ค่านายหน้า หัก ณ ที่จ่าย กี่เปอร์เซ็นต์

คำตอบสั้นที่สุดคือ **ไม่ใช่ 3% เสมอไป** อัตราขึ้นอยู่กับว่าผู้รับเงินเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ถ้าจ่ายให้นิติบุคคลไทยหัก 3% แต่ถ้าจ่ายให้บุคคลธรรมดาต้องคำนวณตามอัตราก้าวหน้า ซึ่งอาจเป็น 0% หรือสูงถึง 35% ก็ได้

การไปหัก 3% แบบเหมาทุกคนแล้วยื่น ภ.ง.ด.3 คือความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดเรื่องหนึ่ง และเป็นจุดที่สรรพากรตรวจเจอง่าย บทความนี้สรุปให้ครบทั้งฝั่งคนจ่ายและคนรับ ว่าหักกี่เปอร์เซ็นต์ คิดจากยอดไหน ต้องบวก VAT ไหม และยื่นแบบอะไรภายในเมื่อไหร่

ถ้ายังไม่รู้พื้นฐานว่าใครมีหน้าที่หักใคร อ่านก่อนได้ที่ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายคืออะไร

สารบัญ

ตารางอัตราหัก ณ ที่จ่ายของค่านายหน้าและค่าคอมมิชชั่น

อัตราไม่ได้ขึ้นกับว่าเรียกเงินก้อนนั้นว่าอะไร แต่ขึ้นกับว่าผู้รับเงินเป็นใครและเงินก้อนนั้นเป็นเงินได้ประเภทไหน โดยหลักค่านายหน้าและค่าคอมมิชชั่นถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร

ผู้รับค่านายหน้าฐานกฎหมายอัตราหัก ณ ที่จ่ายแบบที่ผู้จ่ายต้องยื่น
บุคคลธรรมดามาตรา 50(1)อัตราก้าวหน้า คำนวณเสมือนได้รับทั้งปี (0-35%)ภ.ง.ด.1
นิติบุคคลไทยท.ป.4/25283%ภ.ง.ด.53
บุคคลธรรมดาที่รับค่านายหน้าในลักษณะประกอบธุรกิจท.ป.4/25283%ภ.ง.ด.3
นิติบุคคลต่างประเทศ ที่มีเงินได้จากแหล่งในไทยมาตรา 7015%ภ.ง.ด.54

ทำไมจ่ายให้บุคคลธรรมดาถึงไม่ใช่ 3%

เพราะเงินได้ 40(2) ที่จ่ายให้บุคคลธรรมดา กฎหมายกำหนดให้คำนวณหัก ณ ที่จ่ายด้วยวิธีเดียวกับเงินเดือน คือเอายอดที่จะจ่ายมาคูณจำนวนคราวที่จ่ายทั้งปี หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน คำนวณภาษีตามบัญชีอัตราก้าวหน้า แล้วหารกลับตามจำนวนคราว

ผลลัพธ์จริงจึงเป็นได้ตั้งแต่ 0 บาท ไปจนถึง 35% เช่น นายหน้าอิสระที่ได้ค่าคอมมิชชั่นปีละ 200,000 บาท เมื่อคำนวณตามวิธีนี้แล้วภาษีที่ต้องเสียอาจเป็นศูนย์ ผู้จ่ายจึงไม่ต้องหักเลย ในขณะที่นายหน้าที่ได้ปีละ 3 ล้านบาทจะโดนหักในอัตราที่สูงกว่า 3% มาก

การไปหัก 3% แบบเหมาทุกคนจึงทำให้กลุ่มแรกเสียเปรียบเพราะถูกดึงเงินไปก่อนทั้งที่ไม่ต้องเสียภาษี และกลุ่มหลังถูกหักไว้ไม่พอจนต้องไปจ่ายเพิ่มก้อนใหญ่ตอนปลายปี ถ้าไม่อยากคำนวณเอง ใช้ เครื่องคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย ช่วยได้

เส้นแบ่งระหว่างเงินได้ 40(2) กับ 40(8)

ถ้านายหน้าทำงานคนเดียว ไม่มีต้นทุนอะไรมากไปกว่าค่าเดินทางและค่าโทรศัพท์ อาศัยแรงและคอนเนกชันของตัวเองล้วน ๆ กรณีนี้เป็นเงินได้ 40(2) ชัดเจน

