ขายของใน Shopee TikTok

ขายของใน  Shopee TikTok ต้องออกใบกำกับภาษีไหม?

คำตอบสั้นที่สุดคือ **Shopee และ TikTok ไม่ได้ออกใบกำกับภาษีขายแทนคุณ** ถ้าร้านของคุณจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว คุณคือคนที่มีหน้าที่ออกใบกำกับภาษีให้ผู้ซื้อเอง แพลตฟอร์มออกใบกำกับภาษีให้เฉพาะค่าบริการที่เก็บจากคุณเท่านั้น

บทความนี้ไม่ได้อธิบายว่าใบกำกับภาษีคืออะไรหรือมีข้อความอะไรบ้าง เพราะมีหน้าอื่นอธิบายไว้แล้ว แต่จะเจาะเฉพาะเรื่องที่ต่างออกไปเมื่อขายผ่านมาร์เก็ตเพลส ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ขายออนไลน์พลาดกันมากที่สุด

ถ้ายังไม่รู้พื้นฐาน อ่านก่อนได้ที่ ใบกำกับภาษีใช้แทนใบเสร็จได้ไหม และ 8 จุดสำคัญที่ต้องมีในใบกำกับภาษีเต็มรูปแบ

สารบัญ

ใบกำกับภาษี 2 ใบที่ผู้ขายบนแพลตฟอร์มต้องแยกให้ออก

ผู้ขายบน Shopee หรือ TikTok Shop จะเจอใบกำกับภาษี 2 ใบที่คนละหน้าที่กันโดยสิ้นเชิง ถ้าแยกไม่ออกจะยื่นภาษีผิดทันที

หัวข้อใบที่แพลตฟอร์มออกให้คุณใบที่คุณต้องออกให้ผู้ซื้อ
ใครออกShopee / TikTokร้านค้าของคุณ
ออกให้ใครร้านค้าของคุณลูกค้าที่ซื้อสินค้า
ค่าอะไรค่าคอมมิชชั่น ค่าธรรมเนียมธุรกรรม ค่าโฆษณา ค่าโปรแกรมส่งฟรีราคาสินค้าที่ลูกค้าจ่าย
เป็นภาษีอะไรของคุณภาษีซื้อ นำมาหักได้ภาษีขาย ต้องนำส่ง
ได้มาจากไหนดาวน์โหลดจากหน้าจัดการร้านค้าคุณต้องออกเองด้วยระบบของคุณ

จุดที่พลาดกันบ่อยคือ ผู้ขายเห็นว่าแพลตฟอร์มออกใบกำกับภาษีมาให้ทุกเดือนแล้วเข้าใจว่าเรื่องภาษีจบแล้ว ความจริงคือใบนั้นเป็นค่าบริการที่แพลตฟอร์มเก็บจากคุณ ไม่เกี่ยวกับการขายสินค้าให้ลูกค้าเลย

ทำไมแพลตฟอร์มถึงออกใบกำกับภาษีขายแทนคุณไม่ได้

เพราะในทางกฎหมาย คนขายสินค้าให้ผู้ซื้อคือร้านค้าของคุณ ไม่ใช่ Shopee หรือ TikTok แพลตฟอร์มทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่ให้เช่าพื้นที่ขายและระบบชำระเงิน จึงเป็นคนขาย “บริการ” ให้คุณ ไม่ใช่คนขาย “สินค้า” ให้ลูกค้า

ผลตามมาคือ ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีในช่องผู้ขายบนใบกำกับภาษี ต้องเป็นของร้านคุณเสมอ ใส่ชื่อแพลตฟอร์มไม่ได้ และผู้ซื้อจะนำใบที่ออกโดยแพลตฟอร์มไปเคลมภาษีซื้อจากการซื้อสินค้าของคุณไม่ได้

ยอดไหนคือฐาน VAT — ยอดขาย ไม่ใช่ยอดที่โอนเข้าบัญชี

นี่คือข้อผิดพลาดที่ทำให้ผู้ขายออนไลน์โดนประเมินภาษีย้อนหลังมากที่สุด

ยอดที่โอนเข้าบัญชีคุณคือ ยอดสุทธิหลังแพลตฟอร์มหักค่าใช้จ่ายแล้ว แต่ฐานที่ใช้คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มคือ ราคาขายเต็มที่ลูกค้าจ่าย สองตัวนี้ไม่เท่ากัน และไม่ควรเท่ากัน

