ทำไมสรรพากรถึงตรวจสอบรายได้ของบริษัท?

รายได้ของบริษัทแบบไหน-ที่สรรพากรเล็งตรวจสอบ

หลายธุรกิจอาจคิดว่าเมื่อทำบัญชีเรียบร้อย ยื่นภาษีตรงเวลา ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกตรวจสอบจากสรรพากร แต่ในความเป็นจริง ประเภทของรายได้บางแบบ หรือ พฤติกรรมทางการเงินบางอย่าง อาจเป็นสัญญาณเตือนที่ทำให้เจ้าหน้าที่สรรพากรเข้ามาตรวจสอบเพิ่มเติมได้

บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกว่า “ประเภทของรายได้” ที่มักจะถูกสรรพากรจับตามองเป็นพิเศษ พร้อมแนวทางการจัดทำบัญชีที่ถูกต้องและโปร่งใส เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการถูกตรวจสอบและเสียภาษีย้อนหลัง

รายได้ของบริษัทแบบไหนที่สรรพากรเล็งตรวจสอบ?

  1. รายได้ไม่สัมพันธ์กับค่าใช้จ่าย : บริษัทมีรายได้สูง แต่ค่าใช้จ่ายต่ำผิดปกติ หรือในทางกลับกันมีค่าใช้จ่ายมากแต่รายได้น้อย
    (สรรพากรจะสงสัยว่า “ซ่อนรายได้” หรือ “แต่งตัวเลขให้มีกำไรน้อยลง”)
  2. รายได้สูงขึ้นผิดปกติภายในปีเดียว : ธุรกิจมีรายได้กระโดดขึ้นอย่างรวดเร็ว
    เช่น จาก 1 ล้านบาท เป็น 10 ล้านบาทในปีถัดมา โดยไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน
    (สรรพากรอาจตรวจสอบที่มาของรายได้ เช่น เส้นทางการเงินโอน เงินลงทุนจากต่างประเทศ ฯลฯ)
  3. รายได้ซ้ำซ้อนกับบุคคลในเครือเดียวกัน : ธุรกิจกลุ่มเดียวกันที่โอนเงินไปมาระหว่างกัน หรือมีการแบ่งรายได้ที่ไม่สมเหตุสมผล
    (สรรพากรอาจตรวจสอบเพื่อดูว่ามีการ “โยกกำไร” หรือไม่?)
  4. มีรายได้จากช่องทางออนไลน์แต่ไม่มีการบันทึก : ธุรกิจที่ขายของออนไลน์ แต่ไม่มีการออกใบเสร็จ หรือไม่แสดงรายได้จากแพลตฟอร์ม
    (โดนตรวจสอบจากข้อมูลที่กรมสรรพากรแลกเปลี่ยนกับแพลตฟอร์ม E-Commerce ต่าง ๆ)
  5. รายได้ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมทางบัญชี : เช่น บริษัทไม่มีรายได้เลย แต่มีการเบิกจ่ายเงินเดือน จ่ายค่าเช่า หรือค่าใช้จ่ายประจำทุกเดือน
    (สรรพากรอาจสงสัยว่า “มีรายได้แต่ไม่แสดง”)
  6. บริษัทมีรายได้ต่อเนื่องแต่ไม่เคยจ่ายภาษี :  เช่น ยื่นแบบภาษี ภ.ง.ด.50 หรือ ภ.ง.ด.51 ว่าขาดทุนต่อเนื่องทุกปี แต่ยังคงเปิดดำเนินกิจการ
    (เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ถูกสรรพากรตรวจสอบบ่อยมาก)

รายการภาษีที่มักเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ

ประเภทภาษีสาเหตุที่มักถูกตรวจสอบ
ภ.ง.ด.50 (ภาษีเงินได้นิติบุคคล)แสดงรายได้ผิดปกติ กำไรต่ำผิดปกติ
ภ.พ.30 (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)ยอดขายที่ยื่นไม่ตรงกับใบกำกับภาษี
ภ.ง.ด.3/53 (หัก ณ ที่จ่าย)ไม่มีการหักภาษีผู้ให้บริการ
ภ.ง.ด.1 (เงินเดือนพนักงาน)ยอดเงินเดือนไม่สอดคล้องกับเงินที่จ่ายจริง

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

กรณี 1 : บริษัทออกใบกำกับภาษีแต่ไม่ยื่น VAT

สรรพากรสามารถตรวจสอบย้อนกลับจากผู้ซื้อที่ขอคืนภาษี

กรณี 2 : บริษัทรับเงินสดจากลูกค้าแต่ไม่มีหลักฐานการนำส่ง

หากลูกค้าแจ้งว่าได้ชำระแล้ว สรรพากรสามารถตามตรวจสอบได้ทันที

กรณี 3 : ใช้บัญชีส่วนตัวรับรายได้ธุรกิจ

รายได้นี้อาจไม่ถูกแสดงในบัญชีบริษัท และเสี่ยงการตรวจสอบย้อนหลังจากการเคลื่อนไหวบัญชีธนาคาร

แนวทางป้องกันไม่ให้ถูกตรวจสอบจากสรรพากร

1. จัดทำบัญชีอย่างถูกต้องและครบถ้วน

  • ลงรายการทุกอย่างให้สอดคล้องกับความเป็นจริงและอย่าตกหล่นข้อมูล

2. แยกบัญชีธุรกิจออกจากบัญชีส่วนตัว

  • ป้องกันไม่ให้เกิดการปะปนของรายได้ที่ตรวจสอบยาก
  • สร้างความโปร่งใสในการแสดงรายรับ–รายจ่าย

3. ออกเอกสารทางการเงินทุกครั้ง

  • เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษีแม้ลูกค้าจะจ่ายเงินสดหรือโอนก็ตาม

4. ยื่นแบบภาษีให้ตรงเวลาและตรงความจริง

  • ยื่น ภ.ง.ด.50, ภ.พ.30 และแบบอื่น ๆ ให้ตรงตามรอบภาษีและตรวจสอบก่อนยื่นทุกครั้ง

5. จ้างสำนักงานบัญชีที่มีประสบการณ์

  • เพื่อช่วยวางแผนการบรรเทาภาระทางภาษีได้อย่างถูกต้อง

สิ่งที่ควรมีเพื่อรองรับการตรวจสอบ

  • สมุดบัญชีรายวัน
  • ใบกำกับภาษี / ใบเสร็จรับเงิน
  • Statement ธนาคาร
  • สัญญาจ้าง / สัญญาซื้อขาย
  • แบบภาษีที่เคยยื่นย้อนหลัง

หากบริษัทถูกตรวจสอบ จะต้องสามารถ “ชี้แจงได้” ว่ารายได้แต่ละบาทมาจากที่ใด และมีการนำส่งภาษีถูกต้องหรือไม่

สรุป

รายได้ของบริษัทแบบไหนที่สรรพากรเล็งตรวจสอบ? คำตอบคือ รายได้ที่ “ไม่สอดคล้อง” กับพฤติกรรมทางธุรกิจ เช่น รายได้สูงผิดปกติ รายได้ที่ไม่แสดงในบัญชี หรือไม่มีเอกสารประกอบที่ชัดเจน การทำธุรกิจอย่างโปร่งใส ไม่ใช่แค่เพื่อความถูกต้องทางกฎหมาย แต่ยังช่วยให้คุณมั่นใจและเติบโตอย่างยั่งยืน