ใบอนุญาตขายสุราสำหรับ Pop-up ต้องขอแบบไหนบ้าง
ร้านชั่วคราวหรือ Pop-up Store ขายสุราได้ แต่ต้องมีใบอนุญาตขายสุราสำหรับสถานที่ที่จะขาย ตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ใบอนุญาตขายสุรามีแค่ 2 ประเภท คือประเภทที่ 1 ขายส่ง (ครั้งละ 10 ลิตรขึ้นไป) และประเภทที่ 2 ขายปลีก (ต่ำกว่า 10 ลิตร) ไม่มีใบอนุญาตขายสุราแบบชั่วคราวแล้ว ทุกใบมีอายุ 1 ปีและใช้ได้เฉพาะสถานที่ที่ระบุในใบอนุญาต Pop-up ส่วนใหญ่จึงแยกได้เป็น 3 กรณีดังนี้
1. Pop-up นอกสถานที่ ต้องขอใบอนุญาตประเภทที่ 2 ใบใหม่
- เช่น ลานหน้าห้าง ตลาดนัด อาคารอื่น หรือพื้นที่เช่าระยะสั้น ต้องยื่นขอใบอนุญาตประเภทที่ 2 ที่ระบุที่ตั้ง Pop-up เป็นสถานที่ขาย กับสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ Pop-up ตั้งอยู่
- ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปีและเสียค่าธรรมเนียมเต็มปี (2,000 บาทสำหรับผู้จดภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ 300 บาทสำหรับผู้ที่ไม่ได้จด บวกเงินเพิ่มให้ราชการส่วนท้องถิ่นอีก 10%) แม้จะเปิดขายแค่ไม่กี่วัน
- ถ้าย้าย Pop-up ไปตั้งที่อื่น ต้องได้รับอนุญาตเปลี่ยนสถานที่เป็นหนังสือ หรือขอใบอนุญาตใหม่สำหรับที่ใหม่
ข้อมูลที่บอกว่ามี “ใบอนุญาตชั่วคราว” ขายได้ไม่กี่วัน เป็นระบบเก่าตาม พ.ร.บ.สุรา พ.ศ. 2493 ซึ่งยกเลิกไปเมื่อกฎหมายภาษีสรรพสามิตปี 2560 มีผลแล้ว
2. Pop-up ในพื้นที่เดียวกับร้านที่มีใบอนุญาตอยู่แล้ว
บางกรณี Pop-up ถูกจัดภายในพื้นที่เดียวกับร้านอาหารหรือร้านเครื่องดื่มที่มีใบอนุญาตขายสุราประจำอยู่แล้ว เช่น
- เปิด Pop-up เพิ่มมุมขายในร้านเดียวกัน
- จัดกิจกรรมพิเศษภายในสถานที่เดิม
กรณีนี้ อาจใช้ใบอนุญาตเดิมได้ แต่ต้องตรวจสอบว่า
- พื้นที่ขายยังอยู่ในขอบเขตที่จดไว้หรือไม่
- รูปแบบการขายไม่เปลี่ยนไปจากที่ขออนุญาตไว้เดิม
หาก Pop-up ออกไปอยู่นอกสถานที่ เช่น ลานด้านหน้า อาคารอื่น หรือออกบูธตามงาน ใบอนุญาตเดิมจะใช้ไม่ได้
3. บูธในงานอีเวนต์ งานแฟร์ หรืองานแสดงสินค้า
หาก Pop-up ตั้งอยู่ในงานแฟร์ / งานดนตรี / งานแสดงสินค้า / งานเทศกาล
ผู้ขายสุราแต่ละบูธควรมีใบอนุญาตประเภทที่ 2 ของตัวเองที่ระบุสถานที่จัดงาน เพราะใบอนุญาตออกให้เฉพาะผู้ได้รับอนุญาตและสถานที่ที่ระบุ การโอนหรือให้ผู้อื่นใช้ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือก่อน ผู้จัดงานควรตรวจด้วยว่าพื้นที่จัดงานไม่ใช่จุดห้ามขาย เช่น สวนสาธารณะหรือพื้นที่ของทางราชการ และบนทางหรือทางเท้า
เอกสารที่ต้องเตรียมในการขอใบอนุญาตขายสุราสำหรับ Pop-up