ตัวอย่างคำนวณ

สมมติเดือนหนึ่งร้านคุณขายได้ตามนี้

รายการจำนวนเงิน
ราคาขายที่ลูกค้าจ่ายรวมทั้งเดือน500,000 บาท
หัก ค่าคอมมิชชั่นและค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม-40,000 บาท
หัก ค่าโฆษณาในแพลตฟอร์ม-10,000 บาท
ยอดที่โอนเข้าบัญชีจริง450,000 บาท
  • ฐานภาษีขายที่ต้องนำส่ง คือ 500,000 บาท ไม่ใช่ 450,000 บาท
  • ส่วน 50,000 บาทที่ถูกหัก เป็นค่าใช้จ่ายของคุณ และถ้าแพลตฟอร์มออกใบกำกับภาษีให้ ก็เป็น ภาษีซื้อ ที่นำมาหักออกจากภาษีขายได้
  • ยอด 500,000 บาทนี้ยังเป็นตัวเดียวกับที่ใช้นับว่ารายได้ถึงเกณฑ์ 1.8 ล้านบาทต่อปีหรือยัง

ถ้าใช้ยอด 450,000 บาทเป็นฐาน จะนำส่งภาษีขายขาดไปทุกเดือน และเมื่อสรรพากรเทียบกับข้อมูลยอดขายที่ได้รับจากแพลตฟอร์ม ส่วนต่างจะถูกประเมินพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

ส่วนลดและค่าจัดส่ง นับอย่างไร

หลักคือดูว่า ใครเป็นคนออกเงินให้ส่วนลดนั้น

  • ส่วนลดที่ร้านคุณออกเอง เช่น ตั้งราคาลดในหน้าสินค้าหรือแจกโค้ดของร้าน ฐาน VAT คือราคาหลังหักส่วนลด เพราะเป็นราคาที่ตกลงขายจริง
  • ส่วนลดที่แพลตฟอร์มออกให้ เช่น โค้ดส่วนลดของแพลตฟอร์มที่คุณยังได้รับเงินเต็ม ฐาน VAT ยังคงเป็นราคาเต็ม เพราะร้านคุณได้รับมูลค่าครบ
  • ค่าจัดส่งที่เก็บจากลูกค้า ถ้าร้านคุณเป็นคนเก็บ ถือเป็นส่วนหนึ่งของมูลค่าที่ได้รับจากการขาย ต้องรวมเป็นฐาน VAT ด้วย

รายงานสรุปยอดขายที่แพลตฟอร์มออกให้ทุกเดือนจะแยกรายการเหล่านี้ไว้ ให้ยึดตัวเลขจากรายงานนั้นเป็นหลัก อย่ายึดยอดเงินเข้าบัญชีธนาคาร

ค่าคอมมิชชั่นที่ถูกหัก นำมาเป็นภาษีซื้อได้

ผู้ขายที่จด VAT แล้วจำนวนมากปล่อยภาษีซื้อส่วนนี้ทิ้งไปทุกเดือน ทั้งที่เป็นเงินจริง

ค่าคอมมิชชั่น ค่าธรรมเนียมธุรกรรม ค่าโฆษณา และค่าเข้าร่วมโปรแกรมส่งฟรี ล้วนเป็นบริการที่แพลตฟอร์มขายให้คุณและมี VAT 7% รวมอยู่ ถ้าแพลตฟอร์มออกใบกำกับภาษีเต็มรูปในนามร้านคุณ ก็นำภาษีซื้อนั้นมาหักออกจากภาษีขายได้

สิ่งที่ต้องทำคือ

  • เข้าไปดาวน์โหลดใบกำกับภาษีค่าบริการจากหน้าจัดการร้านค้าให้ครบทุกเดือน อย่ารอสิ้นปี เพราะระบบมักเก็บย้อนหลังได้จำกัด
  • ตรวจว่าชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีบนใบตรงกับที่จดทะเบียนไว้ ถ้าไม่ตรงต้องแก้ข้อมูลผู้เสียภาษีในระบบร้านค้าก่อน แล้วใบเดือนถัดไปจึงจะออกถูก
  • เก็บไฟล์แยกโฟลเดอร์ตามเดือนให้ตรงกับที่ยื่น เพราะภาษีซื้อต้องใช้ในเดือนที่ระบุบนใบกำกับภาษี

