ความเข้าใจผิดที่อันตราย : “ไม่มีรายได้ ไม่ต้องทำบัญชี”
หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยจากผู้ประกอบการรายย่อยหรือเจ้าของธุรกิจ คือ “บริษัทไม่มีรายได้ ไม่มีการดำเนินงานเลย ไม่ต้องทำบัญชีหรือยื่นภาษีหรอก”
ความเชื่อนี้อาจทำให้คุณต้องจ่ายแพงในภายหลัง เพราะในความเป็นจริงตามกฎหมายบริษัทจะต้องทำบัญชีและยื่นภาษีทุกปีไม่ว่ามีรายได้หรือไม่ก็ตาม จะต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 (แบบแสดงรายการภาษีเงินได้) และ จัดทำงบการเงิน พร้อมยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นปีบัญชี หากไม่ดำเนินการ มีโอกาสสูงที่จะถูกตรวจสอบและถูกปรับย้อนหลังถึง 5 ปี
การถูกประเมินภาษีย้อนหลัง + เสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
หากบริษัทไม่ได้ยื่นงบการเงินหรือภาษีเป็นเวลาหลายปี จะถูกจัดว่าเป็น “กลุ่มความเสี่ยง” ของกรมสรรพากรทันที และอาจถูกตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกเมื่อ
ข้อกำหนดของบัญชีและภาษีที่ผู้ประกอบการควรรู้
1. พระราชบัญญัติการบัญชี
- บริษัทต้องจัดทำบัญชีและต้องเก็บรักษาบัญชีไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี
2. พระราชบัญญัติกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- หากไม่ยื่นงบการเงินภายในกำหนด =เสียค่าปรับเงินเพิ่มตามอัตราที่กฎหมายกำหนดสูงสุด 50,000 บาท
3. ประมวลรัษฎากร
- หากไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีภ.ง.ด.50 = ปรับ 2,000 บาท/แบบ
เช็กลิสต์: บริษัทที่คุณจดไว้ มีความเสี่ยงหรือไม่?
📍 หากบริษัทมีมากกว่า 3 ข้อ ต้องรีบแก้ไขทันที!
- มีการจดทะเบียนบริษัทนิติบุคคลไว้
- ไม่เคยยื่นงบการเงินประจำปี
- ไม่เคยยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 / ภ.ง.ด.51
- ไม่เคยยื่น ภ.พ.30 แม้มีการรับเงินเข้าเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
- ไม่มีการจ้างนักบัญชีหรือผู้สอบบัญชี
- เข้าใจว่า “ไม่มีรายได้ = ไม่ต้องทำอะไรเลย”
แนวทางการแก้ไข หากบริษัทไม่ได้ยื่นบัญชี-ภาษีมาหลายปี
หากคุณเพิ่งรู้ว่าบริษัทของตนมีความเสี่ยง ควรรีบดำเนินการโดย:
- จ้างสำนักงานบัญชี / ผู้สอบบัญชี เพื่อเป็นที่ปรึกษาและช่วยรวบรวมข้อมูลย้อนหลัง
- จัดทำบัญชีย้อนหลังและงบการเงินย้อนหลังให้ครบทุกปี
- ยื่นงบการเงินย้อนหลังต่อ DBD
- ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 / 51 ต่อสรรพากรย้อนหลัง
- เตรียมงบชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้/ค่าใช้จ่าย ในกรณีที่มีความผิดปกติ
- ประสานขอผ่อนผันเบี้ยปรับ / เงินเพิ่ม (ถ้ามี)
คำแนะนำสำหรับผู้ที่คิดจะ “ปล่อยบริษัททิ้ง”
บางคนอาจคิดว่า “ปล่อยบริษัทร้างไว้เฉย ๆ ก็ไม่มีปัญหา” แต่ความจริงแล้ว บริษัทที่ไม่ทำบัญชี ไม่ยื่นภาษี ไม่ยื่นงบการเงิน ถือเป็นบริษัทผิดกฎหมาย ซึ่งจะนำมาซึ่ง:
- การถูกขึ้นสถานะ “ไม่ได้ส่งงบการเงิน” ในระบบ DBD Data Warehouse
- ปรับกรรมการเป็นรายบุคคล
- อาจถูก “ระงับสิทธิ์การจดบริษัทใหม่” ในอนาคต
- อาจถูกขึ้นแบล็กลิสต์ในฐานข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ
สิ่งที่ควรทำหากไม่มีการดำเนินกิจการ คือ:
- จดเลิกบริษัทอย่างถูกต้อง
- ปิดงบ-ชำระภาษีให้ครบถ้วนก่อนเลิกกิจการ
- ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 และแจ้งเลิกกิจการกับสรรพากร และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ( DBD )
บทสรุป: อย่าคิดว่าจดแล้ว “ทิ้งได้” ทุกบริษัทมีหน้าที่ทางบัญชี
การจดทะเบียนบริษัทคือการก้าวเข้าสู่ “โลกของธุรกิจมืออาชีพ” ซึ่งมาพร้อมกับภาระหน้าที่ทางบัญชีและภาษีอย่างเป็นทางการ ไม่ว่าจะมีรายได้หรือไม่ก็ตาม
หากคุณไม่อยากถูกตรวจสอบภาษีย้อนหลัง หรือเสียค่าปรับ อย่าละเลยการจัดทำบัญชี และควรยื่นงบการเงินให้ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก