ใบลดหนี้ คืออะไร ออกเมื่อไหร่ ใช้ยังไงให้ถูก

ใบลดหนี้ คืออะไร ออกเมื่อไหร่ ใช้ยังไง ฉบับสรรพากร 2569

คำตอบสั้นที่สุดคือ ใบลดหนี้ คือเอกสารภาษีที่ผู้ขายซึ่งจด VAT ออกให้ผู้ซื้อ เมื่อมูลค่าสินค้าหรือบริการที่เคยออกใบกำกับภาษีไปแล้วลดลงจากเหตุที่กฎหมายยอมรับ ผลคือผู้ขายหักภาษีขายออกได้ในเดือนที่ออกใบ ส่วนผู้ซื้อต้องหักภาษีซื้อออกในเดือนที่ได้รับใบ

จุดที่ทำให้หลายกิจการยื่น ภ.พ.30 ผิดคือเข้าใจว่าใบลดหนี้เป็นแค่ใบแจ้งคืนเงิน ทั้งที่มันมีผลต่อภาษีของทั้งสองฝ่ายคนละเดือนกัน บทความนี้สรุปให้ครบทั้ง 8 กรณีที่ออกได้ตามกฎหมาย รายการที่ต้องมี ตัวอย่างเอกสารจริง และกับดักที่เจอบ่อยที่สุด

สารบัญ

คำตอบสั้นที่สุดคือ ใบลดหนี้ คือเอกสารภาษีที่ผู้ขายซึ่งจด VAT ออกให้ผู้ซื้อ เมื่อมูลค่าสินค้าหรือบริการที่เคยออกใบกำกับภาษีไปแล้วลดลงจากเหตุที่กฎหมายยอมรับ ผลคือผู้ขายหักภาษีขายออกได้ในเดือนที่ออกใบ ส่วนผู้ซื้อต้องหักภาษีซื้อออกในเดือนที่ได้รับใบ หน้านี้สรุปให้ครบทั้งเงื่อนไขตาม ป.80/2542 รายการที่ต้องมี กรอบเวลา ตัวอย่างเอกสาร และวิธีบันทึกบัญชี

ใบลดหนี้ คืออะไร (สรุปสั้น)

ใบลดหนี้ (Credit Note) คือเอกสารทางภาษีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกให้ผู้ซื้อ เมื่อมูลค่าสินค้าหรือบริการที่เคยออกใบกำกับภาษีไปแล้วลดลงจากเหตุที่กฎหมายยอมรับ เช่น สินค้าชำรุด ส่งของขาดจำนวน คำนวณราคาสูงเกินจริง คืนสินค้า หรือบอกเลิกสัญญาบริการบางกรณี

ผลทางภาษีของใบลดหนี้คือ ผู้ขายนำภาษีขายที่ลดลงไปหักออกจากภาษีขายในเดือนที่ออกใบลดหนี้ ส่วนผู้ซื้อต้องนำภาษีมูลค่าเพิ่มตามใบลดหนี้ไปหักออกจากภาษีซื้อในเดือนที่ได้รับใบลดหนี้ ใบลดหนี้จึงไม่ใช่เพียงเอกสารแจ้งคืนเงิน แต่เป็นเอกสารภาษีที่มีผลโดยตรงต่อการยื่นแบบ ภ.พ.30 ของทั้งสองฝ่าย

ตัวอย่างเช่น บริษัท A ออกใบกำกับภาษีให้บริษัท B จำนวน 107,000 บาท แบ่งเป็นค่าสินค้า 100,000 บาท และ VAT 7,000 บาท ต่อมาบริษัท B คืนสินค้าชำรุดมูลค่า 10,000 บาท บริษัท A จึงต้องออกใบลดหนี้จำนวน 10,700 บาท โดยแบ่งเป็นมูลค่าสินค้า 10,000 บาท และ VAT 700 บาท เพื่อปรับลดทั้งยอดหนี้และภาษีขายให้ถูกต้อง

ไม่จด VAT ออกใบลดหนี้ได้ไหม

ไม่ได้ ใบลดหนี้เป็นเอกสารตามประมวลรัษฎากรที่ผูกกับระบบภาษีมูลค่าเพิ่มโดยตรง ผู้ที่มีสิทธิ์ออกได้ต้องเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT และต้องเคยออกใบกำกับภาษีสำหรับรายการนั้นมาก่อนเท่านั้น

ถ้ากิจการยังไม่ได้จด VAT แล้วต้องการลดยอดหนี้ให้ลูกค้า ให้ใช้เอกสารทางการค้าแทน เช่น ใบแจ้งลดยอดหนี้ ใบรับคืนสินค้า หรือออกใบแจ้งหนี้ฉบับใหม่ที่มียอดถูกต้องพร้อมยกเลิกฉบับเดิม เอกสารเหล่านี้ใช้ทางบัญชีและทางการค้าได้ แต่ไม่มีผลลดภาษีขาย เพราะกิจการไม่ได้อยู่ในระบบ VAT ตั้งแต่แรก

การออกเอกสารที่มีคำว่า “ใบลดหนี้” หรือแสดง VAT ทั้งที่ไม่ได้จดทะเบียน มีความเสี่ยงถูกมองว่าออกเอกสารภาษีโดยไม่มีสิทธิ์ อ่านความเสี่ยงเต็ม ๆ ได้ที่ ออกใบกำกับภาษีโดยไม่จด VAT ผิดกฎหมายไหม

