รับจดทะเบียนพาณิชย์ (จดทะเบียนการค้า)
โดยผู้เชี่ยวชาญ

ดำเนินการครบทุกขั้นตอนโดยทีมงานมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า 28 ปี

จดทะเบียน
ร้านค้า ร้านอาหาร
ร้านออนไลน์

ให้คำปรึกษา
ก่อนจดทะเบียน

ยื่นเอกสาร
กับสำนักงานเขต
หรือเทศบาล

จดทะเบียนพาณิชย์ หรือ จดทะเบียนการค้า คืออะไร

การจดทะเบียนพาณิชย์และจดทะเบียนการค้าเป็นการจดทะเบียนประเภทเดียวกัน บางท่านใช้คำว่าจดทะเบียนร้านค้า หรือจดทะเบียนการค้า แต่ภาษาทางราชการจะใช้คำว่า”จดทะเบียนพาณิชย์”

ผู้มีหน้าที่จดทะเบียนพาณิชย์

ผู้ประกอบกิจการเจ้าของคนเดียว

ธุรกิจที่มีผู้ร่วมลงทุนตั้งแต่สองคนขึ้นไป และไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล

ตัวอย่างกิจการที่ ผู้ประกอบการที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์

ร้านค้าออนไลน์ (Shopee, Lazada, Facebook, Website)

ร้านอาหาร / Cafe / Bar

ร้านค้าปลีกทั่วไป

ร้านค้าที่มีสถานที่ประกอบกิจการถาวร

กิจการอื่น ๆ ที่เป็นการให้บริการ

ผู้ประกอบการไม่ต้องขึ้นทะเบียนพาณิชย์

1.

งานบริการและงานรับจ้างทำของ

  • การรับจ้างทำเครื่องประดับหรืออัญมณี
  • การรับจ้างผลิตสินค้าหรือรับจ้างทำของทุกชนิด

2.

ธุรกิจบริการ

  • การรับจองตั๋วเครื่องบิน
  • ตัวแทนขายกรมธรรม์ประกันชีวิต
  • รับทำบัญชี

“กิจการลักษณะนี้ถือเป็นงานบริการหรือรับจ้างทำของ กฎหมายจึงไม่ได้กำหนดให้ต้องจดทะเบียนพาณิชย์”

3.

ธุรกิจให้เช่าทรัพย์สิน

  • การให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัย
  • การให้เช่าโกดังเก็บสินค้า
  • การให้เช่าอพาร์ตเมนต์รายวันหรือรายเดือน (หากไม่ได้เข้าลักษณะเป็นโรงแรม)

ธุรกิจลักษณะนี้ถือเป็น การให้เช่าทรัพย์สิน จึงไม่อยู่ในข่ายที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์

4.

หาบเร่ แผงลอย

หาบเร่และแผงลอยไม่อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 ตามมาตรา 7 จึง ไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์

ประโยชน์ของการจดทะเบียนพาณิชย์ (จดทะเบียนการค้า)

  1. กิจการมีความน่าเชื่อถือ เนื่องจากการจดทะเบียนพาณิชย์ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่ากิจการมีอยู่จริง มีตัวตนและมีสถานที่ตั้งของกิจการที่แน่นอน ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในการสั่งซื้อสินค้าว่าผู้บริโภคจะได้รับสินค้าเป็นไปตามที่สั่งซื้อกับผู้ประกอบการมากกว่าร้านค้าที่ไม่ได้จดทะเบียนพาณิชย์
  2. กิจการเป็นที่รู้จักมากขึ้น หากเป็นร้านค้าออนไลน์และจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แล้ว กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะนำรายชื่อเว็บไซต์ของผู้ประกอบการไปไว้ในฐานข้อมูล แยกตามประเภทธุรกิจ ที่เว็บไซต์ www.dbd.go.th/edirectory จะเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต ทำให้บุคคลทั่วไปค้นพบข้อมูลร้านค้าของผู้ประกอบการ
  3. มีเอกสารประกอบการพิจารณาในการทำธุรกรรมกับสถาบันการเงิน ปัจจุบันการทำธุรกรรมทางการเงินกับสถาบันการเงิน ถ้าผู้ประกอบการไม่ได้ทำธุรกิจในรูปนิติบุคคล โดยทำธุรกิจในรูปบุคคลธรรมดาและไม่ได้เป็นพนักงานมีเงินเดือนประจำ เอกสารการจดทะเบียนพาณิชย์จะเป็นสิ่งหนึ่งที่ทางสถาบันการเงินใช้ในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นการกู้เงินเพื่อมาใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการทำธุรกิจ การกู้เงินเพื่อนำมาขยายกิจการ หรือแม้แต่การกู้เงินเพื่อซื้อบ้านและรถยนต์
  4. มีสิทธิในการขอใช้เครื่องหมายรับรองของ DBD ในกรณีผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นั้นได้มีการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แล้ว ผู้ประกอบการมีสิทธิในการขอใช้เครื่องหมาย DBD Registered เพื่อนำไปติดตั้งบนหน้าเว็บไซต์ของตนเอง เพื่อแสดงความมีตัวตนตามกฎหมาย ส่งผลในการสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น และยังสามารถยื่นขอเครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือ DBD Verified ซึ่งจะมีความน่าเชื่อถือสูงกว่าเครื่องหมาย DBD Registered (ซึ่งเว็บไซต์ต้องมีคุณภาพและเป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า)

