การขอใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยว เป็นเอกสารสำคัญที่ออกโดยกรมการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มมาตรฐาน ความน่าเชื่อถือและคุณภาพสำหรับธุรกิจนำเที่ยวของผู้ประกอบการ ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับใบอนุญาตนี้ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกใช้บริการได้อย่างมั่นใจ

สารบัญ

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยว

การประกอบธุรกิจที่ถือว่าเป็นการนำเที่ยวตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 คือ การประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการนำนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยวหรือเดินทางไปเพื่อวัตถุประสงค์อื่น โดยจัดให้มีบริการหรือการอำนวยความสะดวกอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ได้แก่ สถานที่พัก อาหาร มัคคุเทศก์ หรือบริการอย่างอื่นใดตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งทั้งนี้ ปัจจุบัน ยังไม่มีกฎกระทรวงเฉพาะสำหรับเรื่องนี้ ผู้ประกอบการจำเป็น ต้องดำเนิน การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวก่อนเริ่มดำเนินธุรกิจ เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับของพระราชบัญญัติ หากผู้ขอใบอนุญาตไม่ผ่านคุณสมบัติที่กำหนด จะไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการธุรกิจนำเที่ยว

ในการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวจำเป็น ต้องจัดให้มีการประกันภัยสำหรับอุบัติเหตุให้แก่นักท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ และผู้นำเที่ยวในระหว่างเดินทางท่องเที่ยว ด้วยจำนวนเงินเอาประกันภัยกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาทต่อคน และกรณีบาดเจ็บไม่ต่ำกว่าห้าแสนบาทต่อคน และต้องมีอายุกรมธรรม์ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี นับแต่วันยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เพื่อให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งการเดินทางภายในประเทศและการออกเดินทางไปต่างประเทศ

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวมีหลายประเภท ได้แก่ ประเภทที่ให้บริการนำเที่ยวภายในประเทศ ประเภทที่ให้บริการนำเที่ยวระหว่างประเทศ และประเภทที่ให้บริการทั้งภายในและระหว่างประเทศ โดยแต่ละประเภทจะมีขอบเขตและสิทธิ์ที่ ได้แตกต่างกัน ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตแต่ละประเภทจะสามารถดำเนิน การจัดนำเที่ยวในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตและติดต่อกับพื้นที่บริการที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย หากต้องการเพิ่มเติมข้อมูลหรือรายละเอียดเกี่ยวกับใบอนุญาต สามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ของกรมการท่องเที่ยวได้

ประเทศไทยถือเป็นจุดมุ่งหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เนื่องจากมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจเป็นจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม น่าสนใจ และดึงดูด นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางด้านประวัติศาสตร์ได้แก่ วัดวาอาราม เมืองเก่า พิพิธภัณฑ์ และอุทยานต่างๆ เป็นต้น

การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวมีวัตถุประสงค์หลายอย่าง ดังนี้

  1. ความเป็นมาตรฐาน: ใบอนุญาตเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการสร้างมาตรฐานและคุณภาพสำหรับธุรกิจนำเที่ยว การขอใบอนุญาตจะทำให้ธุรกิจของคุณได้รับการตรวจสอบและการกำกับดูแลอย่างเป็นทางการ ซึ่งสามารถสร้างความเชื่อถือให้กับลูกค้าและเพิ่มความมั่นใจในการเลือกใช้บริการของคุณ โดยการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนเกี่ยวกับใบอนุญาตและบริษัทนำเที่ยว จะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบและเปรียบเทียบบริษัทต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. การปกป้องผู้บริโภค: ใบอนุญาตช่วยให้ผู้บริโภคได้รับความปลอดภัยและความคุ้มครองเมื่อเข้าร่วมกิจกรรมท่องเที่ยว การขอใบอนุญาตจะบังคับให้ธุรกิจนำเที่ยวปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย และมีนโยบายการคืนเงินหรือการจัดการเมื่อเกิดปัญหาหรืออุบัติเหตุระหว่างทริปท่องเที่ยว ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับใบอนุญาตยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกใช้บริการได้อย่างมั่นใจ
  3. การส่งเสริมการท่องเที่ยว: ใบอนุญาตช่วยสร้างความน่าเชื่อถือในธุรกิจนำเที่ยวของคุณและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่คุณดำเนินธุรกิจ ใบอนุญาตอาจต้องการการประชาสัมพันธ์หรือการโฆษณาเพื่อสร้างความตระหนักและความน่าสนใจในกิจกรรมท่องเที่ยวของคุณ
  4. การประกอบธุรกิจตามกฎหมาย: การขอใบอนุญาตเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับท้องถิ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจให้ถูกต้องและได้รับการยอมรับจากทางราชการและองค์กรที่เกี่ยวข้อง
  5. การคัดค้านและการแข่งขัน: การขอใบอนุญาตอาจมีเงื่อนไขหรือข้อกำหนดที่ช่วยลดการแข่งขันที่ไม่เสรีและเพิ่มความยากลำบากในการเข้าสู่ตลาดของคู่แข่ง

