1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับกิจการค้าขายออนไลน์ทั่วไป
หลักการคือ “มีรายได้ = ต้องยื่นภาษี”
แม้จะขายของที่บ้าน ไม่มีหน้าร้าน หรือขายเฉพาะออนไลน์ รายได้ทั้งหมดจากการขายยังถือเป็น “เงินได้พึงประเมิน” ต้องนำมาคำนวณภาษีสิ้นปี โดยยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ถ้ามีรายได้หลายประเภท หรือ ภ.ง.ด.91 ถ้ามีเงินเดือนอย่างเดียว
ขายผ่านแพลตฟอร์มต้องแจ้งรายได้ไหม?
ปัจจุบันกรมสรรพากรสามารถตรวจสอบรายได้จากแพลตฟอร์ม e-commerce และจากบัญชีธนาคารที่มีการรับโอนซ้ำ ๆ ได้ หากมีรายได้ต่อเนื่อง ควรเก็บหลักฐานการขาย สลิป ใบสั่งซื้อ และทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายไว้เสมอ
2. ภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับผู้ประกอบการที่จดบริษัท
เมื่อธุรกิจขยาย มียอดขายหลักล้าน หรือต้องการความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ หลายคนเลือกจดบริษัท จำกัด ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้อง
- ทำบัญชีรายเดือน/รายปี
- ยื่นภาษี ภ.ง.ด.50 (สิ้นปี) และ ภ.ง.ด.51 (ครึ่งปี)
- เสียภาษีในอัตรา 15–20% ของ “กำไรสุทธิ”
ข้อดีของการจดบริษัท
- ภาษีคิดเฉพาะ “กำไรจริง” ไม่ใช่ยอดขาย
- แยกเงินบริษัทออกจากเงินส่วนตัวชัดเจน
- สามารถนำรายจ่ายทางธุรกิจ เช่น ค่าโฆษณา ค่าส่ง ค่าวัตถุดิบ มาหักได้
- มีโอกาสขยายธุรกิจ ขอสินเชื่อ และร่วมงานกับองค์กรใหญ่
3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
ถ้ากิจการมีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการ เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี ต้อง “จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม” ภายใน 30 วัน นับแต่รายได้ถึงเกณฑ์
ถ้าจด VAT แล้ว ต้องทำอะไรบ้าง?
- เก็บ VAT 7% จากลูกค้า
- นำส่ง VAT (ภ.พ.30) ทุกเดือน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
- เครดิตภาษีขาย–ภาษีซื้อ ได้ตามหลักเกณฑ์
ถ้ายังไม่ถึงเกณฑ์? : ไม่ต้องจด VAT และห้ามเรียกเก็บ VAT จากลูกค้า
4. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT)
ภาษีที่ผู้จ่ายเงิน ต้องหักไว้ส่วนหนึ่งก่อนจ่ายให้ผู้รับแล้วนำส่งกรมสรรพากรแทนผู้รับเงิน ถ้าเป็นบริษัท แล้วจ่ายค่าบริการให้คนอื่นจะต้องหักภาษีไว้ก่อน และ นำส่งภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
พอถึงปลายปีคุณสามารถนำ “หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย” ที่ลูกค้าออกให้ มาหักเป็นเครดิตภาษีตอนยื่น ภ.ง.ด.90 ได้อีกด้วย
5. ภาษีจากโฆษณาออนไลน์ (Facebook / Google / TikTok)
การยิงแอดออนไลน์ก็มีภาษีที่เกี่ยวข้องเช่นกัน
- ถ้าซื้อโฆษณาจากต่างประเทศ (Facebook, Google, TikTok) ต้องชำระ VAT 7% ผ่านแบบ ภ.พ.36
- ถ้าซื้อจากเอเจนซี่ในไทย ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% และใช้ใบกำกับภาษีเพื่อเครดิต VAT ได้
ถ้าดำเนินกิจการเป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้จด VATแพลตฟอร์มจะคิด VAT 7% ให้เอง
6. ภาษีศุลกากร (กรณีนำเข้าสินค้า)
ถ้าขายสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ Gadget ฯลฯ ต้องเสียภาษีนำเข้า เช่น
- อากรขาเข้า (Import Duty)
- ภาษีมูลค่าเพิ่มนำเข้า (VAT 7%)
กรณีสินค้าราคาต่ำกว่า 1,500 บาทต่อชิ้น (รวมค่าส่ง) อาจได้รับยกเว้น แต่ถ้าสั่งจำนวนมากหรือมีมูลค่าสูง จะต้องชำระภาษีตามจริง
สรุป
ขายของออนไลน์ = ต้องเสียภาษีเหมือนขายหน้าร้าน เพียงแต่รูปแบบการยื่นและการคำนวณอาจต่างไปเล็กน้อย หากเริ่มขายของออนไลน์แล้วมีรายได้สม่ำเสมอ ควรเริ่มจัดระบบภาษีให้ถูกต้อง
- ถ้ารายได้ยังไม่เยอะ: เก็บหลักฐานรายรับ–รายจ่ายให้ครบ
- ถ้าเริ่มเติบโต : พิจารณาจดทะเบียนบริษัท และจด VAT เพื่อบริหารภาษีและความน่าเชื่อถือในระยะยาว
การจัดการภาษีได้ถูกต้อง คือความยั่งยืนของกิจการในระยะยาว อย่ารอให้สรรพากรเรียกย้อนหลัง เพราะตอนนั้น “ภาษี + เบี้ยปรับ + เงินเพิ่ม” อาจมากกว่าผลกำไรที่ได้มา เริ่มตรวจรายได้วันนี้ เพื่อยื่นภาษีให้ถูกต้อง และทำให้ธุรกิจออนไลน์ของคุณเติบโตอย่างมั่นใจ