ขั้นตอนการจดทะเบียนพาณิชย์ (จดทะเบียนการค้า)

  1. ตรวจสอบว่ากิจการอยู่ในเงื่อนไขที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์หรือไม่
  2. จัดทำแบบฟอร์มสำหรับยื่นคำขอจดทะเบียนพาณิชย์
  3. แนบเอกสารประกอบที่ใช้ในการจดทะเบียนพาณิชย์
  4. ยื่นคำขอจดทะเบียนพาณิชย์พร้อมทั้งเอกสารประกอบ

เอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียนพาณิชย์

(จดทะเบียนการค้า)

1. กรณีจัดตั้งใหม่ (บุคคลธรรมดา)

– กรอกแบบคำขอ ทพ.
– สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านผู้ประกอบกิจการ
– เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ สถานที่ตั้งกิจการ ได้แก่ สำเนาทะเบียนบ้านสถานที่ตั้ง สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประชาชนเจ้าของสถานที่ตั้ง สัญญาซื้อขาย โฉนดที่ดิน
– หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ในกรณีให้ใช้สถานที่โดยไม่คิดค่าเช่า หรือสัญญาเช่าในกรณีเป็นการเช่า (ในกรณีเช่านั้น สัญญาเช่าต้อง
ติดอากรแสตมป์ตามที่กฎหมายกำหนด)
– แผนที่แสดงสถานที่ของสถานประกอบการ และสถานที่ใก้ลเคียงโดยสังเขป
– รูปถ่ายสถานที่ประกอบการด้านในและด้านนอกในกรณีจดทะเบียนพาณิชย์ หรือ เฟซบุ๊ก/เว็บไซต์/อินสตราแกรม ในกรณีขายสินค้าออนไลน์และต้องการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
– หนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 10 บาท (ในกรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นไปดำเนินการแทน)

2. กรณีจดเปลี่ยนแปลงทะเบียนพาณิชย์ (จดเปลี่ยนแปลงทะเบียนการค้า)

กรณีจดเปลี่ยนแปลงทะเบียนพาณิชย์ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การประกอบกิจการ (เลิก บางส่วน หรือเพิ่มใหม่) การเปลี่ยนชื่อที่ใช้ในการประกอบกิจการ การเปลี่ยนผู้จัดการ เจ้าของหรือผู้จัดการเปลี่ยนที่อยู่ การย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่หรือเพิ่มสาขา การเพิ่มหรือลดเงินทุน การแก้ไขชื่อเว็บไซต์

2.1 กรณีเปลี่ยนแปลง ชื่อ-สกุล
– กรอกแบบคำขอ ทพ. ข้อ 1.
– สำเนาเอกสารแสดงการเปลี่ยนชื่อ – สกุล
– หนังสือมอบอำนาจ (ในกรณีมอบอำนาจ)
2.2 กรณีเปลี่ยนแปลงชื่อร้าน
– กรอกแบบคำขอ ทพ. ข้อ 1. และ ข้อ 2.
– หนังสือมอบอำนาจ (ในกรณีมอบอำนาจ)
2.3 กรณีเปลี่ยนแปลงชนิดการประกอบกิจการ (วัตถุประสงค์)
– กรอกแบบคำขอ ทพ. ข้อ 1. และ ข้อ 3.
– หนังสือมอบอำนาจ (ในกรณีมอบอำนาจ)
2.4 กรณีเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินทุนที่นำมาใช้ในการประกอบกิจการ
– กรอกแบบคำขอ ทพ. ข้อ 1. ข้อ 4.
– หนังสือมอบอำนาจ (ในกรณีมอบอำนาจ)
2.5 กรณีเปลี่ยนชื่อผู้จัดการ
– กรอกแบบคำขอ ทพ. ข้อ 1. และข้อ 6.
– หนังสือมอบอำนาจ (ในกรณีมอบอำนาจ)
2.6 กรณีเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงานใหญ่
– กรอกแบบคำขอ ทพ. ข้อ 1. ข้อ 5. หรือ 10. แล้วแต่กรณี
– สำเนาทะเบียนบ้านที่ตั้งสำนักงานใหญ่ หรือสำนักงานสาขา แล้วแต่กรณี
– สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านเจ้าของสถานที่
– เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ สถานที่ตั้งกิจการ ได้แก่ สำเนาทะเบียนบ้านสถานที่ตั้ง สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตร
ประชาชนเจ้าของสถานที่ตั้ง สัญญาซื้อขาย โฉนดที่ดิน
– หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ในกรณีให้ใช้สถานที่โดยไม่คิดค่าเช่า หรือสัญญาเช่าในกรณีเป็นการเช่า (ในกรณีเช่านั้น สัญญาเช่าต้องติดอากรแสตมป์ตามที่กฎหมายกำหนด)
– แผนที่แสดงสถานที่ของสถานประกอบการ และสถานที่ใก้ลเคียงโดยสังเขป
– หนังสือมอบอำนาจ (ในกรณีมอบอำนาจ)

