ขั้นตอนจดเลิกบริษัท

ขั้นตอนที่ควรรู้ในการจดเลิกบริษัท

การจดทะเบียนเลิกบริษัท เป็นกระบวนการที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อให้การปิดกิจการเป็นไปอย่างถูกต้องและลดความเสี่ยงทางกฎหมายในอนาคต

บริษัทควรเลิกกิจการหรือไม่ อาจขึ้นอยู่กับเหตุผลหลายประการ เช่น ผู้ถือหุ้นลงมติว่าต้องการยกเลิกบริษัท, บริษัทล้มละลาย, ศาลมีคำสั่งให้เลิกกิจการ, หรือบริษัทขาดทุนเยอะ ถ้ามีหนี้สินมากเกินไปหรือถ้ามีปัญหาทางการเงิน ก็อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจเลิกกิจการ

สารบัญ

สัญญาณบ่งบอกว่าบริษัทจะต้องปิดตัวลง

  1. ขาดทุนติดต่อกันหลายปี
  2. ไม่มีกำไรสะสมเหลืออยู่เลย
  3. หมุนกระแสเงินสดไม่ทัน
  4. เป็นหนี้สินมากจนเกินกว่าสินทรัพย์ที่มี

ขั้นตอนจดทะเบียนเลิกบริษัท

1. จดทะเบียนเลิกบริษัท

  • ออกหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น ทางไปรษณีย์ตอบรับหรือส่งมอบถึงตัวผู้ถือหุ้น ก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 14 วัน
  • ในการประชุมผู้ถือหุ้น จะต้องมีมติพิเศษให้เลิกบริษัทด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนหุ้นที่เข้าประชุม
  • ประกาศหนังสือพิมพ์อย่างน้อย 1 ครั้ง และส่งหนังสือบอกกล่าวเจ้าหนี้ (ถ้ามี) ภายใน 14 วัน นับจากวันที่มีมติเลิกบริษัท
  • ในที่ประชุมผู้ถือหุ้น ให้มีการตั้งผู้ชำระบัญชี และแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีเพื่อดำเนินการชำระบัญชีของบริษัท โดยผู้ชำระบัญชีจะเป็นผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนเลิกบริษัทต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 14 วันนับจากวันที่มีมติเลิกบริษัท

2. เคลียร์บัญชีสินทรัพย์และหนี้สิน

ผู้ประกอบการต้องจัดทำเอกสารบัญชีและจัดทำงบการเงินให้ครบถ้วน โดยต้องทำงบการเงินที่แสดงรายการสินทรัพย์และหนี้สินที่เหลืออยู่ เพื่อเคลียร์รายการคงค้างทั้งหมด ก่อนจะดำเนินการในขั้นตอนถัดไปของการเลิกกิจการ

3. ส่งภาษีให้ครบถ้วนและแจ้งเลิกบริษัทกับสรรพากร

เมื่อจะจดเลิกกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สิ่งที่ต้องทำต่อคือ เช็กว่าส่งภาษีครบถ้วนแล้วหรือไม่ และถ้าใครจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องไปแจ้งเลิกกิจการกับกรมสรรพากรอีกด้วย การส่งภาษีและแจ้งเลิกกิจการต้องดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

4. แจ้งเลิกบริษัทกับประกันสังคม

  • ทำหนังสือแจ้งพนักงานที่จะเลิกจ้างล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 งวดการจ่ายค่าจ้าง และจ่ายค่าชดเชยตามอายุการทำงานในอัตราที่กฎหมายกำหนด
  • แจ้งเลิกกิจการกับสำนักงานประกันสังคม โดยยื่นแบบ สปส.6-15 เพื่อเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงนายจ้างและปิดสถานะนายจ้าง ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ การดำเนินการแจ้งเลิกกับประกันสังคมเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและสวัสดิการ

5. ทำงบการเงิน ณ วันจดเลิกบริษัทและจดชำระบัญชี

หลังจดทะเบียนเลิกแล้ว บริษัทยังไม่จบ ต้องปิดบัญชีให้เรียบร้อยอีกชั้นหนึ่ง ผู้ชำระบัญชีมีหน้าที่จัดทำงบการเงิน ณ วันที่จดทะเบียนเลิก แล้วส่งให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและแสดงความเห็น

เมื่อผู้สอบบัญชีตรวจเสร็จ ต้องเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติงบการเงินและรายงานการชำระบัญชี จากนั้นจึงยื่นจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ภายใน 14 วันนับแต่วันที่ที่ประชุมอนุมัติ

ถ้าชำระบัญชีไม่เสร็จภายใน 3 เดือน ผู้ชำระบัญชีต้องรายงานความคืบหน้าต่อนายทะเบียนทุก 3 เดือนจนกว่าจะเสร็จ และหลังจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีแล้ว ต้องส่งมอบสมุดบัญชีและเอกสารทั้งหมดให้นายทะเบียนเก็บรักษาไว้ 10 ปี

บริษัทจะสิ้นสภาพนิติบุคคลจริง ๆ ก็ต่อเมื่อจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีเรียบร้อยแล้วเท่านั้น การจดทะเบียนเลิกอย่างเดียวยังไม่พอ

ข้อมูลและเอกสารที่ลูกค้าต้องเตรียม

ก่อนดำเนินการจดเลิกบริษัท จำเป็นต้องจัดทำเอกสารต่าง ๆ ให้ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด ดังนี้

  1. สำเนาหนังสือรับรองบริษัทอายุไม่เกิน 6 เดือน และสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) บอจ.2 , บอจ.3 , ข้อบังคับ (ถ้ามี)
  2. สำเนาบัตรประชาชนกรรมการทุกท่าน
  3. เบอร์โทรศัพท์และอีเมลของกรรมการแต่ละท่าน
  4. สำเนาทะเบียนบ้านที่ตั้งบริษัท
  5. บริษัทจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในปีนี้ไปแล้วกี่ครั้ง

ปิดบริษัทมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

ค่าใช้จ่ายในการปิดบริษัทแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือค่าธรรมเนียมราชการที่จ่ายตายตัว กับค่าวิชาชีพที่ขึ้นอยู่กับปริมาณงาน กลุ่มหลังคือตัวที่ทำให้ยอดรวมต่างกันมากในแต่ละบริษัท

รายการช่วงค่าใช้จ่ายที่พบทั่วไปขึ้นอยู่กับอะไร
ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนเลิกบริษัทหลักร้อยอัตราคงที่ตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด
ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีหลักร้อยอัตราคงที่
ค่าประกาศหนังสือพิมพ์500 – 1,500 บาทฉบับที่เลือกลงประกาศ
ค่าสอบบัญชีงบการเงิน ณ วันเลิก5,000 – 15,000 บาทขนาดกิจการและความซับซ้อนของรายการ
ค่าทำบัญชีปิดงบรอบสุดท้าย5,000 – 20,000 บาทจำนวนเอกสารและปีที่ค้างอยู่
ค่าบริการดำเนินการให้ครบวงจร15,000 – 30,000 บาทจำนวนงานที่ต้องตามเก็บย้อนหลัง

3 อย่างที่ทำให้ค่าใช้จ่ายบานปลาย

  • มีงบการเงินค้างไม่ได้ยื่นหลายปี ต้องทำย้อนหลังให้ครบก่อนถึงจะปิดได้ ค่าทำบัญชีจึงคูณตามจำนวนปี และมีค่าปรับตามมาด้วย ดูรายละเอียดที่ ค่าปรับกรณีไม่ส่งงบการเงิน
  • จดทะเบียน VAT ไว้ ต้องแจ้งเลิกและคืนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มอีกขั้นตอน
  • เอกสารหาย พนักงานบัญชีเปลี่ยนมือ ทำให้ต้องสร้างข้อมูลใหม่จากศูนย์ ซึ่งกินเวลาที่สุด

เทียบกันแล้ว การปล่อยบริษัทค้างไว้ไม่ปิดมักแพงกว่าการปิดให้จบ เพราะค่าปรับและเงินเพิ่มเดินต่อไปเรื่อย ๆ ทุกปีที่ไม่ยื่นงบและไม่ยื่นภาษี

การแจ้งเลิกบริษัทกรณีมี VAT

เอกสารเหล่านี้ต้องจัดทำและเตรียมให้ครบถ้วนก่อนดำเนินการแจ้งเลิกบริษัทกรณีมี VAT ได้แก่

  1. ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) – ฉบับจริง กรณีเอกสารหายแนบใบแจ้งความ
  2. ภ.พ.01 และ 01.1 – ฉบับจริง กรณีเอกสารหายแนบใบแจ้งความ
  3. ภ.พ.09 – ที่เคยยื่นก่อนหน้านี้ทั้งหมด (ถ้ามี)
  4. สำเนา ภ.ง.ด.50 ปีล่าสุด + ใบเสร็จ
  5. สำเนา ภ.พ.30 + ใบเสร็จ (ย้อนหลัง ตั้งแต่เดือนมกราคม จนถึงปัจจุบัน)
  6. งบการเงิน ปีล่าสุด

ผลกระทบของการไม่จดเลิกบริษัท

การไม่ดำเนินการจดทะเบียนเลิกบริษัทอย่างถูกต้องและครบถ้วน อาจสร้างผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นและผู้ประกอบการในหลายด้าน ทั้งในเรื่องของภาระภาษี การเงิน และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากบริษัทที่ไม่ได้ดำเนินกิจการแล้วแต่ยังไม่จดเลิกบริษัทอย่างเป็นทางการ บริษัทนั้นยังคงมีหน้าที่ต้องส่งงบการเงิน ชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้นิติบุคคลต่อไป ซึ่งอาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและสูญเสียทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์

นอกจากนี้ การไม่จดเลิกบริษัทอาจทำให้บริษัทต้องเผชิญกับปัญหาทางกฎหมาย เช่น การถูกฟ้องร้องจากเจ้าหนี้ หรือการถูกปรับจากกรมสรรพากร หากมีการตรวจสอบพบว่าบริษัทไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนการชำระบัญชีและจดทะเบียนเลิกบริษัทอย่างถูกต้อง ผู้ถือหุ้นและผู้ประกอบการอาจต้องรับผิดชอบต่อหนี้สินหรือข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในอนาคต

การดำเนินการจดทะเบียนเลิกบริษัทและการชำระบัญชีให้ครบถ้วนตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้บริษัทสามารถปิดกิจการได้อย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงทางกฎหมายและการเงินต่อผู้ถือหุ้นและผู้ประกอบการ อีกทั้งยังช่วยให้การจัดการกับภาษีมูลค่าเพิ่มและภาระผูกพันต่าง ๆ เป็นไปอย่างเรียบร้อย

เพื่อให้การจดเลิกบริษัทและการชำระบัญชีเป็นไปอย่างถูกต้องและรวดเร็ว การเลือกใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ เช่น GreenPro KSP Group จะช่วยให้ผู้ประกอบการมั่นใจได้ว่าทุกขั้นตอนจะดำเนินการอย่างครบถ้วน ถูกต้องตามกฎหมาย และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ยังช่วยประหยัดเวลาและทรัพยากรของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดังนั้น หากบริษัทของคุณมีความจำเป็นต้องเลิกกิจการ อย่าละเลยขั้นตอนการจดทะเบียนเลิกบริษัทและการชำระบัญชี เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและผู้ประกอบการให้ปลอดภัยจากผลกระทบทางกฎหมายและการเงินในระยะยาว

ไม่จดเลิกบริษัท ปล่อยทิ้งไว้เฉย ๆ จะเกิดอะไรขึ้น

หยุดทำธุรกิจไม่เท่ากับปิดบริษัท ตราบใดที่ยังไม่จดทะเบียนเลิก กฎหมายยังถือว่าบริษัทดำเนินกิจการอยู่ ต้องยื่นงบการเงินและยื่นภาษีต่อไปทุกปี แม้จะไม่มีรายได้แม้แต่บาทเดียว

กรรมการคือคนที่รับผลกระทบมากที่สุด

หลายคนเข้าใจว่าบริษัทเป็นนิติบุคคลแยกต่างหาก ปัญหาจึงจบที่บริษัท แต่ในทางปฏิบัติกลับกัน เพราะกรรมการคือผู้แทนของบริษัทตามกฎหมาย

  • มีหน้าที่ดูแลให้บริษัททำบัญชี ยื่นงบ และยื่นภาษีให้ครบ แม้กิจการหยุดไปแล้ว
  • ถูกเรียกชี้แจงเป็นคนแรกเสมอ เมื่อสรรพากรตรวจพบว่ามีภาษีค้างหรือไม่ยื่นแบบ
  • อาจถูกมองว่าละเลยหน้าที่ ถ้าไม่จัดการหนี้สินหรือไม่ดำเนินการเลิกให้ถูกต้อง ซึ่งบางกรณีนำไปสู่ความรับผิดทางแพ่งหรือถูกฟ้องเป็นการส่วนตัว
  • ประวัติตรวจสอบได้จากฐานข้อมูลจดทะเบียนธุรกิจ ใครก็เปิดดูได้ว่ากรรมการคนนี้มีบริษัทค้างปิดหรือค้างงบกี่แห่ง

