ใบอนุญาตนำเที่ยวคืออะไร?
คือเอกสารที่กรมการท่องเที่ยวออกให้กับบุคคลหรือบริษัทที่มีสิทธิ์ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยระบุประเภทของการให้บริการ เช่น นำนักท่องเที่ยวในประเทศ ไปต่างประเทศ หรือรับนักท่องเที่ยวจากต่างชาติ
ใบอนุญาตนี้มีอายุ 2 ปี และต้องต่ออายุภายใน 90 วันก่อนหมดอายุ ปัจจุบันมีทั้งหมด 4 ประเภทหลัก ที่ผู้ประกอบการต้องรู้ก่อนยื่นขอ
1. ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว “เฉพาะพื้นที่” (Local Tour License)
เป็นใบอนุญาตที่ออกให้แก่ผู้ประกอบการที่จัดนำเที่ยวเฉพาะภายในจังหวัดที่ตั้งสำนักงาน หรือ จังหวัดใกล้เคียง เหมาะสำหรับการนำเที่ยวขนาดเล็ก หรือผู้ประกอบการในพื้นที่ท้องถิ่น
ตัวอย่างเช่น
- บริษัทในจังหวัดเชียงใหม่ พานักท่องเที่ยวเที่ยวเฉพาะเชียงใหม่–ลำพูน–แม่ฮ่องสอน
- บริษัทในภูเก็ต รับลูกค้าต่างจังหวัดมาพาเที่ยวเฉพาะในเกาะภูเก็ตและพังงา
เงินค้ำประกันที่ต้องวาง 3,000 บาท
- ใช้เงินค้ำประกันน้อย
- เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กในท้องถิ่น
- ขั้นตอนขออนุญาตไม่ซับซ้อน
ข้อจำกัด
- ไม่สามารถจัดทัวร์ไปต่างจังหวัดไกล ๆ ได้
- ห้ามจัดทัวร์ออกนอกประเทศ
เหมาะกับ: ธุรกิจชุมชน, บริษัทนำเที่ยวท้องถิ่น, ธุรกิจโฮมสเตย์, แพ็กเกจทัวร์ชุมชน
2. ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว “ภายในประเทศ” (Domestic Tour License)
สำหรับผู้ประกอบการที่จัดนำเที่ยวภายในประเทศไทยทั้งหมด สามารถพานักท่องเที่ยวเที่ยวได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ
ตัวอย่างเช่น
- บริษัททัวร์ในกรุงเทพฯ จัดทัวร์เหนือ–ใต้–อีสานได้หมด
- บริษัทในเชียงใหม่รับกรุ๊ปจากกรุงเทพฯ มาทัวร์ภูเขา
เงินค้ำประกันที่ต้องวาง 15,000 บาท
- ขอบเขตกว้างทั่วประเทศไทย
- สามารถจัดกรุ๊ปทัวร์/Team Building/Corporate Trip ได้ทั่วไทย
- เป็นใบอนุญาตที่ผู้ประกอบการขอมากที่สุด
ข้อจำกัด
- ห้ามจัดทัวร์ออกต่างประเทศ
- ต้องมีผู้จัดการธุรกิจนำเที่ยวที่ผ่านเกณฑ์อบรม
เหมาะกับ: บริษัททัวร์ทั่วไทย, ผู้จัดอีเวนต์ท่องเที่ยว, ธุรกิจรถเช่า/รีสอร์ตที่จัดแพ็กเกจร่วม
3. ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว “ระหว่างประเทศ” (Outbound Tour License)
สำหรับบริษัทที่จัดนำเที่ยวพาคนไทยเดินทางไปต่างประเทศ เช่น ทัวร์ญี่ปุ่น เกาหลี จีน ยุโรป หรือประเทศอื่น ๆ
ตัวอย่างเช่น
- บริษัททัวร์ในไทยขายแพ็กเกจ “เที่ยวญี่ปุ่น 5 วัน 3 คืน”