การขอใบอนุญาตขายสุราสำหรับร้านชั่วคราวหรือ Pop-up Store สิ่งที่เจ้าหน้าที่พิจารณาไม่ใช่แค่ตัวผู้ขอเท่านั้น แต่รวมถึง สถานที่ขายและรูปแบบการจำหน่าย ดังนั้นเอกสารที่ใช้จึงต้องแสดงให้เห็นว่า การขายสุราจะเกิดขึ้นที่ไหน และใครเป็นผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน โดยสามารถแบ่งเอกสารหลัก ๆ ได้ดังนี้
1. เอกสารของผู้ขออนุญาต
- สำเนาบัตรประชาชน (กรณีบุคคลธรรมดา)
- สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล และสำเนาบัตรประชาชนกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม (กรณีนิติบุคคล)
- หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามีการมอบให้ผู้อื่นดำเนินการแทน)
2. เอกสารแสดงสิทธิในการใช้สถานที่ขาย
- สัญญาเช่าพื้นที่ และหนังสือยินยอมให้ขายสุราจากผู้ให้เช่าหรือเจ้าของพื้นที่
- เอกสารราชการที่แสดงสิทธิในสถานที่ที่จะขายสุรา เช่น สำเนาทะเบียนบ้านของสถานที่
- หนังสืออนุญาตจากผู้จัดงาน (กรณีขายในงานอีเวนต์หรืองานแสดงสินค้า)
- แผนที่หรือผังแสดงตำแหน่งจุดขายอย่างชัดเจน
3. รายละเอียดการจำหน่ายสุรา
- ประเภทสุราที่จะจำหน่าย (เช่น เบียร์ ไวน์ สุรากลั่น)
- ลักษณะสถานประกอบการ เช่น บูธในงานแสดงสินค้า หรือร้านในห้าง (มีช่องให้ระบุในแบบคำขอ ภส.08-05)
- รูปแบบการขาย (ขายเป็นแก้ว ขวด หรือรวมในแพ็กเกจ)
4. เอกสารที่ผู้จัดงานมักขอเพิ่ม
- กำหนดการจัดงาน
- ผังรวมของงาน (ระบุโซนขายสุรา)
- มาตรการควบคุมอายุผู้ซื้อ หรือการจัดการความปลอดภัยภายในงาน
เอกสารขอใบอนุญาตขายสุราสำหรับ Pop-up ไม่ได้ซับซ้อน แต่ข้อมูลต้องครบถ้วน ชัดเจน และสอดคล้องกันทุกส่วน โดยเฉพาะเรื่องสถานที่ขาย การเตรียมเอกสารให้พร้อมตั้งแต่ต้น จะช่วยให้การขออนุญาตผ่านได้เร็ว และลดความเสี่ยงที่ร้านจะเปิดขายไม่ได้ในวันงานจริง
ข้อจำกัดและเงื่อนไข Pop-up Store
แม้ผู้ประกอบการจำนวนมากจะเตรียมใบอนุญาตขายสุรามาแล้ว แต่ในทางปฏิบัติ Pop-up Store ยังมีความเสี่ยงถูกสั่งระงับการขายหรือถูกตั้งข้อสังเกตจากเจ้าหน้าที่ เนื่องจากละเลยเงื่อนไขบางประการที่กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจน ซึ่งเป็นจุดที่มักถูกมองข้ามมากที่สุด ดังนี้
1. คิดว่าขายแค่ไม่กี่วันกฎหมายไม่เคร่ง
การเปิดขายเพียงไม่กี่วันไม่น่าจะต้องเคร่งครัดเท่าร้านประจำ แต่ในความเป็นจริงกฎหมายไม่ได้ดูระยะเวลาเปิดร้าน หากดูที่การจำหน่ายสุราเป็นหลัก ต่อให้ขายเพียงวันเดียว หากไม่มีใบอนุญาตหรือขายเกินขอบเขตที่ได้รับอนุญาต ก็ถือว่าผิดกฎหมายทันที
2. ใช้ใบอนุญาตของร้านหลักกับสถานที่อื่น
ผู้ประกอบการบางรายมีร้านอาหารหรือบาร์ที่มีใบอนุญาตขายสุราถูกต้องอยู่แล้ว และนำใบอนุญาตนั้นไปใช้กับ Pop-up ในงานอีเวนต์หรือนอกสถานที่ ซึ่งเป็นจุดที่ผิดพลาดบ่อยมาก เพราะใบอนุญาตขายสุรา ผูกกับสถานที่ที่จดไว้ หากเปลี่ยนโลเคชัน ต้องขอใหม่เสมอ แม้จะเป็นเจ้าของเดียวกันก็ตาม การใช้ใบอนุญาตไม่ตรงกับสถานที่ที่ระบุมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
3. ขายนอกเวลาที่กฎหมายกำหนด
ตามประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่มีผลตั้งแต่ 29 พ.ค. 2569 ขายได้ 11.00–24.00 น. ยกเว้นบริเวณที่จัดไว้เพื่อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเฉพาะ ในสถานที่จัดประชุม นิทรรศการ งานแสดงสินค้า หรืองานมหรสพ ซึ่งต้องมีการคัดกรองและกันไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าถึง ส่วนวันพระใหญ่ยังมีประกาศห้ามขายแยกต่างหาก ควรเช็กก่อนกำหนดวันงาน
4. รวมสุราในแพ็กเกจโดยไม่เข้าใจข้อกฎหมาย
หลาย Pop-up เลือกขายสุราในรูปแบบแพ็กเกจ เช่น บัตรเข้างานรวมเครื่องดื่ม หรือเซ็ตอาหารพร้อมแอลกอฮอล์ โดยเข้าใจว่าไม่ใช่การขายสุราโดยตรง แต่ในทางกฎหมาย หากมีการแลกเปลี่ยนมูลค่าใด ๆ กับสุรา ยังคงถือว่าเป็นการจำหน่าย และต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขใบอนุญาตเช่นเดียวกัน
5. ละเลยข้อจำกัดด้านการโฆษณาและการส่งเสริมการขาย
แม้จะได้รับอนุญาตให้ขายแล้ว แต่ Pop-up หลายแห่งพลาดเรื่องการใช้ป้าย โปรโมชั่น หรือสื่อโฆษณาที่เข้าข่ายจูงใจเกินกว่าที่กฎหมายอนุญาต เช่น การลดแลกแจกแถม หรือข้อความเชิญชวนอย่างไม่เหมาะสม ซึ่งอาจทำให้ถูกสั่งให้หยุดกิจกรรมทันที
แนวทาการขายสุราได้อย่างถูกต้อง
1. ตรวจสอบรูปแบบการขายก่อนยื่นขออนุญาต
ก่อนเริ่มขอใบอนุญาต ควรกำหนดให้ชัดเจนว่าขายสุราในรูปแบบใด เช่น ขายเป็นแก้ว ขวด หรือรวมในแพ็กเกจอาหาร รวมถึงกำหนดสถานที่ขายให้แน่นอน เพราะใบอนุญาตออกตามสถานที่ที่ระบุในคำขอ หากย้ายที่ภายหลังต้องขออนุญาตเปลี่ยนสถานที่หรือยื่นขอใหม่
2. ขอใบอนุญาตให้ตรงกับสถานที่ขาย
Pop-up ที่ขายปลีกใช้ใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 2 ที่ระบุที่ตั้ง Pop-up เอง ไม่ควรเอาใบอนุญาตของร้านหลักไปใช้ในสถานที่อื่น
3. เตรียมเอกสารสิทธิพื้นที่ให้ชัดเจน
เอกสารแสดงสิทธิในการใช้พื้นที่ขายเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญมาก ควรมีหนังสือยินยอมจากเจ้าของพื้นที่หรือผู้จัดงาน พร้อมระบุจุดขายสุราอย่างชัดเจนในผังพื้นที่
4. วางแผนเรื่องเวลาและการควบคุมการขาย
