กรณีศึกษา-การวางแผนภาษีธุรกิจขายกระเป๋าแบรนด์เนม
รายละเอียดเพิ่มเติม สามารถรับชมได้จากคลิปนี้ได้เลย ให้ความรู้โดยพี่เก่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี, ผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) เนื้อหาประกอบคลิปบรรยาย รายละเอียดเนื้อหาสรุปจากคลิปวีดีโอบรรยาย+เพิ่มเติม มีลูกค้าท่านหนึ่งโทรมาปรึกษาเก่ง น้องเล่าให้ฟังว่าทำธุรกิจขายกระเป๋าแบรนด์เนม แล้วก็มีความกังวลเรื่องของรายรับ – รายจ่าย เข้าออก บัญชีค่อนข้างจะเยอะ น้องก็เล่าให้ฟังว่าน้องมีการเปิดบริษัทขึ้นมา 1 บริษัท เมื่อประมาณ ปี-สองปีที่แล้ว และก็มีการจดเข้าภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ทีนี้เรื่องราวนั้นมีความซับซ้อนกว่านั้นเนื่องจากว่าตอนที่น้องเขาเอารายได้เข้าบริษัท ตอนที่มีการซื้อขายกระเป๋า ก็น้องเขาจะมีการให้ลูกค้าเวลาขายกระเป๋าได้ ก็จะโอนเงินเข้าบัญชีของกรรมการก่อน หลังจากนั้นก็มาดูว่าทุกสิ้นเดือน มาดูว่าจะโอนรายได้ส่วนไหนเข้าบริษัทบ้างเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ เนื่องจากน้องมีความกังวลเรื่องของภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะว่าถ้าเอายอดขายเข้าทั้งหมดในนามของบริษัทก็จะทำให้มีภาษีมูลค่าเพิ่มค่อนข้างจะเยอะ เนื่องจากธุรกิจขายกระเป๋าแบรนด์เนมเวลาเราซื้อกระเป๋าลูกค้าเข้ามา ตัวด้านฝั่งซื้อค่ะจะไม่มีเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีซื้อเลยเนื่องจากเราซื้อจากบุคคลคนธรรมดา (ที่ไม่ได้จดเข้า VAT) แต่ตอนที่เราขายออกไป ธุรกิจของบริษัทน้องมีการจดเข้า VAT แล้วทุกครั้งของการขาย ต้องมีการนำส่งภาษีขายด้วยดังนั้นในเรื่องการนำส่งภาษีขาย ต้องมีการนำส่งรายได้เจ็ดเปอร์เซ็นต์ จากยอดของรายได้ทั้งหมดเลย ถ้าสมมุติว่ารายได้หนึ่งล้านบาท…
