ยื่นจดทะเบียนบริษัทที่ไหนได้บ้าง

ยื่นจดทะเบียนบริษัทที่ไหนได้บ้าง?

การเริ่มต้นธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคลคือทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการสร้าง “ความเชื่อถือ” และ “การบริหารจัดการที่เป็นระบบ” การจดทะเบียนบริษัทจะช่วยให้ธุรกิจการค้าในประเทศไทยดำเนินกิจกรรมได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทเพื่อการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่หลายคนเจอไม่ใช่แค่เรื่องเอกสาร แต่คือความสับสนว่า “ยื่นจดทะเบียนบริษัทที่ไหนได้บ้าง?” และวิธีไหนที่รวดเร็วที่สุดสำหรับบริบทธุรกิจในปัจจุบัน การจดทะเบียนบริษัทจะเป็นขั้นตอนสำคัญในการเปิดบริษัทเพื่อดำเนินธุรกิจอย่างเป็นทางการ

บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกช่องทางรับจดทะเบียน ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ พร้อมข้อควรทราบทางกฎหมายที่เกี่ยวกับการจัดตั้งบริษัท ซึ่งบริษัทมีข้อกำหนดและขั้นตอนที่เกี่ยวกับการจัดตั้งบริษัท รวมถึงรายละเอียดที่บริษัทต้องปฏิบัติตามในการจัดตั้งบริษัท การเปิดบริษัทเกี่ยวข้องกับการเตรียมเอกสารและขั้นตอนต่าง ๆ ในการจัดตั้งบริษัท รวมถึงข้อมูลในบทความนี้ครอบคลุมทุกขั้นตอนที่เกี่ยวกับการจดทะเบียนบริษัท

สารบัญ

ประเภทของนิติบุคคลที่สามารถจดทะเบียนได้

ในการจดทะเบียนนิติบุคคลในประเทศไทย ผู้ประกอบการสามารถเลือกประเภทของนิติบุคคลที่เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจและเป้าหมายการดำเนินงานของตนเองได้ โดยแต่ละประเภทจะมีข้อกำหนดและข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไป การเลือกประเภทที่ใช่ตั้งแต่ต้นจะช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมาย

ประเภทของบริษัทที่สามารถจดทะเบียนได้หลักๆ มีดังนี้

  1. บริษัทจำกัด (Limited Company)บริษัทจำกัดเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการจดทะเบียนในประเทศไทย เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการความน่าเชื่อถือและการบริหารจัดการที่เป็นระบบ โดยใน การ จด ทะเบียน บริษัท ที่ เป็นบริษัทจำกัดนั้น ผู้ถือหุ้นจะรับผิดชอบต่อหนี้สินของบริษัทไม่เกินจำนวนเงินที่ยังชำระค่าหุ้นไม่ครบเท่านั้น เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่ต้องการขยายตัวในอนาคต

  2. บริษัทมหาชนจำกัด (Public Limited Company)บริษัทมหาชนจำกัดเหมาะสำหรับธุรกิจที่มีแผนจะระดมทุนจากประชาชนทั่วไป หรือมีเป้าหมายเข้าตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต การจดทะเบียนบริษัทประเภทนี้จะมีข้อกำหนดที่เข้มงวดกว่า เช่น ต้องมีผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 15 คนขึ้นไป และมีการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินต่อสาธารณะ

  3. ห้างหุ้นส่วนจำกัด (Limited Partnership)ห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการจดทะเบียนธุรกิจ โดยจะมีทั้งหุ้นส่วนที่รับผิดชอบไม่จำกัด (หุ้นส่วนผู้จัดการ) และหุ้นส่วนที่รับผิดชอบจำกัดตามจำนวนเงินที่ลงทุน เหมาะสำหรับกลุ่มผู้ร่วมทุนที่ต้องการแบ่งหน้าที่และความรับผิดชอบอย่างชัดเจน

