย โดยระบุข้อความ “ใบแทนใบกำกับภาษี” พร้อมวันที่ออกเอกสารฉบับเดิม และยังสามารถใช้เครดิตภาษีได้ตามปกติ หากผู้ขายปฏิเสธการออกใบแทน ผู้ซื้อสามารถติดต่อสรรพากรพื้นที่เพื่อขอตรวจสอบรายงานภาษีขายของผู้ขาย
สามารถออกใบกำกับภาษีย้อนหลังได้หรือไม่
ไม่สามารถออกย้อนหลังได้ ใบกำกับภาษีต้องออก ณ วันที่ความรับผิดทาง VAT เกิดขึ้น คือวันส่งมอบสินค้าหรือวันรับชำระเงิน หากออกผิดวัน ต้องดำเนินการยกเลิกและออกเอกสารใหม่ พร้อมแจ้งให้กรมสรรพากรทราบ
ธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ต้องออกใบกำกับภาษีหรือไม่
หากรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ไม่ต้องจดทะเบียน VAT และไม่ต้องออกใบกำกับภาษี อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังคงมีหน้าที่ออกใบเสร็จรับเงินทุกครั้งที่รับชำระเงิน สำหรับการขายผ่านแพลตฟอร์ม (Shopee, Lazada, TikTok Shop)
e-Tax Invoice และใบกำกับภาษีกระดาษ มีผลทางกฎหมายต่างกันหรือไม่
ไม่ต่างกัน เอกสารทั้งสองรูปแบบมีผลทางกฎหมายเทียบเท่ากัน และลูกค้าสามารถใช้เครดิตภาษีซื้อได้เช่นเดียวกัน
ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ลูกค้านิติบุคคลสามารถใช้เครดิตภาษีได้หรือไม่
ไม่สามารถใช้ได้ ลูกค้านิติบุคคลต้องร้องขอใบกำกับภาษีอย่างเต็มรูปจากผู้ขาย โดยผู้ขายมีหน้าที่ต้องออกให้ใหม่ และไม่สามารถปฏิเสธได้
สรุป
ใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินทำหน้าที่ต่างกันในเชิงบัญชีและภาษี ใบกำกับภาษีเป็นเอกสารทางภาษีที่ออกได้เฉพาะผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT และสามารถใช้เครดิตภาษีซื้อได้ ส่วนใบเสร็จรับเงินเป็นเอกสารยืนยันการรับเงินที่ทุกกิจการสามารถออกได้
หากท่านยังไม่แน่ใจว่ากิจการของท่านต้องจดทะเบียน VAT หรือไม่ หรือกำลังพิจารณาว่าออกเอกสารถูกต้องเพียงใด ทีมงาน Greenpro KSP พร้อมให้คำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ด้วยประสบการณ์ดูแลธุรกิจ SME มากกว่า 400 บริษัท
บริการที่เกี่ยวข้อง
- จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เริ่มต้นที่ 4,000 บาท
- บริการรับทำบัญชีและภาษี ดูแลครบจบที่เดียว
- ที่ปรึกษาภาษี วางแผนล่วงหน้า ลดความเสี่ยงจากการถูกปรับ
- ตรวจสอบบัญชี (CPA) สำหรับบริษัทที่มีหน้าที่ส่งงบการเงินประจำปี
ติดต่อ Greenpro KSP โทร. 085-067-4884 (งานบัญชี) หรือ LINE: @greenprokspacc