โดยรวมแล้ว การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวเป็นกระบวนการที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความมั่นใจให้กับลูกค้า ปกป้องผู้บริโภค ส่งเสริมการท่องเที่ยว และประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับท้องถิ่น

ข้อปฏิบัติสำหรับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว

  1. ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องแสดงใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่ระบุไว้ในใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
  2. ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวมีอายุ 2 ปี โดยผู้ประกอบการต้องชำระค่าธรรมเนียมในการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว 2,000 บาท ทั้งแบบบุคคลธรรมดาและแบบบริษัท ค่าธรรมเนียมรักษาสถานภาพใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว 1,000 บาท ทุกๆ 2 ปี
  3. ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องยื่นเอกสารหลักฐานการเปลี่ยนแปลงต่อนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์กลาง หากมีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมข้อมูลรายการประกอบธุรกิจนำเที่ยว เช่น การเปลี่ยนชื่อบุคคลหรือนิติบุคคล การเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงาน การเปลี่ยนชื่อสถานประกอบการ การเพิ่มหรือยกเลิกสำนักงานสาขา การเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงานสาขา หรือการเปลี่ยนแปลงกรรมการหรือผู้มีอำนาจจัดการแทน จะต้องแจ้งเพื่อเติมข้อมูลหรือรายละเอียดที่เกี่ยวข้องในระบบหรือเอกสารให้เป็นปัจจุบัน
  4. การยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวในนามบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลก็ได้

การขอใบอนุญาตกรณีบุคคลธรรมดา

ก่อนยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ผู้ขอควรตรวจสอบคุณสมบัติตนเองให้ครบถ้วน ดังนี้

  1. มีสัญชาติไทย และอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ในวันที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
  2. มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย
  3. ต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรืออยู่ในระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์
  4. ต้องไม่เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
  5. ต้องไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือใบอนุญาตมัคคุเทศก์ และไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือใบอนุญาตมัคคุเทศก์ แต่ถ้าเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตต้องถูกเพิกถอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี นับถึงวันยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว

การขอใบอนุญาตกรณีนิติบุคคล

ก่อนยื่นขอใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว ผู้ประกอบการต้องเตรียมเอกสารและตรวจสอบคุณสมบัติของนิติบุคคลให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด ดังนี้

  1. ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการด้านการนำเที่ยว โดยถ้าเป็นห้างหุ้นส่วนผู้เป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดต้องมีสัญชาติไทย กรณีเป็นบริษัทจำกัด ทุนของบริษัทไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ต้องเป็นของบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย และกรรมการของบริษัทเกินกึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทย
  2. มีสำนักงานอยู่ในราชอาณาจักรไทย
  3. กรรมการหรือผู้มีอำนาจจัดการแทนนิติบุคคลต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังนี้
    3.1 มีสัญชาติไทย และอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ในวันที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
    3.2 มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย
    3.3 ต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรืออยู่ในระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์
    3.4 ต้องไม่เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
    3.5 ต้องไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือใบอนุญาตมัคคุเทศก์ และไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือใบอนุญาตมัคคุเทศก์ แต่ถ้าเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตต้องถูกเพิกถอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี นับถึงวันยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว

การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวมีผลดีต่อธุรกิจอย่างไร

  1. ความน่าเชื่อถือและความมั่นใจ: การขอใบอนุญาตจะสร้างความน่าเชื่อถือและความมั่นใจให้กับลูกค้า โดยเฉพาะเมื่อธุรกิจนำเที่ยวมีการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนเกี่ยวกับใบอนุญาต ผู้บริโภคจะสามารถตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ได้ ทำให้มั่นใจว่าธุรกิจของคุณได้รับการรับรองและตรวจสอบโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับบริการท่องเที่ยวของคุณ
  2. การประกอบธุรกิจตามกฎหมาย: การขอใบอนุญาตจะช่วยให้คุณปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนำเที่ยว ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องและได้รับการยอมรับจากทางราชการและองค์กรที่เกี่ยวข้อง
  3. ความปลอดภัยและความคุ้มครอง: การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวมักเกี่ยวข้องกับมาตรฐานความปลอดภัยและนโยบายการคุ้มครองผู้บริโภค นี่เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าพวกเขาจะได้รับการปกป้องและความปลอดภัยในระหว่างการเข้าร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวของคุณ
  4. การส่งเสริมการท่องเที่ยว: ใบอนุญาตช่วยสร้างความน่าสนใจและเชื่อถือในธุรกิจของคุณ ซึ่งอาจส่งผลให้มีจำนวนลูกค้าท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ธุรกิจนำเที่ยวที่มีใบอนุญาตอาจได้รับการสนับสนุนจากองค์กรท้องถิ่นหรือหน่วยงานท่องเที่ยวที่มีเป้าหมายในการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
  5. การเติบโตและการแข่งขัน: การขอใบอนุญาตอาจมีเงื่อนไขหรือข้อกำหนดที่ช่วยลดการแข่งขันที่ไม่เสรีและเพิ่มความยากลำบากในการเข้าสู่ตลาดของคู่แข่ง นอกจากนี้ยังช่วยให้ธุรกิจของคุณมีฐานลูกค้าที่แน่นหนาและคงทน

เอกสารที่ต้องเตรียมไปยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยว

ก่อนยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ผู้ประกอบการควรเตรียมข้อมูลและเอกสารที่จำเป็นให้ครบถ้วน เพื่อให้กระบวนการยื่นขอใบอนุญาตเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้อง โดยเอกสารที่ต้องใช้ประกอบด้วย

  1. แบบคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวนิติบุคคล กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัท
  2. หนังสือรับรองบริษัทได้จดทะเบียนพร้อมวัตถุประสงค์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ไม่เกิน 1 เดือนและที่อยู่สำนักงานสาขา
  3. บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ฉบับประชุมผู้ถือหุ้นปีปัจจุบัน รับรองโดยกระทรวงพาณิชย์
  4. หนังสือบริคณห์สนธิ (บอจ.2) รับรองโดยกระทรวงพาณิชย์
  5. ข้อบังคับของบริษัทหรือรายงานการประชุมตั้งบริษัท
  6. รายการจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด
  7. สําเนาบัตรประชาชนของผู้มีอํานาจจัดการแทนและกรรมการทุกท่านพร้อมรับรองสําเนาถูกต้อง กรณีมีกรรมการต่างชาติ แนบสําเนาพาสปอร์ตและสําเนาใบอนุญาตทํางานในประเทศไทย (Work Permit) พร้อมรับรองสําเนาถูกต้อง
  8. สําเนาใบเปลี่ยนชื่อ – สกุล หรือเอกสารสําคัญการเปลี่ยนชื่อ – สกุล ของกรรมการ/ผู้มีอํานาจจัดการแทนพร้อมรับรองสําเนาถูกต้อง(ถ้ามี)
  9. สําเนาทะเบียนบ้านของผู้มีอํานาจจัดการแทนและกรรมการทุกท่านพร้อมรับรองสําเนาถูกต้อง
  10. รูปถ่ายด้านหน้าและด้านในสํานักงาน กรรมการ/ผู้มีอํานาจจัดการแทนลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัท
  11. แผนที่ตั้งสำนักงาน กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัท
  12. หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิ์ครอบครองสถานที่ที่ใช้เป็นสำนักงาน
  13. สําเนากรมธรรมประกันภัย ประกันอุบัติเหตุให้กับนักท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ และผู้นําเที่ยวในระหว่างเดินทางท่องเที่ยว โดยมีจํานวนเงินเอาประกันภัยกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาทต่อคน และกรณีบาดเจ็บ ไม่ต่ำกว่าห้าแสนบาทต่อคน และต้องมีอายุกรมธรรมไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับแต่วันยื่นคําขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยว
  14. หนังสือมอบอํานาจ สําเนาบัตรประชาชนของกรรมการ/ผู้มีอํานาจจัดการแทนลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัท ติดอากรแสตมป์ 30 บาท พร้อมสําเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอํานาจ
  15. เงินหลักประกันการประกอบธุรกิจนําเที่ยว

แชร์บทความนี้:


ผู้เขียน

Picture of เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี ประสบการณ์กว่า 30 ปี ครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลมากกว่า 400 บริษัท และเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีนโปร เคเอสพี แอคเคาท์ติ้ง จำกัด