- บริษัทที่จัดทริปสกีเกาหลี / ดูบอลอังกฤษ / เที่ยวยุโรป
เงินค้ำประกันที่ต้องวาง 60,000 บาท
- สามารถขายแพ็กเกจทัวร์ต่างประเทศได้ทั่วโลก
- ลูกค้าเป็นกลุ่มคนไทยที่เดินทางออกนอกประเทศ
ข้อจำกัด
- ต้องมีผู้จัดการธุรกิจนำเที่ยวที่มีประสบการณ์ด้านการจัดทัวร์ต่างประเทศโดยเฉพาะ
- ต้องมีระบบรับผิดชอบต่อลูกค้าอย่างชัดเจน
- ใช้ทุนจดทะเบียนและเงินค้ำประกันมากกว่าใบอนุญาตประเภทอื่น
เหมาะกับ: บริษัททัวร์ที่มีเครือข่ายต่างประเทศ, ผู้เชี่ยวชาญตลาดต่างประเทศ, เอเจนซี่ที่ขายทัวร์ญี่ปุ่น/ยุโรป
4. ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว “ต่างประเทศเข้ามาไทย” (Inbound Tour License)
ออกให้แก่บริษัทที่จัดทัวร์ รับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย อาจรับจากเอเจนซี่ต่างประเทศ หรือจัดเองในไทย
ตัวอย่างเช่น
- บริษัทในกรุงเทพฯ รับกรุ๊ปนักท่องเที่ยวจีนจากเอเจนซี่จีน
- บริษัทในภูเก็ตรับกรุ๊ปยุโรปมาทัวร์ทะเลภาคใต้
เงินค้ำประกันที่ต้องวาง 30,000 บาท
- ขายทัวร์ให้ต่างชาติที่เดินทางมาไทย
- ได้รายได้สกุลต่างประเทศ
- สามารถเป็นพาร์ตเนอร์กับเอเจนซี่ต่างประเทศได้
ข้อจำกัด
- ต้องมีคู่ค้าต่างประเทศที่เชื่อถือได้
- ต้องดูแลด้านเอกสารวีซ่า–การประกันภัยนักท่องเที่ยวให้ครบ
- พนักงานต้องมีทักษะภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศ
เหมาะกับ: บริษัททัวร์รับต่างชาติ, รีสอร์ตที่จัดแพ็กเกจครบวงจร
ถ้าต้องการ “ทำได้หลายแบบ” ขอใบอนุญาตหลายประเภทได้ไหม?
คำตอบคือ ได้ค่ะ ผู้ประกอบการสามารถขอใบอนุญาตหลายประเภทได้ พร้อมกันในคราวเดียว
แต่ต้องวางเงินค้ำประกันรวมตามจำนวนประเภท และต้องมี “ผู้จัดการธุรกิจนำเที่ยว” ที่มีคุณสมบัติครอบคลุมทุกประเภทที่ขอ
ถ้าขอ Outbound ด้วย ต้องแสดงใบรับรองอบรมธุรกิจนำเที่ยวระหว่างประเทศ หรือประสบการณ์จัดทัวร์ต่างประเทศมาก่อน
สรุปเลือกให้ถูกตั้งแต่แรก = ธุรกิจเดินได้เร็ว
การรู้ประเภทของใบอนุญาตนำเที่ยวเป็นก้าวแรกของการทำธุรกิจทัวร์อย่างถูกต้อง
เพราะจะช่วยให้คุณ
เตรียมเงินค้ำประกันได้ถูกต้อง
วางแผนขอบเขตบริการได้อย่างชัดเจน
ไม่เสียเวลายื่นแก้ไขในภายหลัง
ดังนั้น ก่อนเปิดบริษัททัวร์ ลองเช็กให้แน่ชัดว่า ธุรกิจอยู่ในขอบเขตใบอนุญาตแบบไหนแล้วเตรียมเอกสารให้ครบ เพื่อให้ธุรกิจของคุณเริ่มต้นอย่างมืออาชีพ และน่าเชื่อถือในสายตาลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติ