ค่านายหน้าขายที่ดิน เสียภาษีเท่าไหร่

ค่านายหน้าขายที่ดิน กี่เปอร์เซ็นต์ และเสียภาษีเท่าไหร่

คำตอบสั้นที่สุดคือ **ธรรมเนียมตลาดอยู่ที่ 5% ของราคาขายสำหรับที่ดินเปล่า และ 3% สำหรับบ้านหรือคอนโด** โดยไม่มีกฎหมายกำหนดอัตราไว้ จึงตกลงกันได้ และถ้าไม่ได้ตกลงตัวเลขกันไว้เลย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 846 ให้ถือตามจำนวนตามธรรมเนียม

แต่คำถามที่สำคัญกว่าและคนมักลืมถามคือ **ได้ค่านายหน้ามาแล้วเหลือเท่าไหร่** เพราะที่ดินราคา 10 ล้าน ค่าคอม 5% คือ 500,000 บาท ซึ่งถ้าจัดโครงสร้างรายได้ผิด ภาษีอาจกินไปเกินครึ่ง บทความนี้ตอบทั้งสองเรื่องต่อเนื่องกัน คือคิดกี่ % เรียกเก็บได้เมื่อไหร่ และเมื่อได้เงินมาแล้วต้องเสียภาษีอย่างไรให้เหลือมากที่สุด

ส่วนกลไกว่าใครหักใครและต้องบวก VAT ไหม มีหน้าอื่นอธิบายไว้ครบแล้วที่ ค่านายหน้า หัก ณ ที่จ่าย กี่เปอร์เซ็นต์

สารบัญ

อัตราค่านายหน้าขายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้กันในตลาด

ย้ำอีกครั้งว่า ไม่มีกฎหมายกำหนดอัตราค่านายหน้า ตัวเลขที่ใช้กันเป็นธรรมเนียมของตลาด ซึ่งต่างกันตามประเภททรัพย์

ประเภททรัพย์อัตราที่ใช้กันในตลาด
ที่ดินเปล่า5% ของราคาขาย
บ้านหรือคอนโดมือสอง3% ของราคาขาย
ทรัพย์จากโครงการโดยตรง3% โดยประมาณ ขึ้นกับข้อตกลงกับผู้พัฒนาโครงการ
ปล่อยเช่า สัญญา 1 ปีค่าเช่า 1 เดือน
ปล่อยเช่า สัญญา 6 เดือนค่าเช่าครึ่งเดือนถึง 1 เดือน

ตัวเลขเหล่านี้เป็นจุดตั้งต้นในการเจรจา ไม่ใช่อัตราบังคับ ทรัพย์ราคาสูงมากมักต่อรองลงได้ ส่วนทรัพย์ที่ขายยากหรือใช้เวลานานอาจตกลงสูงกว่านี้

ถ้าไม่ได้ตกลงตัวเลขกันไว้ เรียกเก็บได้ไหม

ได้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 846 วางหลักไว้ว่า ถ้าตามพฤติการณ์คาดหมายได้ว่างานนั้นทำเพื่อเอาค่าบำเหน็จ ให้ถือว่ามีการตกลงเรื่องค่าบำเหน็จโดยปริยาย และถ้าไม่ได้กำหนดจำนวนไว้ ให้ถือตามจำนวนตามธรรมเนียม

แต่มาตรา 845 กำหนดเงื่อนไขสำคัญไว้ด้วยว่า นายหน้ามีสิทธิได้ค่าบำเหน็จ ต่อเมื่อสัญญาซื้อขายทำสำเร็จอันเป็นผลจากการที่นายหน้าชี้ช่องหรือจัดการให้ แปลว่าพาไปดูแล้วดีลล่ม หรือลูกค้าไปปิดเองทางอื่นโดยไม่เกี่ยวกับคุณ ก็เรียกไม่ได้

ในทางปฏิบัติ การมีหนังสือแต่งตั้งนายหน้าที่ระบุอัตรา ระยะเวลา และเงื่อนไขการจ่ายเป็นลายลักษณ์อักษร ช่วยได้ทั้งตอนเรียกเก็บเงินและตอนที่สรรพากรถามว่ารายได้ก้อนนี้มาจากไหน

ค่านายหน้าคิดจากราคาขายจริงหรือราคาประเมิน

คิดจากราคาซื้อขายจริงตามที่ตกลงกัน ไม่ใช่ราคาประเมินของกรมที่ดิน ราคาประเมินใช้สำหรับคำนวณค่าธรรมเนียมการโอนและภาษีของฝั่งผู้ขาย ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับค่าบำเหน็จของคุณ

จุดที่ต้องระวังคือถ้าในสัญญาซื้อขายระบุราคาต่ำกว่าที่ตกลงจริง แล้วคุณคิดค่านายหน้าจากราคาจริง ตัวเลขในเอกสารจะไม่ตรงกัน ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้อธิบายที่มาของรายได้ยากเมื่อถูกตรวจสอบ

เงินได้ 40(2) กับ 40(8) ต่างกันยังไง

นี่คือจุดชี้ขาดของภาษีทั้งหมด

หัวข้อเงินได้ 40(2)เงินได้ 40(8)
ลักษณะงานทำคนเดียว ไม่มีสำนักงาน ไม่มีทีมงาน อาศัยแรงและคอนเนกชันทำเป็นธุรกิจ มีทีม มีออฟฟิศ มีค่าโฆษณาเป็นสาระสำคัญ
หักค่าใช้จ่ายเหมา 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาทตามจริงทั้งจำนวน ถ้ามีเอกสารครบ
ยื่นครึ่งปีไม่ต้องต้องยื่น ภ.ง.ด.94
เหมาะกับใครรายได้ไม่เกินประมาณ 1 ล้านต่อปีรายได้สูงและมีต้นทุนจริงมาก

ข้อจำกัดที่โหดที่สุดของ 40(2) คือเพดาน 100,000 บาท และถ้าคุณมีเงินเดือนประจำด้วย เพดานนั้นต้องนับรวมกัน ไม่ใช่แยกก้อน

ถ้าถูกจัดเป็น 40(8) ต้องยื่นภาษีครึ่งปีเพิ่มด้วย รายละเอียดอยู่ที่ ภ.ง.ด.94 คืออะไร ส่วนวิธีคำนวณภาษีทั้งปีดูที่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

สรรพากรดูจากอะไรว่าเข้า 40(8)

ไม่ได้ดูจากที่คุณเขียนในแบบยื่นภาษี แต่ดูจากข้อเท็จจริงว่าธุรกิจมีหน้าตาแบบไหน สิ่งที่ช่วยพิสูจน์ได้จริงคือ

  • มีลูกจ้างหรือทีมงานที่จ่ายค่าคอมต่อ และมีหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ทีมงานอย่างถูกต้อง ดูหลักเกณฑ์ที่ จ้างฟรีแลนซ์ต้องหักภาษีไหม
  • มีสถานที่ประกอบการ ไม่ว่าจะเช่าออฟฟิศจริงหรือใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งของที่พักโดยมีสัญญารองรับ
  • มีค่าโฆษณาที่ออกใบเสร็จในชื่อคุณ เช่น ค่าลงประกาศ ค่ายิงแอด ค่าทำป้าย
  • มีสมุดรายรับรายจ่ายและบัญชีธนาคารแยกจากบัญชีส่วนตัว

ถ้ามีแค่ค่าน้ำมันกับค่าโทรศัพท์ การอ้างว่าเป็น 40(8) จะไม่ผ่านเมื่อถูกตรวจ ควรทำหนังสือหารือสรรพากรพื้นที่ไว้ก่อนถ้าเป็นกรณีก้ำกึ่งและมูลค่าสูง

กรณีศึกษา รายได้ 3.6 ล้านบาทต่อปี ระหว่างไม่วางแผนกับวางแผน

สมมติค่าคอมเข้าเดือนละ 300,000 บาท รวมทั้งปี 3,600,000 บาท หักลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาทเท่ากันทั้งสองกรณี

รายการไม่วางแผน (40(2))วางแผน (40(8) หักตามจริง 80%)
รายได้ทั้งปี3,600,0003,600,000
หักค่าใช้จ่าย100,000 (เพดาน)2,880,000 (ตามจริง)
หักลดหย่อนส่วนตัว60,00060,000
เงินได้สุทธิ3,440,000660,000
ภาษีที่ต้องจ่าย797,00051,500

ส่วนต่าง 745,500 บาท จากรายได้ก้อนเดียวกันเป๊ะ ต่างกันแค่โครงสร้างรายได้และการเก็บเอกสาร

ตัวเลขนี้ไม่ใช่ช่องโหว่ แต่คือสิ่งที่กฎหมายเปิดให้ทำได้อยู่แล้ว เงื่อนไขเดียวคือค่าใช้จ่าย 2,880,000 บาทนั้นต้องเกิดขึ้นจริงและมีเอกสารพิสูจน์ได้ ถ้าตัวเลขสวยแต่เอกสารไม่มี สรรพากรตัดรายจ่ายทิ้งแล้วประเมินภาษีใหม่พร้อมเบี้ยปรับ

ค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่นายหน้าอสังหาหักได้จริง

ค่าใช้จ่ายเอกสารที่ต้องมี
ค่าคอมมิชชันจ่ายทีมงานสัญญาจ้าง สลิปโอน และหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่คุณออกให้เขา
ค่าโฆษณาออนไลน์และค่าลงประกาศใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีที่ระบุชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลักของคุณ
ค่าเช่าสำนักงานสัญญาเช่าและหลักฐานการจ่ายผ่านธนาคาร
ค่าเดินทางพาลูกค้าดูทรัพย์บันทึกการเดินทาง วันที่ ชื่อลูกค้า ทรัพย์ที่ไปดู คู่กับใบเสร็จค่าน้ำมันหรือค่าทางด่วน
ค่าถ่ายภาพและทำสื่อขายทรัพย์ใบเสร็จจากผู้รับจ้าง พร้อมหักภาษี ณ ที่จ่ายถ้าเข้าเกณฑ์
ค่ารับรองลูกค้าใบเสร็จ และต้องระวังว่ามีเพดานตามกฎหมาย ดูที่ ค่ารับรอง หักภาษีได้เท่าไหร่

หลักการเดียวที่ใช้ตัดสินคือ ค่าใช้จ่ายนั้นเกิดขึ้นเพื่อหารายได้หรือไม่ และคุณพิสูจน์ได้หรือไม่ ค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ปนเข้ามาจะถูกตัดออกทั้งหมดเมื่อถูกตรวจ ดูรายการที่หักได้และหักไม่ได้ที่ รายจ่ายแบบไหนบ้างที่หักภาษีได้

ข้อควรระวังที่นายหน้าพลาดบ่อยที่สุดคือ จ่ายค่าคอมให้ทีมงานเป็นเงินสดโดยไม่มีเอกสาร เพราะสะดวกและเร็ว แต่พอถึงเวลายื่นภาษีกลับหักเป็นรายจ่ายไม่ได้เลย ทั้งที่เป็นก้อนใหญ่ที่สุดของต้นทุน

เมื่อไหร่ควรขยับจากบุคคลธรรมดาไปเป็นนิติบุคคล

เมื่อรายได้เริ่มคงที่และสูงพอ อัตราภาษีนิติบุคคลของ SME จะต่ำกว่าบุคคลธรรมดามาก

กำไรสุทธิอัตราภาษีนิติบุคคล SME
0 ถึง 300,000ยกเว้น
300,001 ถึง 3,000,00015%
เกิน 3,000,00020%

อัตราพิเศษนี้ใช้ได้เฉพาะบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ทั้งปีไม่เกิน 30 ล้านบาท ถ้าเกินเงื่อนไขจะเสีย 20% ตั้งแต่บาทแรก รายละเอียดที่ ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อดีอื่นนอกจากอัตราภาษี คือตั้งเงินเดือนให้ตัวเองเป็นรายจ่ายบริษัทได้ ซื้อทรัพย์สินในนามบริษัทได้ ดูตัวอย่างที่ ซื้อออฟฟิศในนามบริษัท และมีความน่าเชื่อถือเวลาดีลกับโครงการรายใหญ่

แต่ก็มีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นด้วย คือค่าทำบัญชี ค่าสอบบัญชี และภาระการปิดงบทุกปี จุดคุ้มทุนคร่าว ๆ อยู่ที่รายได้ประมาณ 1.5 ถึง 2 ล้านบาทต่อปีขึ้นไปและมีกำไรสม่ำเสมอ ถ้ารายได้ยังกระโดดขึ้นลงมาก การรีบเปิดบริษัทอาจสร้างภาระมากกว่าประหยัด

ตัวเลขเปรียบเทียบละเอียดดูได้ที่ บุคคลธรรมดามีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท

เรื่อง VAT ที่นายหน้าอสังหาต้องรู้

ค่านายหน้าเป็นการให้บริการ จึงอยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อรายรับทั้งปีเกิน 1.8 ล้านบาทต้องจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน

จุดที่หนักเป็นพิเศษสำหรับอาชีพนี้คือ แทบไม่มีภาษีซื้อมาหักลบ เพราะต้นทุนหลักคือค่าคอมทีมงานและค่าเดินทาง ซึ่งไม่มีใบกำกับภาษี ผลคือต้องนำส่ง VAT เกือบเต็มจำนวนทุกเดือน ต่างจากธุรกิจที่ซื้อสินค้ามาขายซึ่งมีภาษีซื้อหักตลอด

สิ่งที่ต้องทำคือกันเงินไว้ 7% ของทุกก้อนที่รับมาตั้งแต่วันแรกที่จด อย่ารอไปหาตอนสิ้นเดือน วิธีนับรอบรายได้ให้ถูกอ่านที่ สรุปวิธีนับรอบรายได้ 1.8 ล้าน

ภาษีที่ไม่ใช่ภาระของนายหน้า แต่โดนลูกค้าถามบ่อย

ลูกค้ามักถามนายหน้าเรื่องภาษีตอนโอน ซึ่งเป็นภาระของผู้ซื้อและผู้ขาย ไม่ใช่ของคุณ แต่ตอบได้จะดูเป็นมืออาชีพ

รายการอัตราโดยประมาณใครจ่าย
ค่าธรรมเนียมการโอน2% ของราคาประเมินตกลงกันได้ ปกติแบ่งคนละครึ่ง
ภาษีธุรกิจเฉพาะ3.3% รวมภาษีท้องถิ่นแล้วผู้ขาย เมื่อขายเป็นทางค้าหรือหากำไร
อากรแสตมป์0.5%ผู้ขาย กรณีไม่เข้าเกณฑ์ภาษีธุรกิจเฉพาะ
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายจากการขายคำนวณตามจำนวนปีที่ถือครองผู้ขาย

ภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นตัวที่สร้างความสับสนมากที่สุด เพราะขึ้นกับระยะเวลาถือครองและเงื่อนไขอื่นประกอบ รายละเอียดอยู่ที่ ภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) คืออะไร ส่วนภาษีที่เจ้าของต้องจ่ายทุกปีระหว่างถือครองดูที่ ใครบ้างที่ต้องจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

ทั้งหมดนี้เก็บที่สำนักงานที่ดินตอนจดทะเบียนโอน ไม่เกี่ยวกับค่านายหน้าของคุณเลย ค่านายหน้าเป็นรายได้ของคุณที่ต้องนำไปยื่นภาษีเงินได้ต่างหาก

สรรพากรเห็นรายได้ของเราจากไหน

หลายคนคิดว่าถ้ารับเงินสดหรือกระจายหลายบัญชีจะไม่มีใครรู้ ซึ่งไม่จริงแล้วในปัจจุบัน

  • กฎหมาย e-Payment กำหนดให้สถาบันการเงินรายงานบัญชีที่มีเงินเข้าตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปี หรือ 400 ครั้งขึ้นไปและมียอดรวมตั้งแต่ 2 ล้านบาท ให้กรมสรรพากร
  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ที่บริษัทอสังหาออกให้คุณ ถูกนำส่งเข้าระบบสรรพากรพร้อมกันอยู่แล้ว ต่อให้คุณไม่ยื่น สรรพากรก็มีข้อมูลว่าคุณได้รับเงินเท่าไหร่
  • เอกสารการโอนที่สำนักงานที่ดิน เชื่อมโยงกับคู่สัญญาและมูลค่าซื้อขายได้

เมื่อข้อมูลถูกเทียบกันแล้วไม่ตรง จะกลายเป็นการประเมินย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับสูงสุด 2 เท่าและเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน แนวทางรับมือถ้าถูกเรียกอยู่ที่ สรรพากรเชิญพบ เตรียมตัวอย่างไร

ใบ 50 ทวิ ที่ได้รับมาจึงมีค่าเท่ากับเงินสด เพราะเป็นภาษีที่คุณจ่ายล่วงหน้าไปแล้ว ห้ามทิ้ง รายละเอียดอยู่ที่ 50 ทวิ คืออะไร

