1. ศึกษาตลาดและวางแผนธุรกิจ
อยากเปิดร้านอาหารให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มต้นจากความเข้าใจตลาดและลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง โดยผ่านการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในพื้นที่ เช่น อายุ รายได้ ความถี่ในการรับประทานอาหารนอกบ้าน และแนวโน้มการเลือกประเภทอาหาร จากนั้นจึงเลือกคอนเซปต์ร้านให้ชัดเจนและสอดคล้องกับสไตล์ของอาหาร เช่น ร้านอาหารจานด่วน อาหารเพื่อสุขภาพ คาเฟ่ หรืออาหารเฉพาะทาง พร้อมกำหนดจุดขายที่แตกต่างจากคู่แข่ง
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังควรจัดทำแผนธุรกิจอย่างเป็นระบบ โดยระบุเป้าหมายระยะสั้น-ระยะยาว รวมถึงมีกลยุทธ์การตลาด โครงสร้างต้นทุน และประมาณการรายได้อย่างเหมาะสม เพื่อใช้เป็นเข็มทิศในการดำเนินธุรกิจในระยะต่อไป เพื่อให้สามารถนำเสนอต่อผู้ร่วมทุนหรือนายธนาคารได้อย่างน่าเชื่อถือ
2. วางแผนงบประมาณและเงินลงทุน
ธุรกิจร้านอาหารจำเป็นต้องมีการจัดสรรงบประมาณอย่างรอบคอบ โดยควรแยกต้นทุนออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่
- ต้นทุนการก่อสร้างและตกแต่งร้าน เช่น ค่ารีโนเวต ค่าป้าย ค่าตกแต่งภายใน
- ต้นทุนอุปกรณ์และวัตถุดิบเริ่มต้น เช่น อุปกรณ์ครัว จานชาม และวัตถุดิบล็อตแรก
- เงินทุนหมุนเวียนสำหรับค่าใช้จ่ายรายเดือนในช่วง 3-6 เดือนแรก เช่น ค่าเช่า ค่าจ้างพนักงาน ค่าวัตถุดิบประจำวัน
แผนการเงินที่ดีควรรวมถึงเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 10-15% ของงบลงทุนทั้งหมด และผู้ประกอบการควรประเมินว่าจะใช้เงินทุนส่วนตัว หรือขอสินเชื่อจากธนาคารหรือไม่ เพื่อป้องกันภาระการเงินที่หนักเกินไป
3. เลือกทำเลที่ตั้ง
การเลือกทำเล เป็นขั้นตอนการเปิดร้านอาหารที่มีผลอย่างยิ่งต่อความสำเร็จในระยะยาว ควรเลือกพื้นที่ที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น ถ้าร้านเน้นลูกค้าทำงานประจำ ควรเลือกทำเลที่ใกล้กับตึกสำนักงาน ในขณะที่ร้านอาหารราคาประหยัดควรอยู่ในแหล่งชุมชนหนาแน่นหรือใกล้กับสถานศึกษา
สำหรับหัวใจสำคัญในการเลือกทำเล ประกอบไปด้วยการเข้าถึงของลูกค้า การจอดรถสะดวก ระดับค่าเช่าที่สมเหตุสมผล ข้อกำหนดของพื้นที่ และเงื่อนไขสัญญาเช่า ซึ่งควรมีความยืดหยุ่นเพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต
4. จดทะเบียนธุรกิจและขอใบอนุญาต
ร้านอาหารทุกแห่งจำเป็นต้องจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อหลีกเลี่ยงข้อพิพาทที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งยังนำไปสู่การวางแผนจ่ายภาษีให้กรมสรรพากรอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้ร้าน และเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจ รวมถึงหากมีลูกจ้างประจำ เจ้าของร้านควรขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้างกับประกันสังคมให้เรียบร้อยภายใน 30 วันหลังเริ่มจ้างงาน
7 ประเภทใบอนุญาตร้านอาหารที่ควรรู้ก่อนเปิดร้าน
- ใบอนุญาตเปิดร้านอาหาร
- ใบอนุญาตจำหน่ายอาหาร
- ใบอนุญาตขายสุรา
- ใบอนุญาตด้านดนตรีหรือความบันเทิง
- ใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
- ใบอนุญาตขายเครื่องดื่มประเภทอื่น ๆ
- ใบอนุญาตใช้ป้ายโฆษณา
5. ออกแบบและตกแต่งร้าน
การออกแบบร้านควรสอดคล้องกับภาพลักษณ์และกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นหลัก เช่น ร้านอาหารญี่ปุ่นควรให้ความรู้สึกสงบเรียบง่าย ขณะที่คาเฟ่สำหรับคนรุ่นใหม่อาจเน้นสไตล์ที่โดดเด่นและมีมุมถ่ายรูปเยอะเป็นพิเศษ
สิ่งสำคัญในขั้นตอนการเปิดร้านอาหาร อยู่ที่การออกแบบพื้นที่ให้ใช้งานได้จริง มีทางเดินสะดวก โต๊ะไม่แน่นจนเกินไป และแยกสัดส่วนระหว่างครัวกับพื้นที่ให้บริการลูกค้าอย่างชัดเจน ส่วนห้องครัว ก็ต้องคำนึงถึงระบบระบายอากาศ การติดตั้งเตา ตู้เย็น อ่างล้างจาน และจัดเตรียมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน และให้เป็นไปตามหลักสุขาภิบาลด้วย
6. วางแผนจัดซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์
การจัดซื้อที่มีประสิทธิภาพจะช่วยลดต้นทุนและรักษาคุณภาพอาหารให้สม่ำเสมอ ควรเริ่มจากการกำหนดรายการวัตถุดิบและอุปกรณ์ทั้งหมด แบ่งเป็นของที่ต้องซื้อประจำ เช่น ผักสด เนื้อสัตว์ และของใช้สิ้นเปลือง เช่น ถุงพลาสติก กล่องใส่อาหาร โดยมีหลักเกณฑ์การเลือกผู้ขายง่าย ๆ ดังนี้
- สินค้าต้องได้คุณภาพ สดใหม่ สะอาด และได้มาตรฐาน
- น่าเชื่อถือ มีประวัติการจัดส่งตรงเวลา ไม่ขาดสต๊อกบ่อย
- เงื่อนไขการจัดส่งตอบโจทย์และให้เครดิตในระยะเวลาที่เหมาะสม
หลังจากทำสัญญากับซัพพลายเออร์แล้ว อย่าลืมวางระบบบริหารสต๊อกและตรวจนับสต๊อกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ร้านควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรักษาคุณภาพอาหารให้สม่ำเสมอทุกวัน

7. จัดหาพนักงานและฝึกอบรมก่อนทำงานจริง
อยากเปิดร้านอาหารขนาดใหญ่ มีพื้นที่เยอะ พนักงานคือคนสำคัญที่ขาดไม่ได้ ควรวางแผนกำลังคนให้ชัดเจนว่าแต่ละตำแหน่งต้องมีบทบาทหน้าที่อะไรบ้าง เช่น เชฟหลัก ผู้ช่วยครัว แคชเชียร์ และพนักงานเสิร์ฟ เมื่อได้พนักงานที่มีคุณสมบัติตรงตามต้องการแล้ว ต้องมีการฝึกอบรมในเรื่องเมนู วิธีการให้บริการ มารยาท และการทำงานเป็นทีม รวมถึงจัดทำคู่มือปฏิบัติงาน (SOP) เพื่อให้ทุกคนเข้าใจมาตรฐานเดียวกัน
8. วางแผนการตลาดและการโปรโมตร้าน
แม้ไม่ใช่ขั้นตอนการเปิดร้านอาหารโดยตรง แต่การทำการตลาดคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ร้านของคุณประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะในยุคดิจิทัล ซึ่งคุณสามารถสร้างตัวตนผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook, Instagram และ Google Business Profile ได้อย่างง่ายดาย หรือจะใช้ Food Delivery Platform เช่น Grab, LINEMAN หรือ Robinhood และสร้างรีวิวผ่านอินฟลูเอนเซอร์ ก็จะช่วยให้ร้านเป็นที่รู้จักได้อย่างรวดเร็วได้เช่นกัน
9. ทดสอบระบบก่อนเปิดร้านจริง
ก่อนเปิดร้านจริง แนะนำให้ทดสอบระบบผ่าน Soft Opening โดยเชิญกลุ่มลูกค้าทดลอง เช่น ครอบครัว เพื่อน มาลองใช้บริการ เพื่อดูความพร้อมของระบบครัว การรับออเดอร์ การบริการ และระยะเวลาในการเสิร์ฟ จากนั้นจึงเก็บฟีดแบ็กเพื่อนำไปปรับปรุง และทำให้วันเปิดร้านจริงพร้อมสำหรับการรับลูกค้ามากที่สุด
10. บริหารจัดการร้านให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
รู้แล้วว่าอยากเปิดร้านอาหารต้องทำอะไรบ้าง สุดท้ายก็มาถึงการเปิดร้านจริง ซึ่งต้องมีแผนบริหารจัดการที่ยืดหยุ่นและมีระบบ เช่น การบริหารต้นทุนอาหารให้อยู่ในเกณฑ์ 30-35% ของราคาขาย ติดตามยอดขายแต่ละเมนูเพื่อนำไปพัฒนาเมนูใหม่ และวางแผนการตลาดรายเดือนอย่างต่อเนื่อง หรือจะใช้เครื่อง POS เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน
หากร้านสามารถรักษามาตรฐานได้อย่างสม่ำเสมอในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านรสชาติ บริการ และความสะอาด การขยายสาขา หรือพัฒนาเป็นแฟรนไชส์อาจกลายเป็นเป้าหมายที่จับต้องได้ในอนาคต ส่งผลให้ร้านอาหารของคุณประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนได้แน่นอน
วางแผนขั้นตอนการเปิดร้านอาหารอย่างรัดกุม เพื่อสร้างรากฐานความสำเร็จให้ธุรกิจร้านอาหารของคุณตั้งแต่วันแรก ให้ผู้เชี่ยวชาญของ Greenpro KSP Group ช่วยให้คำแนะนำ รวมถึงดำเนินการขอใบอนุญาตประกอบกิจการและใบอนุญาตเปิดร้านอาหารอย่างราบรื่น ให้คำปรึกษาโดยทีมงานมืออาชีพ มีประสบการณ์กว่า 28 ปี
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่
โทร: 094-864-9799
LINE ID: @greenproksp
E-mail: info.th@greenproksp.com
ข้อมูลอ้างอิง
- การเริ่มต้นทำธุรกิจร้านอาหาร มีขั้นตอนอะไรบ้าง. สืบค้นเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2568 จาก https://www.businessplus.co.th/activities/ข่าวสาร-pos-c020/การเริ่มต้นทำธุรกิจร้านอาหาร-มีขั้นตอนอะไรบ้าง-v7934