BOI คืออะไร และเกี่ยวข้องกับการจ้างแรงงานต่างชาติอย่างไร?
BOI ย่อมาจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Board of Investment) เป็นหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่สนับสนุนและส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ เช่น อุตสาหกรรมเป้าหมาย เทคโนโลยีชั้นสูง โลจิสติกส์ วิจัยและพัฒนา การศึกษา สุขภาพ หรือกิจการที่สร้างรายได้ให้กับประเทศในระยะยาว
บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI จะได้รับสิทธิประโยชน์หลายประการ ไม่ว่าจะเป็น
- ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในช่วงปีแรก ๆ
- นำเข้าเครื่องจักรหรือวัตถุดิบโดยปลอดภาษี
- สิทธิ์ครอบครองที่ดิน
- รวมถึงสิทธิในการจ้างแรงงานต่างชาติที่สะดวกขึ้น ไม่ต้องผูกกับทุนหรือจำนวนพนักงานไทยตามเกณฑ์ทั่วไป
ถ้าไม่ขอ BOI ยังสามารถจ้างคนต่างชาติได้ไหม?
คำตอบคือ “ได้” แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ กรมแรงงาน และ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กำหนดอย่างเข้มงวด ซึ่งหมายความว่า บริษัททั่วไป (ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การส่งเสริมของ BOI) ที่ต้องการจ้างแรงงานต่างชาติ จะต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ขั้นต่ำดังนี้:
- ทุนจดทะเบียนและชำระแล้วอย่างน้อย 2 ล้านบาท ต่อแรงงานต่างชาติ 1 คน
- มีพนักงานไทยไม่น้อยกว่า 4 คน ที่อยู่ในระบบประกันสังคม ต่อแรงงานต่างชาติ 1 คน
- มีสถานที่ตั้งบริษัทที่ตรวจสอบได้ พร้อมแนบแผนที่
- ตำแหน่งของแรงงานต่างชาติจะต้องเป็นตำแหน่งที่ “คนไทยไม่สามารถทำได้” เช่น นักพัฒนาเกม, ผู้เชี่ยวชาญ AI, วิศวกรจากต่างประเทศ ฯลฯ
ดังนั้น ถ้าคุณเพิ่งเปิดบริษัทใหม่ มีทุนจำกัด และยังไม่มีพนักงานไทยครบตามจำนวน การจ้างชาวต่างชาติจะไม่สามารถดำเนินการได้ในทันที เว้นแต่จะยื่นขอ BOI เพื่อรับสิทธิผ่อนปรนในเรื่องนี้
ข้อดีของการขอ BOI สำหรับบริษัทใหม่ที่อยากจ้างแรงงานต่างชาติ
หากคุณอยู่ในกลุ่มธุรกิจที่เข้าข่ายได้รับการส่งเสริมจาก BOI การยื่นขอ BOI ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทอาจเป็นทางเลือกที่ “คุ้มค่า” เพราะคุณจะได้รับ:
- ✅ สิทธิ์จ้างแรงงานต่างชาติแบบไม่ต้องผูกกับทุนจดทะเบียนหรือพนักงานไทย
- ✅ ใช้บริการ One Stop Service ที่ BOI ช่วยอำนวยความสะดวกในการยื่น Work Permit และ Visa
- ✅ ไม่ต้องต่อใบอนุญาตทำงานและวีซ่าทุกปีเหมือนทั่วไป (บางกรณีได้รับอนุมัติยาว 2–4 ปี)
- ✅ ลดภาระภาษีและค่าธรรมเนียมในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ
สิ่งสำคัญคือ BOI ไม่ได้ให้กับทุกกิจการทั่วไป เช่น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือธุรกิจค้าขายทั่วไปมักไม่ได้รับการส่งเสริม เว้นแต่มีโมเดลธุรกิจที่ชัดเจนว่ามีเทคโนโลยี นวัตกรรม หรือการขยายไปต่างประเทศ
ใคร “ควร” ขอ BOI?
- บริษัทที่อยู่ใน สายเทคโนโลยี เช่น Software, AI, Robotics
- อุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง เช่น ผลิตเครื่องจักร เครื่องมือแพทย์ ชิ้นส่วนยานยนต์
- โรงงานผลิตอาหารแปรรูปที่ใช้เทคโนโลยี
- ธุรกิจดิจิทัล และ E-commerce Platform
- โครงการ Smart City, พลังงานทดแทน
- ธุรกิจที่มีแผน วิจัย พัฒนา หรือนำเทคโนโลยีจากต่างประเทศเข้ามาใช้ในไทย
- กิจการที่ต้องการ ขยายทีมต่างชาติจำนวนมาก ตั้งแต่เริ่มต้น
- ผู้ประกอบการชาวต่างชาติที่อยากเปิดบริษัทในไทยและทำงานในบริษัทตนเอง (ผ่านระบบ BOI จะง่ายกว่ามาก)
หากบริษัทไม่ได้อยู่ในขอบเขตของ BOI
ก็ยังสามารถดำเนินธุรกิจได้ปกติ เพียงแต่การจ้างแรงงานต่างชาติจะต้องวางแผนให้รอบคอบ เช่น:
- เพิ่มทุนจดทะเบียนเพื่อให้ผ่านเกณฑ์
- จ้างพนักงานไทยครบตามจำนวนที่กำหนด
- เตรียมเอกสารการขอ Work Permit และ Visa อย่างถูกต้อง
- ใช้บริการที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญเพื่อจัดการเรื่องเอกสารให้ถูกต้องและไม่ล่าช้า
สรุป
คำตอบคือ “ไม่จำเป็นเสมอไป” ขึ้นอยู่กับว่าธุรกิจของคุณเข้าข่ายที่ BOI สนับสนุนหรือไม่ และคุณมีความพร้อมด้านทุนจดทะเบียนและบุคลากรแค่ไหน หากคุณต้องการความสะดวก รวดเร็ว และสามารถขยายทีมต่างชาติได้เต็มที่ BOI คือเครื่องมือที่ทรงพลัง แต่หากคุณดำเนินธุรกิจทั่วไปและสามารถวางแผนให้ผ่านเกณฑ์ของกรมแรงงานได้ การขอ BOI ก็ไม่จำเป็นต้องใช้
สุดท้ายนี้ การตัดสินใจควรขึ้นอยู่กับ “โครงสร้างธุรกิจ” และ “เป้าหมายการเติบโต” ในระยะยาว หากคุณยังไม่แน่ใจว่าควรขอ BOI หรือดำเนินการทางไหน การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่างเรา กรีนโปร เคเอสพี กรุ๊ป จะช่วยให้คุณวางแผนได้อย่างรอบคอบเพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปได้อย่างราบรื่น