  4. ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน (Registered Ordinary Partnership)ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนเป็นรูปแบบที่หุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดชอบต่อหนี้สินของห้างหุ้นส่วนร่วมกันและไม่จำกัดจำนวนเงิน เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กหรือกิจการครอบครัวที่มีความไว้วางใจระหว่างหุ้นส่วนสูง

การเลือกประเภทของนิติบุคคลในการจดทะเบียนการเลือกประเภทของนิติบุคคลที่เหมาะสมจะช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับเป้าหมายของนิติบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการขยายกิจการ การระดมทุน หรือการบริหารความเสี่ยงของผู้ถือหุ้น ดังนั้น ก่อนจะดำเนินการจดทะเบียน ควรศึกษาข้อดีข้อเสียของแต่ละประเภทให้ถี่ถ้วน เพื่อให้การจดทะเบียนบริษัทของคุณเป็นไปอย่างถูกต้องและตอบโจทย์ธุรกิจในระยะยาว

1. ช่องทางการยื่นจดทะเบียนบริษัทในปัจจุบัน

ปัจจุบันกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ได้พัฒนาระบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการอย่างมาก โดยแบ่งช่องทางการยื่นคำขอหลักๆ ออกเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้:

1.1 ยื่นจดทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ (e-Registration)

นี่คือช่องทางที่รัฐบาลผลักดันมากที่สุดในปัจจุบันผ่านเว็บไซต์ dbd.go.th ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดการใช้กระดาษและประหยัดเวลาเดินทาง โดยระบบ e-Registration นี้รับจดทะเบียนบริษัทและช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ผู้ประกอบการสามารถขอจดทะเบียนบริษัทด้วยตัวเองผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างสะดวก ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด

  • ข้อดี: ยื่นได้ 24 ชั่วโมง, ไม่ต้องเดินทางไปเข้าคิว

  • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่คุ้นเคยกับการใช้งานคอมพิวเตอร์และมีลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature)

1.2 ยื่นจดทะเบียนด้วยตนเองที่สำนักงาน (Walk-in)

สำหรับผู้ที่ต้องการปรึกษาเจ้าหน้าที่โดยตรง หรือมีโครงสร้างบริษัทที่ซับซ้อนเกินกว่าระบบออนไลน์จะรองรับได้บางกรณี สามารถเดินทางไปยื่นเอกสารได้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งที่กรมจะมีเจ้าหน้าที่นายทะเบียนคอยตรวจสอบเอกสารและรับจดทะเบียนให้กับผู้ประกอบการโดยตรง

ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการจดทะเบียนบริษัทด้วยตัวเองที่กรม โดยในขั้นตอนการจดทะเบียนจะต้องเตรียมหนังสือรับรองและเอกสารต่าง ๆ เพื่อยื่นต่อเจ้าหน้าที่นายทะเบียน ขั้นตอนการจดทะเบียนมีความชัดเจนและไม่ยุ่งยาก หากดำเนินการด้วยตัวเองอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมบางรายการนอกเหนือจากค่าธรรมเนียมหลัก เช่น ค่าถ่ายเอกสารหรือค่าธรรมเนียมบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในตอนการจดทะเบียน

2. เจาะลึกสถานที่ยื่นจดทะเบียนในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

หากคุณเลือกที่จะยื่นเอกสารแบบ Physical (Walk-in) คุณต้องไปให้ถูกจุดตามเขตพื้นที่ที่จัดตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัท โดยสามารถขอจดทะเบียนบริษัทได้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดที่จดทะเบียน ซึ่งเป็นที่จดทะเบียนหลักสำหรับธุรกิจการค้าในประเทศไทย หน่วยงานเหล่านี้รับจดทะเบียนบริษัทและให้บริการครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนการขอจดทะเบียน การตรวจสอบเอกสาร ไปจนถึงการออกหนังสือรับรองนิติบุคคล โดยมีนายทะเบียนเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ

ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัทด้วยตนเองที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดที่จดทะเบียน ช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและสะดวก ทั้งนี้บริษัทต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กำหนด รวมถึงชำระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการจัดตั้งบริษัทเพื่อให้การขอจดทะเบียนเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ในเขตกรุงเทพมหานคร

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าแบ่งพื้นที่รับผิดชอบออกเป็น 6 เขตหลัก และส่วนกลาง 1 แห่ง:

  1. สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าเขต 2 (พหลโยธิน): ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ตอนเหนือ

  2. สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าเขต 3 (รัชดาภิเษก): แหล่งรวมธุรกิจย่าน CBD ใหม่

  3. สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าเขต 4 (สี่พระยา): พื้นที่เศรษฐกิจเก่าแก่และย่านธุรกิจสีลม-สาทร

  4. สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าเขต 5 (ศรีนครินทร์): ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ ตะวันออกและสุขุมวิทตอนปลาย

  5. สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าเขต 6 (แจ้งวัฒนะ): ตั้งอยู่ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ

  6. กองทะเบียนธุรกิจกลาง (นนทบุรี): ตั้งอยู่ที่อาคารกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (สนามบินน้ำ)

ในส่วนภูมิภาค (ต่างจังหวัด)

สำหรับธุรกิจที่มีสถานประกอบการตั้งอยู่ในต่างจังหวัด ท่านสามารถยื่นได้ที่ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งจะมีศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) คอยอำนวยความสะดวก


3. ขั้นตอนเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางไปยื่นจดทะเบียน

การรู้ว่ายื่นที่ไหนนั้นยังไม่พอ ตอนการจดทะเบียนบริษัทจะต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด การเตรียมตัวให้พร้อมในขั้นตอนการจดจะช่วยให้คุณ “จบงานได้ในรอบเดียว” ไม่ต้องเสียเวลาแก้ไขเอกสารหลายครั้ง และในขั้นตอนการจดทะเบียนจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัดเพื่อให้การจัดตั้งบริษัทเป็นไปอย่างถูกต้องและราบรื่น

การจองชื่อบริษัท (Step 1)

ก่อนไปสำนักงานหรือเข้าระบบออนไลน์ คุณต้องจองชื่อบริษัทผ่านเว็บไซต์ของ DBD เพื่อตรวจสอบไม่ให้ซ้ำกับบริษัทที่มีอยู่เดิม โดยชื่อบริษัทต้องไม่ซ้ำหรือคล้ายกับชื่อที่มีอยู่แล้ว เพื่อให้การจัดตั้งบริษัทเป็นไปตามข้อกำหนดและป้องกันปัญหาในภายหลัง เมื่อได้รับอนุมัติชื่อแล้ว ชื่อนั้นจะมีอายุสำรอง 30 วัน

ข้อกำหนดจำนวนผู้ถือหุ้น

ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับแก้ไขล่าสุด การจดทะเบียนบริษัทจำกัดสามารถเริ่มได้ด้วยผู้เริ่มก่อการเพียง 2 คนขึ้นไป (จากเดิมต้องมีอย่างน้อย 3 คน) นี่คือจุดสำคัญที่ช่วยให้การเริ่มธุรกิจขนาดเล็กหรือ Startup ทำได้ง่ายขึ้นมาก


4. เอกสารที่ต้องใช้

ไม่ว่าจะยื่นที่ไหน ชุดเอกสารพื้นฐานที่ต้องเตรียมให้ครบมีดังนี้:

ก่อนอื่น บริษัทต้องดำเนินการจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในกระบวนการจัดตั้งบริษัท เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่กำหนด

  1. แบบคำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด (แบบ บอจ.1)

  2. รายการจดทะเบียนจัดตั้ง (แบบ บอจ.2)

  3. รายละเอียดวัตถุประสงค์ (แบบ ว.)