แต่ถ้ารับงานในลักษณะประกอบธุรกิจจริงจัง มีสำนักงาน มีทีมงานที่จ้างเอง มีค่าโฆษณาและต้นทุนดำเนินงานเป็นสาระสำคัญ กรณีนี้อาจเข้าข่ายเงินได้ 40(8) ซึ่งหัก 3% และยื่น ภ.ง.ด.3

เส้นแบ่งนี้ตัดสินจากข้อเท็จจริงและเนื้อหาของสัญญา ไม่ใช่จากชื่อที่เขียนบนใบสำคัญจ่าย ถ้าเป็นกรณีก้ำกึ่งและมูลค่าสูง ควรทำหนังสือหารือสรรพากรพื้นที่ไว้เป็นหลักฐาน จะปลอดภัยกว่าการเดา

ใครมีหน้าที่หัก และใครไม่ต้องหัก

หน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นของผู้จ่ายเงิน ไม่ใช่ผู้รับ และไม่ใช่ทุกคนที่จ่ายค่านายหน้าแล้วต้องหัก

ต้องหัก เมื่อ

  • ผู้จ่ายเป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น
  • ผู้จ่ายเป็นบุคคลธรรมดาที่จ่ายเงินได้ประเภท 40(1) และ 40(2) ในทางธุรกิจ

ไม่ต้องหัก เมื่อ

  • ผู้จ่ายเป็นบุคคลธรรมดาทั่วไปที่จ่ายเป็นการส่วนตัว เช่น เจ้าของบ้านจ่ายค่านายหน้าให้คนที่พาลูกค้ามาซื้อบ้านของตัวเอง กรณีนี้ไม่มีหน้าที่หักและไม่ต้องยื่นแบบ แต่ฝั่งนายหน้ายังต้องนำเงินก้อนนั้นไปยื่นภาษีเองอยู่ดี
  • ยอดจ่ายตามสัญญารายหนึ่งไม่ถึง 1,000 บาท และไม่ใช่สัญญาต่อเนื่อง

ข้อควรระวังคือถ้ามีสัญญาต่อเนื่องที่ยอดรวมตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป แล้วซอยจ่ายทีละน้อยให้แต่ละครั้งต่ำกว่า 1,000 บาท ยังต้องหักตามปกติ การซอยยอดไม่ได้ทำให้พ้นหน้าที่

หัก ณ ที่จ่าย คิดจากยอดก่อน VAT หรือหลัง VAT

คิดจากฐานก่อน VAT เสมอ ข้อนี้ผิดกันบ่อยมากเวลานายหน้าจด VAT แล้ว เพราะพอเห็นตัวเลขรวมในใบกำกับภาษีก็เอาไปคูณเปอร์เซ็นต์ทั้งก้อน

ตัวอย่างจริง บริษัทจ้างนายหน้าซึ่งเป็นนิติบุคคลจดทะเบียน VAT ค่านายหน้า 100,000 บาท

รายการจำนวนเงิน
ค่านายหน้า (ฐานภาษี)100,000
VAT 7%7,000
ยอดตามใบกำกับภาษี107,000
หัก ณ ที่จ่าย 3% ของ 100,000(3,000)
เงินที่โอนจริง104,000

ถ้าเผลอคิด 3% จาก 107,000 จะได้ 3,210 บาท หักเกินไป 210 บาท ซึ่งฝั่งผู้รับจะเอาไปเครดิตได้ไม่ตรงกับที่บริษัทนำส่ง และจะกลายเป็นปัญหาตอนกระทบยอดปลายปี วิธีแยก VAT ออกจากยอดรวมดูได้ที่ วิธีคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม

ค่านายหน้าต้องบวก VAT 7% ไหม

การเป็นนายหน้าถือเป็นการให้บริการ ซึ่งอยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่จะต้องเรียกเก็บ VAT จริงหรือไม่ ขึ้นกับว่าคุณจดทะเบียน VAT แล้วหรือยัง

สถานะของนายหน้าต้องบวก VAT 7% ไหม
ยังไม่จด VAT และรายรับทั้งปีไม่เกิน 1.8 ล้านไม่ต้อง และห้ามออกใบกำกับภาษี
จด VAT แล้วต้องเรียกเก็บและออกใบกำกับภาษีทุกครั้ง
รายรับเกิน 1.8 ล้านแล้วแต่ยังไม่จดต้องจดภายใน 30 วัน และรับผิดชอบ VAT ย้อนหลังตั้งแต่วันที่เกิน

ถ้ายังไม่จด VAT แล้วเผลอออกใบกำกับภาษีไป จะมีโทษหนักกว่าที่คิดมาก รายละเอียดอยู่ที่ ออกใบกำกับภาษีแต่ไม่จด VAT ผิดไหม และเมื่อจดแล้วต้องออกใบกำกับภาษีให้ครบองค์ประกอบตาม 8 จุดสำคัญที่ต้องมีในใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ

รับเงินมาแล้วลืมบวก VAT ต้องคำนวณถอยหลัง

ถ้าตกลงราคาค่านายหน้าไว้ 100,000 บาทโดยไม่ได้พูดเรื่อง VAT และผู้ว่าจ้างโอนมา 100,000 บาทเต็ม กฎหมายถือว่าเงินก้อนนั้นรวม VAT อยู่แล้ว ต้องแยกออกมาแบบนี้

รายการวิธีคิดจำนวนเงิน
มูลค่าบริการ100,000 x 100 / 10793,457.94
ภาษีขาย100,000 x 7 / 1076,542.06

แปลว่ารายได้จริงของคุณเหลือ 93,457.94 บาท และต้องนำส่ง 6,542.06 บาทให้สรรพากรผ่าน แบบ ภ.พ.30 นี่คือเหตุผลที่ต้องระบุในสัญญาให้ชัดว่าราคาที่ตกลงเป็นราคารวม VAT หรือยังไม่รวม

สินค้าที่ยกเว้น VAT ไม่ได้ทำให้ค่านายหน้ายกเว้นตาม

ประเด็นนี้เข้าใจผิดกันมากที่สุด สินค้าเกษตรที่ยังไม่แปรรูป เช่น เนื้อหมูสดที่ชำแหละแล้ว ข้าวเปลือก ผักสด ได้รับยกเว้น VAT ตามมาตรา 81(1)(ก) แต่การยกเว้นนั้นเป็นสิทธิของตัวสินค้าและของผู้ขายสินค้าเท่านั้น

ค่านายหน้าที่คุณได้รับไม่ใช่รายได้จากการขายสินค้าเกษตร แต่เป็นค่าบริการประสานงาน ซึ่งเป็นคนละกิจกรรมทางเศรษฐกิจกัน สิทธิยกเว้นจึงไม่ส่งต่อมาถึงคุณ หลักเดียวกันนี้ใช้กับนายหน้าทุกกลุ่มสินค้าที่ได้รับยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ ปุ๋ย อาหารสัตว์ หรือบริการทางการแพทย์

รายได้ค่านายหน้าเกิน 1.8 ล้าน ต้องทำอะไร

เกณฑ์ 1.8 ล้านบาทนับจากรายรับทั้งปี ไม่ใช่กำไร และนับรวมทุกช่องทางที่เป็นการให้บริการของคนเดียวกัน ถ้าคุณเป็นนายหน้าให้ 3 บริษัท ต้องเอายอดทั้ง 3 มารวมกัน

เมื่อยอดสะสมทะลุ 1.8 ล้าน ต้องยื่นคำขอจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกิน

ฝั่งคนรับ ต้องยื่นภาษีอย่างไร

ถูกหัก ณ ที่จ่ายไปแล้วไม่ได้แปลว่าจบ เงินที่ถูกหักเป็นเพียงภาษีที่จ่ายล่วงหน้า ต้องเอาไปเครดิตตอนยื่นแบบจริง ประเด็นนี้อธิบายไว้ละเอียดที่ โดนหัก ณ ที่จ่ายแล้ว ยังต้องยื่นภาษีไหม

แบบยื่นเมื่อไหร่ครอบคลุมรายได้ช่วงไหน
ภ.ง.ด.94ก.ค. ถึง ก.ย.ครึ่งปีแรก เฉพาะผู้มีเงินได้ 40(5) ถึง 40(8)
ภ.ง.ด.90ม.ค. ถึง มี.ค. ปีถัดไปทั้งปี

ถ้าค่านายหน้าของคุณเป็นเงินได้ 40(2) จะไม่ต้องยื่นครึ่งปี แต่ถ้าถูกจัดเป็น 40(8) ต้องยื่น ภ.ง.ด.94 ด้วย ส่วนเกณฑ์ว่ารายได้เท่าไหร่ถึงต้องยื่นดูที่ ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รายได้เท่าไหร่ต้องยื่น และวิธียื่นแบบละเอียดอยู่ที่ การยื่นภาษีบุคคลธรรมดา

หักค่าใช้จ่ายได้เท่าไหร่

จุดนี้คือสิ่งที่ทำให้ภาษีของนายหน้าต่างกันได้หลายแสนบาทต่อปี

  • เงินได้ 40(2) หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาทเท่านั้น แปลว่าถ้าคุณมีค่าคอมมิชชั่น 3 ล้านบาท คุณหักค่าใช้จ่ายได้แค่แสนเดียว เหลือเงินได้ที่ต้องเสียภาษี 2.9 ล้านบาท ทั้งที่ในความเป็นจริงคุณอาจมีค่าโฆษณาและค่าเดินทางจริงหลายแสน
  • เงินได้ 40(8) ในลักษณะประกอบธุรกิจ หักตามจริงได้ทั้งจำนวนถ้ามีเอกสารครบ ซึ่งสะท้อนต้นทุนได้ดีกว่ามากเมื่อรายได้สูง

การเลือกวิธีหักไม่ใช่เรื่องเลือกได้ตามใจ แต่ต้องสอดคล้องกับลักษณะงานจริงและเอกสารที่มี ถ้าเลือกหักตามจริงแล้วเอกสารไม่ครบ สรรพากรมีสิทธิไม่ยอมรับรายจ่ายและประเมินภาษีเพิ่มพร้อมเบี้ยปรับ

เอกสารที่นายหน้าต้องเก็บตั้งแต่วันแรก

เอกสารเหตุผลที่ต้องมี
หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)ใช้เครดิตภาษี ถ้าหายหรือไม่ครบจะต้องจ่ายซ้ำทั้งที่ถูกหักไปแล้ว
สัญญาหรือข้อตกลงการเป็นนายหน้าใช้ยืนยันลักษณะรายได้ว่าเป็น 40(2) หรือ 40(8) เวลาถูกสอบถาม
ตารางสรุปรายได้รายเดือน แยกตามผู้ว่าจ้างรายได้ค่าคอมมิชชั่นมาไม่สม่ำเสมอและมาจากหลายเจ้า ทำให้ตกหล่นง่าย
หลักฐานค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับงานใบเสร็จค่าโฆษณา ค่าเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าเช่าพื้นที่ เก็บแยกหมวดตั้งแต่ต้นปี

รายละเอียดของใบ 50 ทวิ ว่าต้องมีข้อมูลอะไรบ้างและขอย้อนหลังได้ไหม อ่านที่ 50 ทวิ คืออะไร

ฝั่งคนจ่าย ต้องยื่นแบบอะไร ภายในเมื่อไหร่

ผู้จ่ายมีหน้าที่ 3 อย่างต่อเนื่องกัน

  1. หักให้ถูกอัตรา ตามตารางข้างต้น โดยดูว่าผู้รับเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
  2. ออกหนังสือรับรอง 50 ทวิ ให้ผู้รับทันทีที่จ่าย ไม่ใช่รอปลายปี
  3. นำส่งเงินภาษีพร้อมยื่นแบบภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ถ้ายื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing ขยายได้ถึงวันที่ 15

ถ้ายื่นช้าหรือนำส่งไม่ครบ จะมีทั้งค่าปรับอาญาและเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องนำส่ง และรายจ่ายค่านายหน้าก้อนนั้นมีความเสี่ยงถูกตัดออกจากรายจ่ายทางภาษีของบริษัทด้วย ดูเพิ่มที่ รายจ่ายแบบไหนบ้างที่บริษัทสามารถหักภาษีได้

