ติดต่องานด้านบัญชี
ติดต่องานธุรกิจ

การประกอบธุรกิจในนามบุคคลธรรมดาเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในหรือผู้เริ่มต้นธุรกิจ กลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ หรือฟรีแลนซ์ เพราะมีความคล่องตัว ไม่ซับซ้อน และต้นทุนน้อยกว่าการจัดตั้งบริษัท แต่เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโต คำถามที่มักจะตามมาคือ
“บุคคลธรรมดาจำเป็นต้องจด VAT หรือไม่?”
“รายได้เท่าไหร่ถึงต้องจดเข้า VAT”
“ไม่จดจะมีปัญหาอะไรไหม?”
บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจเรื่องการ “จดภาษีมูลค่าเพิ่มในนามบุคคลธรรมดา” แบบชัดเจน ตรงประเด็น พร้อมคำแนะนำในการตัดสินใจที่ถูกต้อง
VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) เป็นภาษีทางอ้อมที่เรียกเก็บจากผู้บริโภคปลายทาง โดยผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการจะเป็น “ผู้จัดเก็บและนำส่ง” ให้กรมสรรพากร
บุคคลใดก็ตามไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ที่มีรายได้จากการขายสินค้า หรือให้บริการ “ที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม” และมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จะต้องจดทะเบียน VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
หากยอดขายรวมต่อปี (12 เดือนย้อนหลัง) เกิน 1.8 ล้านบาท ถือว่าเข้าเกณฑ์ ต้องยื่น แบบ ภ.พ.01 เพื่อจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากร
หลังจดทะเบียนแล้ว คุณต้องปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้:
| ประเภท | รายละเอียด |
| แบบภาษี | ยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน |
| ภาษีขาย-ภาษีซื้อ | หักลบกันทุกเดือน |
| ใบกำกับภาษี | ต้องออกตามรูปแบบที่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด |
| การจัดเก็บเอกสาร | เก็บใบกำกับภาษีและเอกสารบัญชีไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี |
แต่ถ้าธุรกิจยังเล็ก ขายปลีกนิดหน่อย ไม่ออกบิลให้ลูกค้าองค์กร และไม่มีต้นทุนที่เสีย VAT มาก การยังไม่จดอาจสะดวกกว่าในช่วงเริ่มต้น
👉 1,000 × 1.07 = 1,070 บาท
การ “จด VAT” ไม่ได้จำกัดแค่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วน บุคคลธรรมดาที่ทำธุรกิจมียอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ก็มีหน้าที่ตามกฎหมายเช่นกัน
หากคุณเข้าเกณฑ์ แต่ยังไม่ได้จด ควรรีบดำเนินการให้ถูกต้อง เพื่อเลี่ยงปัญหาภาษีย้อนหลัง พร้อมเปิดโอกาสในการขยายธุรกิจต่อในอนาคต