กระทบถึงเรื่องส่วนตัวของกรรมการด้วย

ประวัติบริษัทค้างปิด ค้างงบหลายปี หรือมีปัญหาภาษีย้อนหลัง ส่งผลต่อเรื่องเหล่านี้โดยตรง

  • การจดทะเบียนบริษัทใหม่ในอนาคต
  • การขอสินเชื่อทั้งส่วนบุคคลและในนามบริษัท
  • การหาพันธมิตรหรือคู่ค้าที่ตรวจสอบประวัติก่อนร่วมงาน
  • การถูกหน่วยงานรัฐตรวจสอบเข้มงวดขึ้นในครั้งต่อ ๆ ไป

ภาระที่ยิ่งปล่อยยิ่งแพง

ค่าปรับกรณีไม่ยื่นงบและไม่ยื่นภาษีไม่ได้จบที่ครั้งเดียว เงินเพิ่มคำนวณต่อเนื่องตามระยะเวลาที่ปล่อยไว้ ยิ่งทิ้งนานต้นทุนในการแก้ยิ่งสูงแบบคาดไม่ถึง

ที่หนักกว่าคือเมื่อถึงวันที่ต้องกลับมาแก้ เอกสารมักหายไปแล้ว พนักงานบัญชีเปลี่ยนมือไปหลายรอบ ทำให้การปิดบัญชีและชำระบัญชีซับซ้อนกว่าการทำตอนกิจการยังเดินอยู่หลายเท่า

ถ้าบริษัทหยุดกิจการมานานจนถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนแล้ว สถานะจะเปลี่ยนเป็นบริษัทร้าง ซึ่งมีวิธีจัดการต่างออกไป อ่านที่ บริษัทร้างคืออะไร ต้องทำอย่างไร

เรื่องภาษีที่ยังเดินอยู่แม้ไม่มีรายได้

กรมสรรพากรยังถือว่าบริษัทต้องยื่นแบบตามปกติ ได้แก่

  • ภ.ง.ด.50 ภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี
  • ภ.พ.30 ทุกเดือน ถ้าจดทะเบียน VAT ไว้
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ถ้ายังมีการจ่ายเงินใด ๆ

ไม่ยื่นก็เกิดค่าปรับ เงินเพิ่ม และการประเมินภาษีย้อนหลัง ซึ่งกรรมการเป็นผู้ถูกเรียกมาชี้แจงและแก้ไข แม้กิจการจะหยุดไปหลายปีแล้วก็ตาม

ความเสี่ยงทางกฎหมายที่มาทีหลัง

ความเสี่ยงกลุ่มนี้มักไม่เกิดทันที แต่ตามมาภายหลังและตรงมาที่กรรมการ

  • เจ้าหนี้ฟ้องร้องจากหนี้ค้างชำระ
  • หน่วยงานรัฐดำเนินคดีจากการไม่ยื่นงบหรือไม่ยื่นภาษี
  • ถูกกล่าวหาว่ากรรมการไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ

หากบริษัทมีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สินจนเข้าข่ายล้มละลาย ความรับผิดของผู้ถือหุ้นและกรรมการจะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง อ่านที่ บริษัทล้มละลาย ผู้ถือหุ้นรับผิดแค่ไหน


ติดต่อบริการจดเลิกบริษัท

ติดต่อ: บริษัท กรีนโปร เคเอสพี คอนซัลติ้ง จำกัด
43 ถ. สาทรใต้ แขวง ยานนาวา เขต สาทร กรุงเทพมหานคร 10120
โทร : 02 210 0281, 02 210 0282
มือถือ : 094 864 9799084 360 4656
LINE ID : @greenproksp
E-mail : info.th@greenproksp.com

Add Friend

แชร์บทความนี้:


ผู้เขียน

Picture of เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี ประสบการณ์กว่า 30 ปี ครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลมากกว่า 400 บริษัท และเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีนโปร เคเอสพี แอคเคาท์ติ้ง จำกัด