คำถามที่พบบ่อย

ธรรมเนียมตลาดอยู่ที่ 5% ของราคาขายสำหรับที่ดินเปล่า และ 3% สำหรับบ้านหรือคอนโด ไม่มีกฎหมายกำหนดอัตรา จึงตกลงกันได้ และถ้าไม่ได้ตกลงตัวเลขไว้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 846 ให้ถือตามธรรมเนียม
ต้องดูว่าดีลที่ปิดนั้นเป็นผลจากการชี้ช่องของคุณหรือไม่ ตามมาตรา 845 นายหน้ามีสิทธิได้ค่าบำเหน็จเมื่อสัญญาสำเร็จอันเป็นผลจากการที่นายหน้าชี้ช่องหรือจัดการให้ ถ้าพิสูจน์ความเชื่อมโยงได้ก็เรียกได้ การมีหนังสือแต่งตั้งนายหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรช่วยได้มาก
ถ้าคุณรับในนามบุคคลธรรมดา ผู้จ่ายต้องหักตามอัตราก้าวหน้าซึ่งเป็นได้ตั้งแต่ 0% ถึง 35% ไม่ใช่ 3% แบบเหมา ส่วน 3% ใช้กับกรณีที่ผู้รับเป็นนิติบุคคล อ่านละเอียดที่ ค่านายหน้า หัก ณ ที่จ่าย กี่เปอร์เซ็นต์
จุดคุ้มทุนคร่าว ๆ อยู่ที่รายได้ 1.5 ถึง 2 ล้านบาทต่อปีขึ้นไป และต้องมีกำไรสม่ำเสมอ ไม่ใช่รายได้ก้อนเดียวปีเดียวแล้วหาย เพราะบริษัทมีต้นทุนค่าทำบัญชีและสอบบัญชีทุกปีไม่ว่าจะมีรายได้หรือไม่
ต้องยื่น ค่านายหน้าเป็นเงินได้พึงประเมินไม่ว่าจะเป็นงานหลักหรืองานเสริม และถ้ามีเงินเดือนประจำด้วย เพดานหักค่าใช้จ่าย 100,000 บาทต้องนับรวมกันทั้งสองก้อน ไม่ใช่แยก วิธียื่นดูที่ การยื่นภาษีบุคคลธรรมดา
ไม่ได้ถ้าไม่มีเอกสาร ต้องมีสัญญาจ้าง หลักฐานการโอนผ่านธนาคาร และหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่คุณออกให้เขา ครบสามอย่างจึงจะใช้เป็นรายจ่ายได้

สรุป

ภาษีนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ตัดสินกันที่ 3 เรื่อง

  • โครงสร้างรายได้ 40(2) หักได้แค่ 100,000 บาท ส่วน 40(8) หักตามจริง จากตัวอย่างรายได้ 3.6 ล้านต่างกันถึง 745,500 บาท
  • เอกสาร ค่าใช้จ่ายที่พิสูจน์ไม่ได้เท่ากับไม่มี โดยเฉพาะค่าคอมที่จ่ายทีมงานซึ่งเป็นก้อนใหญ่ที่สุด
  • จังหวะเปลี่ยนเป็นบริษัท ดูที่กำไรสม่ำเสมอ ไม่ใช่ดูที่รายได้ปีเดียว

สิ่งที่ทำได้ตั้งแต่วันนี้โดยไม่ต้องรอเปิดบริษัท คือแยกบัญชีธนาคารสำหรับรับค่าคอมออกจากบัญชีส่วนตัว เก็บใบ 50 ทวิ ทุกใบ และเริ่มจ่ายค่าคอมทีมงานผ่านธนาคารพร้อมออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ถูกต้อง แค่สามอย่างนี้ก็เปลี่ยนสถานะจาก 40(2) ไปสู่ 40(8) ได้ในปีถัดไป

ให้ Greenpro KSP ดูแลภาษีนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ให้

ถ้าไม่แน่ใจว่ารายได้ของคุณควรเป็น 40(2) หรือ 40(8) หรืออยากรู้ว่าเปิดบริษัทแล้วคุ้มกว่าจริงไหมด้วยตัวเลขของคุณเอง ทีมงานเราคำนวณเปรียบเทียบให้ได้ก่อนตัดสินใจ

ติดต่อสอบถาม โทร 085-067-4884 หรือแอดไลน์ @greenprokspacc หรือกรอกแบบฟอร์มที่หน้า ติดต่อเรา

แชร์บทความนี้:


ผู้เขียน

Picture of เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี ประสบการณ์กว่า 30 ปี ครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลมากกว่า 400 บริษัท และเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีนโปร เคเอสพี แอคเคาท์ติ้ง จำกัด