ควรจัดระบบการขายให้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่กฎหมายอนุญาต และเตรียมทีมงานให้เข้าใจข้อจำกัด เช่น เวลาที่ต้องหยุดขาย การไม่จำหน่ายให้ผู้ที่อายุต่ำกว่ากฎหมายกำหนด และการจัดการเมื่อกิจกรรมเลิกช้ากว่ากำหนด เพื่อไม่ให้เกิดการขายเกินเงื่อนไขโดยไม่ได้ตั้งใจ
5. ระวังเรื่องการสื่อสารและการตลาด
การโฆษณา โปรโมชั่น หรือป้ายประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับสุราต้องอยู่ในกรอบที่กฎหมายอนุญาต ควรตรวจสอบข้อความและรูปแบบสื่อก่อนใช้งานจริง เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกมองว่าเป็นการส่งเสริมการขายที่ผิดเงื่อนไข แม้จะมีใบอนุญาตครบถ้วนแล้วก็ตาม
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Pop-up Store ขายสุรา
เปิดขายแค่ 1–2 วัน ต้องขอใบอนุญาตขายสุราหรือไม่?
ต้องขอค่ะ ระยะเวลาเปิดขายไม่ใช่เงื่อนไขยกเว้น หากมีการจำหน่ายสุราแม้เพียงวันเดียว ก็ต้องขอใบอนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ใช้ใบอนุญาตของร้านหลักไปออกบูธในงานอีเวนต์ได้ไหม?
ไม่ได้ค่ะ ใบอนุญาตขายสุราผูกกับสถานที่ที่จดไว้ หากเปลี่ยนสถานที่ต้องยื่นขอใบอนุญาตใหม่ทุกครั้ง
ขายสุรารวมอยู่ในบัตรเข้างานหรือแพ็กเกจอาหาร ถือว่าเป็นการขายหรือไม่?
ถือว่าเป็นการขาย เพราะมีการแลกเปลี่ยนมูลค่า ไม่ว่าจะคิดแยกราคา หรือรวมอยู่ในค่าเข้าร่วมกิจกรรม
ผู้จัดงานมีใบอนุญาตแล้ว บูธขายสุราต้องขอเองหรือไม่?
ควรขอเองค่ะ เพราะใบอนุญาตขายสุราออกให้เฉพาะผู้ได้รับอนุญาตและสถานที่ที่ระบุ การโอนหรือให้ผู้อื่นใช้ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือก่อน หากไม่แน่ใจให้สอบถามสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่จัดงาน
มีใบอนุญาตขายสุราแบบชั่วคราวสำหรับงานอีเวนต์ไหม?
ไม่มีค่ะ ตั้งแต่ พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 มีผล ใบอนุญาตขายสุรามีแค่ 2 ประเภท คือขายส่งและขายปลีก ทุกใบมีอายุ 1 ปี ถ้าจะขายในงานอีเวนต์ต้องขอใบอนุญาตประเภทที่ 2 ที่ระบุสถานที่จัดงาน และเสียค่าธรรมเนียมเต็มปีแม้จะขายไม่กี่วัน
สรุป
ร้าน Pop-up Store สามารถขายสุราได้ตามกฎหมาย แต่ไม่ใช่การขายที่ทำได้โดยอิสระ ผู้ประกอบการต้องมีใบอนุญาตขายสุราที่ระบุสถานที่ขายนั้น และขายในเวลาที่กฎหมายกำหนด
หัวใจสำคัญคือการวางแผนตั้งแต่ต้น เตรียมเอกสารให้ครบ ขอใบอนุญาตให้ตรงกับสถานที่ขาย และปฏิบัติตามเงื่อนไขระหว่างเปิดขายอย่างรอบคอบ หากจัดการได้ถูกต้อง Pop-up Store จะสามารถขายสุราได้อย่างราบรื่น ถูกกฎหมาย และไม่เป็นความเสี่ยงต่อธุรกิจในระยะยาว