3. กรณียกเลิกทะเบียนพาณิชย์ (ยกเลิกทะเบียนการค้า)

กรณีผู้ประกอบการเลิกกิจการและต้องการยกเลิกทะเบียนพาณิชย์
– กรอกแบบคำขอ ทพ. ข้อ 1,2,5 และลงลายมือชื่อพร้อมยื่นเอกสารที่ต้องใช้ในการจดยกเลิกทะเบียนพาณิชย์
– ใบสำคัญทะเบียนพาณิชย์ (ตัวจริง)
– สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านผู้ประกอบกิจการ
– หนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 10 บาท (ในกรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นไปดำเนินการแทน)

ขอบเขตระยะเวลาในการจดทะเบียนพาณิชย์ (จดทะเบียนการค้า)

  1. ผู้ที่ประกอบกิจการที่เข้าข่ายต้องจดทะเบียนพาณิชย์ ต้องดำเนินการจดทะเบียนภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่เริ่มประกอบกิจการ
  2. ในกรณีมีการเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียนพาณิชย์ ต้องดำเนินการจดทะเบียนภายใน 30 วัน
  3. กรณีเลิกประกอบกิจการ ต้องจดทะเบียนภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เลิกประกอบกิจการ
    การประกอบกิจการที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ การเปลี่ยนแปลงรายการ และการเลิกประกอบกิจการโดยไม่จดทะเบียน มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท กรณีไม่จดทะเบียนอันเป็นความผิด ต่อเนื่องปรับอีกวันละไม่เกิน 100 บาท จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง
  4. ในกรณีที่ใบทะเบียนพาณิชย์สูญหาย ต้องดำเนินการยื่นขอใบแทนภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่สูญหาย
    ถ้าใบทะเบียนพาณิชย์สูญหายไม่ดำเนินการยื่นคำร้องขอใบรับแทน มีความผิดปรับไม่เกิน 200 บาท และถ้าเป็นความผิดต่อเนื่อง ปรับอีกวันละไม่เกิน 20 บาท จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

หน้าที่ของผู้ประกอบการที่จดทะเบียนพาณิชย์ (จดทะเบียนการค้า)

  1. ต้องแสดงใบทะเบียนพาณิชย์หรือใบแทนใบทะเบียนพาณิชย์ไว้ที่สำนักงานในที่เปิดเผยและมองเห็นได้ชัดเจน
  2. กรณีถ้าไม่แสดงใบทะเบียนพาณิชย์และจัดทำป้ายชื่อ มีความผิดปรับไม่เกิน 200 บาท และถ้าเป็นความผิดต่อเนื่อง ปรับอีกวันละไม่เกิน 20 บาท จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง
  3. ผู้ประกอบพาณิชยกิจที่ถูกสั่งถอนใบทะเบียนพาณิชย์แล้ว ยังฝ่าฝืนประกอบพาณิชยกิจต่อไป มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือทั้งปรับทั้งจำ

สนใจบริการรับจดทะเบียนพาณิชย์
(จดทะเบียนการค้า)

ติดต่อบริษัท กรีนโปร เคเอสพี คอนซัลติ้ง จำกัด

ที่อยู่: 43 อาคารไทยซีซีทาวเวอร์ ชั้น 11 ห้องเลขที่ 111 ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120

โทรศัพท์: 094 864 9799

LINE Official Account: @greenproksp

แบบฟอร์มส่งข้อความหาเรา