อ่านเรื่องการใช้ภาษีซื้อเพิ่มเติมได้ที่ ใบกำกับภาษีลดหย่อนภาษีได้ไหม

ขายหลายแพลตฟอร์ม ต้องรวมยอดกัน ไม่ใช่นับแยกร้าน

เกณฑ์รายได้ 1.8 ล้านบาทต่อปีนับที่ ตัวผู้ประกอบการ ไม่ได้นับที่ร้านค้าแต่ละร้าน

ถ้าคุณเป็นบุคคลธรรมดาคนเดียวที่เปิดร้านใน Shopee, TikTok Shop, Lazada, เพจ Facebook และมีหน้าร้านด้วย ต้องเอารายได้ทุกช่องทางมารวมกัน แยกร้านแล้วนับทีละร้านให้ไม่ถึงเกณฑ์ไม่ได้

ตัวอย่าง ขาย Shopee 800,000 บาท TikTok Shop 600,000 บาท และหน้าร้านอีก 500,000 บาท รวมเป็น 1,900,000 บาท เกินเกณฑ์แล้ว ต้องจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วันนับจากวันที่รายได้ถึง 1.8 ล้านบาท

รายละเอียดวิธีนับรอบรายได้อ่านที่ การนับรอบรายได้เพื่อเตรียมจด VAT และเงื่อนไขของบุคคลธรรมดาอ่านที่ บุคคลธรรมดาต้องจด VAT หรือไม่

ลูกค้าขอใบกำกับภาษีใน Shopee หรือ TikTok ทำอย่างไร

เรื่องนี้ต่างจากการขายหน้าร้าน เพราะคุณไม่ได้เจอลูกค้าและไม่เห็นข้อมูลผู้ซื้อจนกว่าจะมีคำสั่งซื้อ

ถ้าคุณเป็นผู้ขาย

  • ถ้าร้านจด VAT แล้ว คุณมีหน้าที่ออกใบกำกับภาษีให้เมื่อลูกค้าร้องขอ และต้องเป็นใบกำกับภาษีที่มีข้อความครบตามกฎหมาย
  • ข้อมูลผู้ซื้อที่ต้องใช้คือ ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ซึ่งลูกค้าต้องเป็นคนแจ้ง ระบบร้านค้าจะแสดงเฉพาะชื่อผู้รับกับที่อยู่จัดส่ง ซึ่งมักไม่ใช่ข้อมูลสำหรับออกใบกำกับภาษี ต้องขอเพิ่มจากลูกค้าเสมอ
  • ตั้งข้อความอัตโนมัติในแชทของร้านให้ลูกค้าที่ต้องการใบกำกับภาษีแจ้งข้อมูลมาก่อนกดสั่งซื้อ จะช่วยลดปัญหาการตามขอย้อนหลัง
  • ถ้าร้านยังไม่จด VAT คุณออกใบกำกับภาษีไม่ได้ และห้ามออก ให้ออกใบเสร็จรับเงินแทน รายละเอียดและบทลงโทษอ่านที่ ออกใบกำกับภาษีแต่ไม่จด VAT ผิดไหม

ถ้าคุณเป็นผู้ซื้อ

  • ต้องดูก่อนว่าร้านที่ซื้อจดทะเบียน VAT หรือไม่ ร้านที่ไม่ได้จดออกใบกำกับภาษีให้ไม่ได้ ต่อให้ขายบนแพลตฟอร์มใหญ่แค่ไหน
  • แจ้งข้อมูลสำหรับออกใบกำกับภาษีตั้งแต่ก่อนกดสั่งซื้อ ทักแชทหาร้านก่อนเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด
  • ใบเสร็จหรือสลิปที่ระบบแพลตฟอร์มออกให้อัตโนมัติหลังชำระเงิน ไม่ใช่ใบกำกับภาษี และนำไปเคลมภาษีซื้อไม่ได้

ออกใบกำกับภาษีลงวันที่ไหน เมื่อขายผ่านแพลตฟอร์ม

ผู้ขายบนมาร์เก็ตเพลสจะเห็นวันที่อย่างน้อย 3 วันในหนึ่งคำสั่งซื้อ คือวันที่ลูกค้ากดสั่งและชำระเงิน วันที่ส่งมอบสินค้า และวันที่เงินถูกโอนเข้าบัญชีของคุณ

หลักตามกฎหมายคือความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขายสินค้าเกิดขึ้นเมื่อ ส่งมอบสินค้า เว้นแต่จะมีการโอนกรรมสิทธิ์ ได้รับชำระราคา หรือได้ออกใบกำกับภาษีไปก่อน ก็ให้ถือตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน

สิ่งที่ยืนยันได้แน่นอนคือ วันที่เงินถูกโอนเข้าบัญชีของคุณ ไม่ใช่วันที่ต้องใช้ เพราะแพลตฟอร์มมักปล่อยเงินหลังลูกค้ากดรับสินค้าหรือหลังพ้นระยะเวลาคืนสินค้าแล้ว ซึ่งอาจข้ามเดือนไป ถ้ายึดวันเงินเข้าจะทำให้ภาษีขายตกเดือน

ในทางปฏิบัติ ผู้ขายส่วนใหญ่ยึดวันที่ส่งมอบสินค้า แต่ถ้ารูปแบบการรับชำระเงินของร้านคุณต่างออกไป ควรตรวจกับผู้ทำบัญชีก่อนวางระบบ เพราะการออกใบผิดเดือนแก้ย้อนหลังยาก

สินค้าถูกตีกลับหรือยกเลิกออเดอร์ ต้องทำอย่างไร

การขายออนไลน์มีอัตราคืนสินค้าสูงกว่าหน้าร้านมาก และเป็นเรื่องที่ต้องจัดการทางภาษีทุกครั้ง

ถ้าคุณออกใบกำกับภาษีไปแล้ว แล้วลูกค้าคืนสินค้าหรือยกเลิกคำสั่งซื้อ จะฉีกใบทิ้งเฉย ๆ ไม่ได้ ต้องออก ใบลดหนี้ เพื่อลดยอดภาษีขายลง และต้องออกในเดือนที่เหตุการณ์คืนสินค้าเกิดขึ้น

กรณีที่ยังไม่ได้ออกใบกำกับภาษีและออเดอร์ถูกยกเลิกก่อนส่งมอบ ก็ไม่ต้องออกใบใด ๆ เพราะยังไม่เกิดความรับผิดในการเสีย VAT

ข้อควรระวังคือ ยอดคืนสินค้าที่แพลตฟอร์มหักออกจากยอดโอนเข้าบัญชี ไม่ได้แปลว่าภาษีขายลดลงอัตโนมัติ คุณต้องออกใบลดหนี้และบันทึกในรายงานภาษีขายเอง

กรมสรรพากรเห็นยอดขายร้านค้าออนไลน์ได้อย่างไร

ผู้ขายจำนวนมากยังคิดว่าขายออนไลน์แล้วสรรพากรตรวจไม่เจอ ซึ่งไม่จริงมาหลายปีแล้ว ปัจจุบันมีอย่างน้อย 2 ช่องทางที่ข้อมูลถึงกรมสรรพากรโดยที่คุณไม่ต้องแจ้งเอง

1. ข้อมูลจากธนาคารตามกฎหมาย e-Payment สถาบันการเงินและผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์มีหน้าที่รายงานบัญชีที่มีการฝากหรือรับโอนเงินตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปี หรือตั้งแต่ 400 ครั้งและมียอดรวมตั้งแต่ 2 ล้านบาทต่อปี ร้านค้าออนไลน์ที่มีออเดอร์วันละไม่กี่สิบรายการก็เข้าเกณฑ์แรกได้ไม่ยาก

2. ข้อมูลจากตัวแพลตฟอร์มเอง ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่มีหน้าที่จัดทำบัญชีพิเศษแสดงรายได้ของผู้ขายแต่ละรายและนำส่งกรมสรรพากร ซึ่งใช้กับแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสรายใหญ่ที่คนไทยใช้กันทั้งหมด

หมายความว่ากรมสรรพากรมีตัวเลขยอดขายของร้านคุณจากฝั่งแพลตฟอร์มอยู่แล้ว การยื่นด้วยยอดที่ต่ำกว่าความจริงจึงถูกจับได้จากการเทียบข้อมูล ไม่ใช่จากการสุ่มตรวจ

เช็กลิสต์ประจำเดือนสำหรับผู้ขายที่จด VAT แล้ว

  • ดึงรายงานสรุปยอดขายรายเดือนจากทุกแพลตฟอร์มที่ขาย
  • ใช้ยอดขายเต็มก่อนหักค่าธรรมเนียม เป็นฐานภาษีขาย
  • ดาวน์โหลดใบกำกับภาษีค่าบริการจากทุกแพลตฟอร์ม เก็บเป็นภาษีซื้อ
  • รวบรวมใบกำกับภาษีขายที่ออกให้ลูกค้าที่ร้องขอ ลงรายงานภาษีขาย
  • ออกใบลดหนี้สำหรับออเดอร์ที่คืนสินค้าในเดือนนั้น
  • กระทบยอดขายในระบบร้านค้ากับยอดในรายงานภาษีขายให้ตรงกัน
  • ยื่น ภ.พ.30 ตามกำหนด ดูวิธียื่นที่ การยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม

คำถามที่พบบ่อย

ออกให้ไม่ได้และห้ามออก ให้ชี้แจงลูกค้าว่าร้านยังไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วออกใบเสร็จรับเงินให้แทน
ไม่ได้ คนละใบและคนละหน้าที่ ใบนั้นเป็นค่าบริการที่ Shopee เก็บจากร้านคุณ ถือเป็นภาษีซื้อของคุณ ไม่เกี่ยวกับการขายสินค้าให้ลูกค้า
ไม่ต่างกันในสาระสำคัญ ทั้งสองแพลตฟอร์มเป็นตัวกลาง ผู้ขายมีหน้าที่ออกใบกำกับภาษีเอง ใช้เกณฑ์ 1.8 ล้านบาทเดียวกัน ต่างกันแค่รูปแบบรายงานและตำแหน่งเมนูในหน้าจัดการร้านค้า
ใช้ยอดขายเต็มที่ลูกค้าจ่าย ตามรายงานสรุปยอดขายของแพลตฟอร์ม ไม่ใช้ยอดเงินที่โอนเข้าบัญชีเพราะเป็นยอดหลังหักค่าธรรมเนียมแล้ว
ผู้ประกอบการจด VAT มีหน้าที่ออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ขาย แต่ในทางปฏิบัติสำหรับการขายปลีก สามารถออกใบกำกับภาษีอย่างย่อได้ ถ้าได้รับอนุมัติจากกรมสรรพากร ดูเงื่อนไขที่ ใบกำกับภาษีอย่างย่อและเครื่องบันทึกการเก็บเงิน
ไม่มีคำตอบตายตัว ขึ้นกับกำไร ค่าใช้จ่ายที่มีเอกสาร และแผนการเติบโต แต่จุดที่ควรเริ่มคำนวณเปรียบเทียบคือเมื่อรายได้ใกล้ถึงเกณฑ์ต้องจด VAT

สรุป

ใบกำกับภาษีของร้านค้าบน Shopee และ TikTok Shop มีอยู่ 2 ใบที่คนละหน้าที่ ใบที่แพลตฟอร์มออกให้คุณเป็นค่าบริการและเป็นภาษีซื้อ ส่วนใบที่ออกให้ลูกค้าเป็นภาษีขายที่คุณต้องออกเอง แพลตฟอร์มไม่ได้ทำแทน

จุดที่ทำให้ผู้ขายโดนประเมินย้อนหลังมากที่สุดคือการใช้ยอดเงินที่โอนเข้าบัญชีเป็นฐานภาษี ทั้งที่ต้องใช้ยอดขายเต็มก่อนหักค่าธรรมเนียม และการไม่รวมยอดจากทุกแพลตฟอร์มเข้าด้วยกันเมื่อนับเกณฑ์ 1.8 ล้านบาท

สิ่งที่ควรทำตั้งแต่วันนี้คือ ดึงรายงานยอดขายจากทุกแพลตฟอร์มมารวมกัน เทียบกับที่เคยยื่นไป และดาวน์โหลดใบกำกับภาษีค่าบริการที่ค้างอยู่ให้ครบ เพราะเป็นภาษีซื้อที่เคลมได้จริง

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีร้านค้าออนไลน์

ถ้าไม่แน่ใจว่ายอดขายที่เคยยื่นไปถูกต้องหรือไม่ กำลังจะถึงเกณฑ์ต้องจด VAT หรือมีหลายร้านหลายแพลตฟอร์มจนกระทบยอดไม่ตรง ทีมงาน Greenpro KSP ให้คำปรึกษาฟรี

ติดต่อสอบถาม โทร 085-067-4884 หรือแอดไลน์ @greenprokspacc หรือกรอกแบบฟอร์มที่หน้า ติดต่อเรา

แชร์บทความนี้:


ผู้เขียน

Picture of เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี ประสบการณ์กว่า 30 ปี ครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลมากกว่า 400 บริษัท และเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีนโปร เคเอสพี แอคเคาท์ติ้ง จำกัด