
วิธีคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม
การคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จะต้องรู้ว่า ราคาที่ใช้คำนวณนั้นเป็น “ราคาก่อนภาษี” หรือ “ราคารวมภาษีแล้ว” เพราะแต่ละกรณีจะใช้สูตรคำนวณต่างกัน หากเลือกสูตรผิดตั้งแต่ต้น ยอดภาษีที่ได้ก็จะผิดไปทั้งหมด
โดยทั่วไป วิธีคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มที่ใช้บ่อยในงานจริงมี 3 กรณีหลัก
กรณีที่ 1 คำนวณ VAT จากราคาที่ยังไม่รวมภาษีเช่น การตั้งราคาสินค้า คิดค่าบริการ หรือออกใบเสนอราคาที่ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
สูตรคำนวณ
- VAT = ราคาสินค้าหรือบริการ × 7%
- ราคาสุทธิรวม VAT = ราคาก่อน VAT + VAT
ตัวอย่าง
หากราคาสินค้า 1,000 บาท และยังไม่รวม VAT
VAT = 1,000 × 7% = 70 บาท
ดังนั้น ราคาที่ลูกค้าต้องจ่ายรวม VAT = 1,070 บาท
ถ้าเป็นราคาก่อนภาษี ให้เอายอดนั้น คูณ 0.07 เพื่อหา VAT และถ้าต้องการยอดรวมสุทธิ ให้เอาราคาตั้งต้น คูณ 1.07
กรณีที่ 2 คำนวณ VAT จากราคาที่รวมภาษีแล้ว เช่น ลูกค้าจ่ายมา 1,070 บาท และเราต้องการรู้ว่าในยอดนี้มี VAT อยู่เท่าไร
สูตรคำนวณ
- VAT = ราคารวม VAT × 7 ÷ 107
- ราคาก่อน VAT = ราคารวม VAT × 100 ÷ 107
ตัวอย่าง
หากยอดรวมที่ลูกค้าจ่ายคือ 1,070 บาท
VAT = 1,070 × 7 ÷ 107 = 70 บาท
ราคาก่อน VAT = 1,070 × 100 ÷ 107 = 1,000 บาท
กรณีนี้ห้ามเอา 1,070 ไปคูณ 7% ตรง ๆ เพราะยอดดังกล่าวรวมภาษีอยู่แล้ว ต้องใช้สูตร 7/107 เพื่อถอดภาษีออกจากยอดรวมให้ถูกต้อง
กรณีที่ 3 คำนวณภาษีที่ต้องนำส่ง สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT สิ่งที่สำคัญไม่ใช่แค่คิด VAT ต่อบิล แต่คือการคำนวณว่าในแต่ละเดือนต้องนำส่งภาษีให้กรมสรรพากรเท่าไร
สูตรคำนวณ
- ภาษีที่ต้องนำส่ง = ภาษีขาย – ภาษีซื้อ
ตัวอย่าง
- ภาษีขาย 15,000 บาท
- ภาษีซื้อ 9,000 บาท
ดังนั้น ภาษีที่ต้องนำส่ง = 15,000 – 9,000 = 6,000 บาท
ถ้าเดือนใดภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย ก็ต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ภาษีที่เกี่ยวข้องต่อไป แต่หลักการพื้นฐานที่ต้องจำคือ VAT ที่ต้องจ่ายจริง ดูจากส่วนต่างระหว่างภาษีขายกับภาษีซื้อ
ผู้ประกอบการจด VAT ต้องยื่นเมื่อไร
ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.พ.30 เป็นประจำทุกเดือน โดยกำหนดเวลายื่นแบบตามปกติคือ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป นับจากเดือนภาษีที่มีรายการขายหรือให้บริการ เช่น รายการของเดือนมกราคม ต้องยื่นแบบภายในวันที่ 15 ของเดือนกุมภาพันธ์
หากยื่นแบบผ่านระบบอินเทอร์เน็ต กรมสรรพากรมีการขยายกำหนดเวลาให้เป็น ภายในวันที่ 23 ของเดือนถัดไป สำหรับแบบ ภ.พ.30 ตามประกาศเรื่องการขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
ถึงแม้ในเดือนนั้นจะไม่มีภาษีขายหรือไม่มีรายการเคลื่อนไหว ก็ยังคงต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ตามหน้าที่ของผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT เพราะเป็นการยื่นแบบรายเดือน ไม่ได้ยื่นเฉพาะเดือนที่มียอดขายเท่านั้น
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการคำนวณ VAT
แม้สูตร VAT จะไม่ซับซ้อน แต่มีหลายจุดที่ผู้ประกอบการมักพลาด ทำให้ตัวเลขคลาดเคลื่อนตั้งแต่การตั้งราคา ออกเอกสาร ไปจนถึงการยื่นภาษีประจำเดือน
1. ไม่แยก ราคาก่อน VAT หรือ ราคารวม VAT แล้ว ให้ชัดเจน : ถ้าเลือกสูตรผิดตั้งแต่ต้น ยอดจะผิดทั้งหมด
2. เอา 7% ไปคูณยอดรวม VAT ตรง ๆ เพราะยอดที่รวม VAT แล้วต้องถอดภาษี ไม่ใช่คูณ 7%
เช่น
- VAT = ยอดรวม × 7/107
- ราคาก่อน VAT = ยอดรวม × 100/107
3. VAT ที่เก็บจากลูกค้าเป็นรายได้ทั้งหมด : VAT เป็นเงินที่เก็บแทนรัฐ ไม่ใช่รายได้ของกิจการ
- รายได้ = ราคาก่อน VAT
- VAT = ภาษีที่ต้องนำส่ง
4. ลืมหลัก “ภาษีขาย – ภาษีซื้อ” : บางคนเอา VAT ที่เก็บได้ทั้งหมดไปเป็นภาษีต้องจ่าย ซึ่งไม่ถูกต้อง
สูตรคือ ภาษีที่ต้องนำส่ง = ภาษีขาย – ภาษีซื้อ
5. ใช้ภาษีซื้อที่ไม่มีสิทธิ์มาหัก : เช่น ไม่มีใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง หรือไม่เกี่ยวข้องกับกิจการ
6. บันทึกยอดผิดช่อง (ก่อน VAT vs รวม VAT): คีย์ยอดผิดช่องทำให้ระบบคำนวณซ้ำหรือผิดเพี้ยน
7. ตั้งราคาโดยไม่นึกถึงผลของ VAT ล่วงหน้า : ตั้งราคากลม ๆ แต่ไม่ได้คำนวณย้อน ทำให้รายได้จริงต่ำกว่าที่คิด
- อยากได้ยอดก่อน VAT เท่าไร → ตั้งราคา = ยอด × 1.07
- ถ้าตั้งราคาขายรวมแล้ว → คำนวณย้อนดูรายได้จริงก่อน VAT
8. ไม่สรุปภาษีรายเดือนอย่างเป็นระบบ : พอถึงเวลายื่นภาษีต้องไล่เอกสารย้อนหลัง เสี่ยงตกหล่น
9. คิดว่าไม่มีรายได้ไม่ต้องยื่น VAT : แม้ไม่มีรายการ แต่ยังต้องยื่นแบบตามหน้าที่ผู้จด VATทุกเดือน
10. ไม่ตรวจตัวเลขก่อนออกเอกสาร
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
VAT คืออะไร และใครเป็นคนจ่ายจริง
VAT คือภาษีที่เรียกเก็บจากการขายสินค้าและบริการ โดยผู้บริโภคเป็นผู้จ่ายจริง ส่วนผู้ประกอบการเป็นผู้จัดเก็บและนำส่งให้รัฐ
VAT ในไทยคิดกี่เปอร์เซ็นต์
ปัจจุบัน VAT อยู่ที่ 7% ซึ่งเป็นอัตราที่ใช้ทั่วไปในการคำนวณภาษีสินค้าและบริการ
รายได้เท่าไรถึงต้องจด VAT
หากมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี โดยหลักต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
วิธีคำนวณ VAT แบบง่ายที่สุดคืออะไร
– ราคาก่อน VAT → คูณ 0.07
– ราคาหลัง VAT → คูณ 7 ÷ 107
ภาษีขาย กับ ภาษีซื้อ ต่างกันอย่างไร
– ภาษีขาย = VAT ที่เก็บจากลูกค้า
– ภาษีซื้อ = VAT ที่จ่ายตอนซื้อของเข้ากิจการ
– ภาษีที่ต้องนำส่ง = ภาษีขาย – ภาษีซื้อ
สรุป
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เกี่ยวข้องกับการตั้งราคา การออกเอกสาร และการยื่นภาษีในแต่ละเดือน หากเข้าใจผิดตั้งแต่ต้น อาจทำให้ตัวเลขรายได้และภาษีคลาดเคลื่อนได้โดยไม่รู้ตัวการคำนวณ VAT คือการแยกให้ออกว่า “ราคาที่ใช้เป็นราคาก่อน VAT หรือรวม VAT แล้ว” และเลือกสูตรให้ถูกต้องตามกรณี รวมถึงต้องเข้าใจว่าภาษีที่ต้องนำส่งจริงไม่ได้ดูจาก VAT ที่เก็บได้ทั้งหมด แต่ต้องคำนวณจาก ภาษีขายหักภาษีซื้อ