หลักการเดียวกันนี้ใช้กับการจ้างงานอิสระรูปแบบอื่นด้วย เช่น จ้างฟรีแลนซ์ต้องหักภาษีไหม

จ่ายค่านายหน้าไปต่างประเทศ ต้องหักไหม

ต้องแยกสองเรื่องออกจากกัน คือภาษีเงินได้ กับภาษีมูลค่าเพิ่ม

ด้านภาษีเงินได้ ถ้านายหน้าต่างประเทศไม่มีสถานประกอบการในไทยและทำงานให้ทั้งหมดนอกประเทศไทย โดยหลักไม่ถือเป็นเงินได้จากแหล่งในประเทศไทย จึงไม่ต้องหักตามมาตรา 70 แต่ถ้ามีการเข้ามาทำงานในไทยบางส่วน หรือมีตัวแทนในไทย อาจต้องหัก 15% และยื่น ภ.ง.ด.54 ทั้งนี้ต้องดูอนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างไทยกับประเทศนั้นประกอบด้วย

ด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม ถ้าเป็นบริการที่ทำในต่างประเทศแต่ได้นำมาใช้ในประเทศไทย ผู้จ่ายในไทยมีหน้าที่นำส่ง VAT 7% แทนผู้ให้บริการต่างประเทศ ผ่าน แบบ ภ.พ.36 และภาษีที่นำส่งไปนั้นเอามาใช้เป็นภาษีซื้อได้ในเดือนถัดไป

กรณีศึกษา นายหน้าขายหมูสดส่งออกต่างประเทศ

บริษัทแห่งหนึ่งทำหน้าที่ประสานงานระหว่างโรงงานชำแหละเนื้อหมูในไทยกับผู้ซื้อในต่างประเทศ ได้รับค่านายหน้าตามยอดขายปีละประมาณ 4 ล้านบาท

สิ่งที่บริษัททำผิด คือเข้าใจว่าหมูสดได้รับยกเว้น VAT ดังนั้นค่านายหน้าที่เกิดจากหมูสดก็ต้องยกเว้นด้วย จึงนำยอดค่านายหน้าทั้ง 4 ล้านไปกรอกในช่อง “ยอดขายที่ได้รับยกเว้นภาษี” ของแบบ ภ.พ.30 ติดต่อกันหลายปี

ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง คือค่านายหน้าเป็นรายได้จากการให้บริการ ต้องกรอกในช่อง “ยอดขายที่ต้องเสียภาษี” และเสีย VAT 7% เต็มจำนวน เมื่อสรรพากรตรวจพบ บริษัทต้องชำระ VAT ย้อนหลัง 280,000 บาทต่อปี พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน รวมแล้วเกือบเท่าตัวของภาษีต้น

บทเรียน คือถ้าตรวจเจอเองแล้วยื่นแบบเพิ่มเติมก่อนสรรพากรเรียก จะลดเบี้ยปรับได้มาก แนวทางเตรียมตัวอยู่ที่ สรรพากรเชิญพบ เตรียมตัวอย่างไร

นายหน้าแต่ละสายมีประเด็นเฉพาะของตัวเอง

หลักการหัก ณ ที่จ่ายและ VAT ข้างต้นใช้กับนายหน้าทุกสาย แต่โครงสร้างรายได้และจังหวะรับรู้รายได้ของแต่ละสายไม่เหมือนกัน

  • นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ค่าคอมมิชชั่นมาเป็นก้อนใหญ่แต่ห่างกันหลายเดือน มีประเด็นเรื่องการเลือกโครงสร้าง 40(2) หรือ 40(8) ที่ส่งผลต่อภาษีมาก อ่านต่อที่ การวางแผนภาษีนายหน้าอสังหาริมทรัพย์
  • นายหน้าประกันชีวิต มีทั้งค่าคอมมิชชั่นปีแรกและค่าคอมมิชชั่นต่ออายุที่ทยอยเข้ามาหลายปี ทำให้การประมาณการรายได้ล่วงหน้าซับซ้อนกว่า อ่านต่อที่ ภาษีนายหน้าประกันชีวิต

