ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 คืออะไร? ต่างกันอย่างไร?

ภาษี ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 คือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ใช้สำหรับยื่นสรุปรายได้ทั้งปีต่อกรมสรรพากร เพื่อคำนวณว่าผู้มีเงินได้ต้องชำระภาษีเพิ่มหรือมีสิทธิขอคืนภาษี โดยความแตกต่างของทั้งสองแบบขึ้นอยู่กับ “ประเภทของรายได้” ของผู้ยื่น 

 

  • หากมีรายได้จากเงินเดือนเพียงอย่างเดียวมักใช้แบบ ภ.ง.ด.91 
  • หากมีรายได้หลายประเภท จะต้องใช้แบบ ภ.ง.ด.90 ในการยื่นภาษีประจำปี

การทำความเข้าใจว่าเราควรใช้แบบใดจึงมีความสำคัญ เพราะหากเลือกยื่นผิดแบบ หรือไม่นำรายได้ทั้งหมดมารวมคำนวณ อาจทำให้เสียภาษีไม่ครบ และเสี่ยงต่อการถูกประเมินภาษีย้อนหลังได้

สารบัญ

ภ.ง.ด.91 คืออะไร

ภ.ง.ด.91 คือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ใช้สำหรับผู้มีรายได้จากเงินเดือนหรือค่าจ้างเป็นหลัก ตามประเภทเงินได้มาตรา 40(1) และถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ตลอดทั้งปี

แบบ ภ.ง.ด.91 ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้มีรายได้ที่โครงสร้างไม่ซับซ้อน และไม่มีรายได้จากธุรกิจส่วนตัว หรือรายได้ประเภทอื่นเพิ่มเติม ผู้ยื่นจะนำรายได้ทั้งปีจากหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (แบบ 50 ทวิ) มาคำนวณภาษี พร้อมหักค่าลดหย่อนตามสิทธิ เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว บุตร คู่สมรส ประกันชีวิต กองทุน หรือดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้าน เป็นต้น

แม้ว่านายจ้างจะหักภาษีไว้ทุกเดือนแล้ว การยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 ยังมีความจำเป็น เพื่อสรุปยอดภาษีทั้งปีอย่างถูกต้อง หากถูกหักไว้เกินสามารถขอคืนได้ แต่หากหักไว้ไม่พอ ก็ต้องชำระเพิ่มตามยอดที่คำนวณได้จริง

เอกสารที่ต้องเตรียม

การยื่น ภ.ง.ด.91 ควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เพื่อให้การคำนวณภาษีถูกต้องและลดความเสี่ยงการถูกเรียกตรวจสอบ ได้แก่

  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (แบบ 50 ทวิ) จากนายจ้าง
  • เอกสารแสดงสิทธิลดหย่อน เช่น
    • ใบรับรองเบี้ยประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพ
    • หนังสือรับรองการซื้อกองทุน (เช่น SSF หรือ RMF)
    • หนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย
    • ใบเสร็จเงินบริจาค
  • เอกสารส่วนตัว เช่น บัตรประชาชน และข้อมูลคู่สมรส/บุตร (กรณีใช้สิทธิลดหย่อน)

การเตรียมเอกสารครบถ้วนตั้งแต่ต้น จะช่วยให้การยื่นภาษีเป็นไปอย่างราบรื่น และสามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างเต็มที่

ภ.ง.ด.90 คืออะไร

ภ.ง.ด.90 คือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ใช้สำหรับผู้มีรายได้ “มากกว่าหนึ่งประเภท” หรือมีรายได้นอกเหนือจากเงินเดือน เช่น รายได้จากอาชีพอิสระ ธุรกิจส่วนตัว ค้าขายออนไลน์ หรือรายได้ประเภทอื่น ๆ 

แบบ ภ.ง.ด.90 ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับโครงสร้างรายได้ที่ซับซ้อนกว่า ภ.ง.ด.91 เพราะต้องรวมรายได้หลายประเภทมาคำนวณภาษีรวมกันทั้งปี บางรายได้อาจถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้ว บางรายได้อาจยังไม่ได้ถูกหัก ผู้ยื่นจึงต้องสรุปรายได้ ค่าใช้จ่าย และสิทธิลดหย่อนให้ครบถ้วน เพื่อคำนวณภาษีสุทธิที่ต้องชำระจริง

เอกสารที่ต้องเตรียม

การยื่น ภ.ง.ด.90 ต้องเตรียมเอกสารมากกว่า ภ.ง.ด.91 เนื่องจากมีหลายประเภทของรายได้ โดยทั่วไปควรเตรียมดังนี้

  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) จากนายจ้าง หรือผู้ว่าจ้าง
  • หลักฐานรายรับ เช่น ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน รายงานยอดขาย
  • หลักฐานค่าใช้จ่าย (กรณีเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง)
  • หนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินฝาก / เงินปันผล (ถ้ามี)
  • เอกสารสิทธิลดหย่อน เช่น
    • เบี้ยประกันชีวิต/สุขภาพ
    • กองทุน SSF / RMF
    • ดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้าน
    • ใบเสร็จเงินบริจาค
  • เอกสารข้อมูลส่วนตัว และข้อมูลคู่สมรส/บุตร (กรณีใช้สิทธิ)

การจัดเก็บเอกสารรายได้และค่าใช้จ่ายอย่างเป็นระบบตลอดทั้งปี จะช่วยให้การยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ถูกต้อง ครบถ้วน และลดความเสี่ยงการถูกตรวจสอบย้อนหลัง

ค่าลดหย่อนและความแตกต่างระหว่าง ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91

การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในแต่ละปี สิ่งสำคัญที่ผู้มีเงินได้ไม่ควรมองข้ามคือ “ค่าลดหย่อน” ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์ที่ช่วยลดภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นค่าลดหย่อนส่วนตัว คู่สมรส บุตร ประกันชีวิต กองทุน หรือดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย การใช้สิทธิค่าลดหย่อนอย่างถูกต้องจะช่วยให้การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นไปอย่างราบรื่น

สำหรับความแตกต่างระหว่างแบบแสดงรายการภาษี ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 แม้ทั้งสองแบบจะเปิดให้ผู้มีเงินได้ใช้สิทธิค่าลดหย่อนได้เหมือนกัน แต่จุดที่แตกต่างกันอยู่ที่ “ประเภทของรายได้” ที่ต้องนำมาคำนวณภาษี

  • ภ.ง.ด.91 เหมาะสำหรับผู้มีเงินได้จากเงินเดือนหรือค่าจ้างเท่านั้น การยื่นแบบนี้จะเน้นการนำรายได้จากการจ้างงานมาตรวจสอบและใช้สิทธิค่าลดหย่อนที่เกี่ยวข้องกับเงินได้บุคคลธรรมดา
  • ภ.ง.ด.90 เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้มากกว่าหนึ่งประเภท จะต้องรวมรายได้ทุกประเภทและใช้สิทธิค่าลดหย่อนตามที่กฎหมายกำหนดให้ครบถ้วนในแบบเดียว

ความแตกต่างระหว่าง ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 จึงไม่ได้อยู่ที่สิทธิค่าลดหย่อนที่ได้รับ แต่ขึ้นอยู่กับโครงสร้างรายได้ของผู้มีเงินได้ หากเลือกใช้แบบแสดงรายการภาษีไม่ถูกต้อง อาจทำให้สิทธิค่าลดหย่อนบางรายการตกหล่น หรือคำนวณภาษีผิดพลาดได้

ถ้ายื่นแบบภาษีผิดจะเกิดอะไรขึ้น

การเลือกยื่นแบบภาษีผิด หรือกรอกรายได้ไม่ครบ อาจทำให้การคำนวณภาษีคลาดเคลื่อน แม้บางกรณีจะเป็นความผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ แต่ในทางกฎหมายภาษีถือว่าเป็นการยื่นแบบไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจนำไปสู่การตรวจสอบหรือประเมินภาษีย้อนหลังได้

โดยเฉพาะกรณีที่มีรายได้หลายประเภทแต่ยื่นแบบสำหรับเงินเดือนเพียงอย่างเดียว อาจทำให้รายได้บางส่วนไม่ถูกนำมาคำนวณ ส่งผลให้เสียภาษีไม่ครบตามจริง

ความเสี่ยงทางภาษี

1. ถูกประเมินภาษีเพิ่มเติม หากกรมสรรพากรตรวจพบว่ามีรายได้ที่ไม่ได้รวมยื่น หรือยื่นแบบไม่ถูกประเภท อาจมีการประเมินภาษีเพิ่มจากยอดที่ควรชำระจริง

2. เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ในกรณีที่ชำระภาษีไม่ครบ อาจมีการเรียกเก็บเงินเพิ่ม (คิดตามระยะเวลา) และเบี้ยปรับตามกฎหมาย