  4. บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (แบบ บอจ.5)

  5. สำเนาบัตรประชาชนของผู้เริ่มก่อการและกรรมการทุกคน

  6. แผนที่แสดงที่ตั้งสำนักงานใหญ่

  7. หลักฐานการชำระค่าหุ้น (หากมี)

  8. หนังสือรับรองจากนายทะเบียน เพื่อยืนยันว่าบริษัทได้จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

  9. เอกสารแต่งตั้งคณะกรรมการบริษัท และระบุอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัท

  10. เอกสารแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ซึ่งบริษัทต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบงบการเงินของบริษัท รวมถึงบทบาทสำคัญของผู้สอบบัญชีในการรับรองความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของงบการเงิน

การยื่นเอกสารทั้งหมดนี้จะถูกตรวจสอบโดยนายทะเบียน เพื่อให้แน่ใจว่าการจัดตั้งบริษัทเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายและธุรกิจการค้าในประเทศไทย

5. เปรียบเทียบ: จดทะเบียนออนไลน์ vs เดินทางไปเอง แบบไหนดีกว่า?

หัวข้อเปรียบเทียบ

e-Registration (ออนไลน์)

Walk-in (สำนักงาน)

ความสะดวก

สูงมาก ยื่นจากบ้านได้ สามารถดำเนินการด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น

ต้องเสียเวลาเดินทางและรอคิว

การแก้ไขงาน

แก้ไขผ่านระบบออนไลน์ได้ทันที

ต้องแก้ไขในเอกสารและเซ็นกำกับใหม่

ความยากง่าย

ต้องมีความรู้เรื่อง Digital ID แต่การจดทะเบียนบริษัทไม่ใช่เรื่องยุ่งยากหรือซับซ้อน สามารถทำได้ด้วยตัวเอง

มีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำตัวต่อตัว

ข้อดีข้อเสีย:
การเลือกช่องทางจดทะเบียนบริษัทควรพิจารณาว่าจะดำเนินการด้วยตัวเองหรือไม่ หากต้องการลดค่าใช้จ่ายและความสะดวก e-Registration เหมาะสม แต่หากต้องการคำแนะนำแบบตัวต่อตัว Walk-in ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ทั้งนี้ การจดทะเบียนบริษัทไม่ใช่เรื่องยุ่งยากหรือซับซ้อน สามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเอง

6. กฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

ในการเขียนบทความนี้ ผมได้ตรวจสอบตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) และระเบียบกรมพัฒนาธุรกิจการค้าล่าสุด สรุปประเด็นสำคัญที่ต้องระวังได้ดังนี้:

  • การประชุมจัดตั้งบริษัท: ต้องมีการจัดประชุมจริงและบันทึกรายงานการประชุมเพื่อยื่นประกอบ

  • ที่ตั้งสำนักงาน: ต้องมีอยู่จริงและสามารถติดต่อได้ กฎหมายไม่อนุญาตให้ใช้ที่อยู่ปลอมในการจดทะเบียน

  • การจด VAT: หากคาดการณ์ว่ารายได้จะเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องเตรียมจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากรควบคู่ไปด้วย


7. สรุปและคำแนะนำ

การเลือกที่ยื่นจดทะเบียนบริษัทขึ้นอยู่กับ “ความพร้อม” ของคุณ หากคุณมีเวลาและต้องการความชัวร์ การไปที่ สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้า หรือ พาณิชย์จังหวัด เป็นทางเลือกที่ดีเพราะได้คุยกับผู้เชี่ยวชาญ แต่ถ้าคุณต้องการความรวดเร็วและประหยัดงบ e-Registration คือคำตอบที่ดีที่สุดในยุคดิจิทัล

อย่าลืมว่าการจดทะเบียนเป็นเพียงจุดเริ่มต้น หลังจากบริษัทได้รับการจดทะเบียนแล้ว บริษัทจะได้รับการรับรองสถานะทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ หน้าที่หลังจากนั้นคือการส่งงบการเงินและเสียภาษีให้ถูกต้องตามกำหนด เพื่อเลี่ยงค่าปรับที่อาจตามมาในภายหลัง

แชร์บทความนี้:


ผู้เขียน

Picture of เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี ประสบการณ์กว่า 30 ปี ครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลมากกว่า 400 บริษัท และเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีนโปร เคเอสพี แอคเคาท์ติ้ง จำกัด