หลายธุรกิจอาจคิดว่าเมื่อทำบัญชีเรียบร้อย ยื่นภาษีตรงเวลา ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกตรวจสอบจากสรรพากร แต่ในความเป็นจริง ประเภทของรายได้บางแบบ หรือ พฤติกรรมทางการเงินบางอย่าง อาจเป็นสัญญาณเตือนที่ทำให้เจ้าหน้าที่สรรพากรเข้ามาตรวจสอบเพิ่มเติมได้
บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกว่า “ประเภทของรายได้” ที่มักจะถูกสรรพากรจับตามองเป็นพิเศษ พร้อมแนวทางการจัดทำบัญชีที่ถูกต้องและโปร่งใส เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการถูกตรวจสอบและเสียภาษีย้อนหลัง
รายได้ของบริษัทแบบไหนที่สรรพากรเล็งตรวจสอบ?
- รายได้ไม่สัมพันธ์กับค่าใช้จ่าย : บริษัทมีรายได้สูง แต่ค่าใช้จ่ายต่ำผิดปกติ หรือในทางกลับกันมีค่าใช้จ่ายมากแต่รายได้น้อย
(สรรพากรจะสงสัยว่า “ซ่อนรายได้” หรือ “แต่งตัวเลขให้มีกำไรน้อยลง”)
- รายได้สูงขึ้นผิดปกติภายในปีเดียว : ธุรกิจมีรายได้กระโดดขึ้นอย่างรวดเร็ว
เช่น จาก 1 ล้านบาท เป็น 10 ล้านบาทในปีถัดมา โดยไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน
(สรรพากรอาจตรวจสอบที่มาของรายได้ เช่น เส้นทางการเงินโอน เงินลงทุนจากต่างประเทศ ฯลฯ)
- รายได้ซ้ำซ้อนกับบุคคลในเครือเดียวกัน : ธุรกิจกลุ่มเดียวกันที่โอนเงินไปมาระหว่างกัน หรือมีการแบ่งรายได้ที่ไม่สมเหตุสมผล
(สรรพากรอาจตรวจสอบเพื่อดูว่ามีการ “โยกกำไร” หรือไม่?)
- มีรายได้จากช่องทางออนไลน์แต่ไม่มีการบันทึก : ธุรกิจที่ขายของออนไลน์ แต่ไม่มีการออกใบเสร็จ หรือไม่แสดงรายได้จากแพลตฟอร์ม
(โดนตรวจสอบจากข้อมูลที่กรมสรรพากรแลกเปลี่ยนกับแพลตฟอร์ม E-Commerce ต่าง ๆ)
- รายได้ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมทางบัญชี : เช่น บริษัทไม่มีรายได้เลย แต่มีการเบิกจ่ายเงินเดือน จ่ายค่าเช่า หรือค่าใช้จ่ายประจำทุกเดือน
(สรรพากรอาจสงสัยว่า “มีรายได้แต่ไม่แสดง”)
- บริษัทมีรายได้ต่อเนื่องแต่ไม่เคยจ่ายภาษี : เช่น ยื่นแบบภาษี ภ.ง.ด.50 หรือ ภ.ง.ด.51 ว่าขาดทุนต่อเนื่องทุกปี แต่ยังคงเปิดดำเนินกิจการ
(เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ถูกสรรพากรตรวจสอบบ่อยมาก)
รายการภาษีที่มักเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ
ประเภทภาษี | สาเหตุที่มักถูกตรวจสอบ |
ภ.ง.ด.50 (ภาษีเงินได้นิติบุคคล) | แสดงรายได้ผิดปกติ กำไรต่ำผิดปกติ |
ภ.พ.30 (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) | ยอดขายที่ยื่นไม่ตรงกับใบกำกับภาษี |
ภ.ง.ด.3/53 (หัก ณ ที่จ่าย) | ไม่มีการหักภาษีผู้ให้บริการ |
ภ.ง.ด.1 (เงินเดือนพนักงาน) | ยอดเงินเดือนไม่สอดคล้องกับเงินที่จ่ายจริง |
ตัวอย่างสถานการณ์จริง
กรณี 1 : บริษัทออกใบกำกับภาษีแต่ไม่ยื่น VAT
สรรพากรสามารถตรวจสอบย้อนกลับจากผู้ซื้อที่ขอคืนภาษี
กรณี 2 : บริษัทรับเงินสดจากลูกค้าแต่ไม่มีหลักฐานการนำส่ง
หากลูกค้าแจ้งว่าได้ชำระแล้ว สรรพากรสามารถตามตรวจสอบได้ทันที
กรณี 3 : ใช้บัญชีส่วนตัวรับรายได้ธุรกิจ
รายได้นี้อาจไม่ถูกแสดงในบัญชีบริษัท และเสี่ยงการตรวจสอบย้อนหลังจากการเคลื่อนไหวบัญชีธนาคาร
แนวทางป้องกันไม่ให้ถูกตรวจสอบจากสรรพากร
1. จัดทำบัญชีอย่างถูกต้องและครบถ้วน
- ลงรายการทุกอย่างให้สอดคล้องกับความเป็นจริงและอย่าตกหล่นข้อมูล
2. แยกบัญชีธุรกิจออกจากบัญชีส่วนตัว
- ป้องกันไม่ให้เกิดการปะปนของรายได้ที่ตรวจสอบยาก
- สร้างความโปร่งใสในการแสดงรายรับ–รายจ่าย
3. ออกเอกสารทางการเงินทุกครั้ง
- เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษีแม้ลูกค้าจะจ่ายเงินสดหรือโอนก็ตาม
4. ยื่นแบบภาษีให้ตรงเวลาและตรงความจริง
- ยื่น ภ.ง.ด.50, ภ.พ.30 และแบบอื่น ๆ ให้ตรงตามรอบภาษีและตรวจสอบก่อนยื่นทุกครั้ง
5. จ้างสำนักงานบัญชีที่มีประสบการณ์
- เพื่อช่วยวางแผนการบรรเทาภาระทางภาษีได้อย่างถูกต้อง
สิ่งที่ควรมีเพื่อรองรับการตรวจสอบ
- สมุดบัญชีรายวัน
- ใบกำกับภาษี / ใบเสร็จรับเงิน
- Statement ธนาคาร
- สัญญาจ้าง / สัญญาซื้อขาย
- แบบภาษีที่เคยยื่นย้อนหลัง
หากบริษัทถูกตรวจสอบ จะต้องสามารถ “ชี้แจงได้” ว่ารายได้แต่ละบาทมาจากที่ใด และมีการนำส่งภาษีถูกต้องหรือไม่
สรุป
รายได้ของบริษัทแบบไหนที่สรรพากรเล็งตรวจสอบ? คำตอบคือ รายได้ที่ “ไม่สอดคล้อง” กับพฤติกรรมทางธุรกิจ เช่น รายได้สูงผิดปกติ รายได้ที่ไม่แสดงในบัญชี หรือไม่มีเอกสารประกอบที่ชัดเจน การทำธุรกิจอย่างโปร่งใส ไม่ใช่แค่เพื่อความถูกต้องทางกฎหมาย แต่ยังช่วยให้คุณมั่นใจและเติบโตอย่างยั่งยืน