3. ถูกเรียกขอเอกสารเพิ่มเติม ผู้ยื่นอาจได้รับหนังสือให้ชี้แจง หรือขอเอกสารประกอบเพิ่มเติม 

4. เสียสิทธิขอคืนภาษี หากไม่รวมค่าลดหย่อนหรือรายได้ให้ครบถ้วน อาจทำให้คำนวณผิดและพลาดสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ควรได้รับ

วิธีแก้ไขเมื่อยื่นแบบภาษีผิด

  1. ยื่นแบบเพิ่มเติม (ยื่นแก้ไข) สามารถยื่นแบบเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขข้อมูลรายได้หรือประเภทแบบให้ถูกต้อง โดยระบบจะคำนวณยอดภาษีใหม่ตามข้อมูลที่แก้ไข
  2. ชำระภาษีส่วนที่ขาดโดยเร็ว หากคำนวณใหม่แล้วพบว่าต้องชำระเพิ่ม ควรชำระทันทีเพื่อลดภาระเงินเพิ่มที่อาจเกิดขึ้น
  3. เตรียมเอกสารประกอบให้ครบถ้วน จัดเตรียมหลักฐานรายได้ หนังสือรับรองหักภาษี และเอกสารลดหย่อนให้พร้อม ในกรณีที่มีการสอบถามเพิ่มเติมโดยเฉพาะเอกสารที่เกี่ยวข้องกับรายได้ที่ได้จากการทำงาน
  4. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี หากรายได้มีความซับซ้อนหรือไม่แน่ใจขั้นตอนการแก้ไข ควรปรึกษานักบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีเพื่อป้องกันความผิดพลาดซ้ำ

การยื่นผิดแบบไม่ใช่เรื่องที่แก้ไขไม่ได้ แต่ควรดำเนินการแก้ไขให้เร็วที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางภาษีและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม การตรวจสอบโครงสร้างรายได้ของตนเองก่อนยื่นทุกปี จึงเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91

ภ.ง.ด.90 กับ ภ.ง.ด.91 ต่างกันอย่างไรแบบสั้นที่สุด?

ต่างกันที่ “ประเภทของรายได้”
– มีแค่เงินเดือน → ใช้ ภ.ง.ด.91
– มีรายได้หลายประเภท หรือมีรายได้เสริม → ใช้ ภ.ง.ด.90

มีเงินเดือนอย่างเดียว แต่เปลี่ยนงานระหว่างปี ต้องใช้แบบไหน?

หากรายได้ทั้งหมดตลอดปีเป็นเงินเดือน แม้จะมี 50 ทวิ หลายใบ ก็ยังสามารถใช้ ภ.ง.ด.91 ได้ โดยนำรายได้จากทุกนายจ้างมารวมกัน

มีเงินเดือน และรับงานฟรีแลนซ์เล็กน้อย ต้องใช้แบบไหน?

กรณีนี้ถือว่ามีรายได้มากกว่าหนึ่งประเภท ควรใช้ ภ.ง.ด.90 แม้ว่ารายได้เสริมจะไม่มากก็ตาม เพราะต้องรวมรายได้ทั้งหมดมาคำนวณภาษี

ถ้ายื่นผิดแบบสามารถแก้ไขได้ไหม?

สามารถยื่นแบบเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขข้อมูลได้ หากพบข้อผิดพลาดควรดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว เพื่อหลีกเลี่ยงเงินเพิ่มหรือเบี้ยปรับ

ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้ว ยังต้องยื่นภาษีไหม?

ต้องยื่นค่ะ เนื่องจากการหัก ณ ที่จ่ายเป็นเพียงการชำระล่วงหน้า การยื่นภาษีประจำปีคือการสรุปยอดจริงทั้งปี และอาจมีสิทธิขอคืนภาษีได้

สรุป

ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 คือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ใช้ยื่นสรุปรายได้ประจำปี ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ประเภทของรายได้ของผู้ยื่น 

การเลือกแบบให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจะช่วยลดความเสี่ยงทางภาษี ป้องกันการถูกประเมินย้อนหลัง และทำให้สามารถใช้สิทธิค่าลดหย่อนต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วน การตรวจสอบโครงสร้างรายได้ของตนเองก่อนยื่นทุกปีจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

แชร์บทความนี้:


ผู้เขียน

Picture of เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี ประสบการณ์กว่า 30 ปี ครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลมากกว่า 400 บริษัท และเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีนโปร เคเอสพี แอคเคาท์ติ้ง จำกัด