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าผู้รับเป็นนิติบุคคลไทยหัก 3% ถ้าผู้รับเป็นบุคคลธรรมดาที่มีเงินได้ 40(2) ต้องคำนวณตามอัตราก้าวหน้าซึ่งอาจเป็น 0% ถึง 35% ไม่ใช่ 3% แบบเหมา
ยื่น ภ.ง.ด.1 ถ้าเป็นเงินได้ 40(2) และยื่น ภ.ง.ด.3 ถ้าเข้าลักษณะเงินได้ 40(8) ทั้งสองแบบต้องยื่นภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่าย
คิดจากยอดก่อน VAT เสมอ ค่านายหน้า 100,000 บวก VAT 7,000 เป็น 107,000 ให้หัก 3% จาก 100,000 คือ 3,000 บาท ไม่ใช่จาก 107,000
มี เพราะการเป็นนายหน้าถือเป็นการให้บริการซึ่งอยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่จะเรียกเก็บ 7% ได้ก็ต่อเมื่อจดทะเบียน VAT แล้วเท่านั้น ถ้ารายรับทั้งปียังไม่ถึง 1.8 ล้านบาทและยังไม่ได้จด ไม่ต้องบวกและห้ามออกใบกำกับภาษี
ต้องยื่น เพราะเงินที่ถูกหักเป็นภาษีจ่ายล่วงหน้า ไม่ใช่ภาษีสุดท้าย เมื่อยื่นแล้วถ้าถูกหักไว้เกินจะได้คืน ถ้าหักไว้ขาดต้องจ่ายเพิ่ม
ติดต่อขอจากผู้จ่ายก่อน ถ้าไม่ได้จริง ๆ ให้รวบรวมหลักฐานการรับเงินและสลิปโอนไว้ แล้วขอตรวจสอบข้อมูลการนำส่งภาษีของผู้จ่ายกับสรรพากร แต่ทางที่ดีที่สุดคือทวงตั้งแต่วันที่รับเงิน
โดยหลักเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2) แต่ถ้ารับในลักษณะประกอบธุรกิจที่มีต้นทุนดำเนินงานเป็นสาระสำคัญ อาจเข้าข่ายมาตรา 40(8) ซึ่งหักค่าใช้จ่ายตามจริงได้

สรุป

ค่านายหน้าเป็นรายการที่ดูเหมือนง่ายแต่ผิดกันบ่อยที่สุดรายการหนึ่ง จุดที่ต้องจำมี 4 ข้อ

  • อัตราหักขึ้นกับว่าผู้รับเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ไม่ใช่ 3% เสมอไป
  • หัก ณ ที่จ่ายคิดจากฐานก่อน VAT เสมอ
  • สิทธิยกเว้น VAT ของตัวสินค้าไม่ส่งต่อมาถึงค่านายหน้า
  • เงินที่ถูกหักไปเป็นเพียงภาษีล่วงหน้าที่ต้องเอาไปเครดิตตอนยื่นจริง

ถ้าจัดระบบตั้งแต่เดือนแรก คือเก็บใบ 50 ทวิ ให้ครบ ทำตารางรายได้รายเดือน และตรวจยอดสะสมเทียบเกณฑ์ 1.8 ล้านทุกไตรมาส ภาษีค่านายหน้าจะไม่ใช่เรื่องที่ต้องมานั่งแก้ย้อนหลัง

ให้ Greenpro KSP ดูแลบัญชีและภาษีค่านายหน้าให้

ถ้าไม่แน่ใจว่าที่หักและยื่นอยู่ตอนนี้ถูกต้องหรือยัง หรือรายได้กำลังจะถึงเกณฑ์ต้องจด VAT แล้วยังตัดสินใจไม่ได้ว่าควรเปิดบริษัทหรือไม่ ทีมงานเรารับดูแลให้ครบตั้งแต่จัดประเภทเงินได้ คำนวณและนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย ไปจนถึงปิดงบและยื่นแบบ

ติดต่อสอบถาม โทร 085-067-4884 หรือแอดไลน์ @greenprokspacc หรือกรอกแบบฟอร์มที่หน้า ติดต่อเรา

แชร์บทความนี้:


ผู้เขียน

Picture of เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี ประสบการณ์กว่า 30 ปี ครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลมากกว่า 400 บริษัท และเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีนโปร เคเอสพี แอคเคาท์ติ้ง จำกัด