8 กรณีที่กฎหมายให้ออกใบลดหนี้ได้

การออกเอกสารนี้ต้องมีเหตุที่เข้าเงื่อนไขตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 80/2542 ซึ่งกำหนดกรณีที่ทำให้ภาษีขายจากมูลค่าสินค้าหรือบริการลดลงหลังจากออกใบกำกับภาษีแล้ว หากออกใบลดหนี้โดยไม่มีเหตุที่กฎหมายรองรับ อาจถูกมองว่าเป็นการออกเอกสารภาษีโดยไม่มีสิทธิ และมีความเสี่ยงด้านเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และการตรวจสอบย้อนหลัง

  • ลดราคาสินค้าที่ขายไปแล้ว เพราะสินค้าผิดข้อกำหนด ชำรุด ขาดจำนวน หรือคำนวณราคาสูงเกินจริง เช่น ส่งสินค้า 100 ชิ้น แต่ลูกค้าได้รับ 95 ชิ้น หรือคีย์ราคาผิดสูงกว่าที่ตกลงกัน
  • ลดราคาค่าบริการ เพราะให้บริการผิดข้อกำหนด ไม่ครบตามขอบเขตงาน หรือคำนวณค่าบริการสูงเกินจริง เช่น งานที่ปรึกษาส่งมอบไม่ครบตาม Scope ในสัญญา
  • รับคืนสินค้าที่ขายไปแล้ว เช่น ลูกค้าคืนสินค้าชำรุด และมีหลักฐานการรับสินค้ากลับเข้าคลังจริง
  • คืนเงินจ่ายล่วงหน้า เงินประกัน เงินมัดจำ เงินจอง หรือเงินอื่นในลักษณะเดียวกันตามข้อตกลงทางการค้าที่มีอายุสัญญาเกิน 3 ปี เช่น คืนเงินมัดจำค่าอุปกรณ์ 50,000 บาท เนื่องจากลูกค้ายกเลิกการใช้
  • คืนหรือแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างผู้ประกอบการจดทะเบียนด้วยกัน เช่น ผู้ขายเปลี่ยนสินค้ารุ่นใหม่ให้ลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลและจด VAT
  • คืนหรือแลกเปลี่ยนสินค้ากับผู้ซื้อทั่วไป ภายในระยะเวลาอันสมควร เช่น ลูกค้าทั่วไปคืนสินค้าที่ซื้อจากห้างภายในระยะเวลาที่นโยบายร้านกำหนด
  • บอกเลิกสัญญาบริการเพราะบริการบกพร่อง หรือไม่เป็นไปตามข้อกำหนด เช่น ยกเลิกสัญญาดูแลระบบ IT เพราะผู้ให้บริการส่งมอบงานไม่ครบ
  • บอกเลิกสัญญาบริการเพราะไม่มีการให้บริการตามสัญญา เช่น เก็บเงินค่าบริการล่วงหน้าและออกใบกำกับภาษีแล้ว แต่ยังไม่เริ่มให้บริการและมีการยกเลิกสัญญา

สิ่งที่ไม่ใช่เหตุให้ออกใบลดหนี้ ได้แก่ ลูกค้าค้างชำระ ลูกค้าล้มละลาย การปรับโครงสร้างหนี้ หรือลูกหนี้สูญ กรณีเหล่านี้ต้องใช้กระบวนการจำหน่ายหนี้สูญตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรแทน การใช้ใบลดหนี้แก้ปัญหาหนี้ที่เก็บไม่ได้จะทำให้เอกสารภาษีไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงทางธุรกิจ

สำหรับกรณีคืนสินค้า ต้องมีหลักฐานว่าสินค้าถูกส่งคืนและรับกลับเข้าคลังจริง เช่น ใบส่งคืนสินค้า ลายเซ็นผู้รับสินค้า รายงานรับเข้าคลัง หรือภาพถ่ายสินค้า หากออกใบลดหนี้โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายสินค้าจริง เอกสารจะถูกตั้งข้อสงสัยในการตรวจสอบภาษีได้

กรอบเวลาในการออกและใช้ใบลดหนี้

กรอบเวลาของผู้ขายและผู้ซื้อแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ขายพิจารณาเดือนที่เกิดเหตุการณ์ซึ่งทำให้ต้องลดมูลค่า ส่วนผู้ซื้อพิจารณาเดือนที่ได้รับใบลดหนี้จริง ความเข้าใจผิดตรงนี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การยื่น ภ.พ.30 คลาดเคลื่อน

ฝ่ายที่เกี่ยวข้องหลักการสำคัญข้อควรระวัง
ผู้ขาย (ผู้ออกใบลดหนี้)ออกใบลดหนี้ในเดือนภาษีที่เกิดเหตุการณ์ หรือเดือนถัดไปหากมีเหตุจำเป็นอย่าย้อนไปแก้เดือนของใบกำกับภาษีเดิม
ผู้ซื้อ (ผู้รับใบลดหนี้)นำภาษีตามใบลดหนี้ไปหักออกจากภาษีซื้อในเดือนที่ได้รับใบลดหนี้ใช้หลักขยายเวลา 6 เดือนของใบกำกับภาษีซื้อทั่วไปกับใบลดหนี้ไม่ได้

ตัวอย่างเช่น ใบกำกับภาษีเดิมออกในเดือนมกราคม แต่ลูกค้าคืนสินค้าจริงในเดือนมีนาคม ผู้ขายต้องออกใบลดหนี้ในเดือนมีนาคม และนำไปปรับใน ภ.พ.30 ของเดือนมีนาคม ไม่ใช่ย้อนกลับไปแก้เดือนมกราคม ส่วนผู้ซื้อที่ได้รับใบลดหนี้ในเดือนมีนาคมก็ต้องปรับลดภาษีซื้อในเดือนมีนาคมเช่นกัน

รายการที่ต้องระบุในใบลดหนี้

เอกสารที่นำไปใช้ทางภาษีได้ต้องมีรายการสำคัญครบตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 80/2542

  • ชื่อเอกสาร ต้องมีคำว่า ใบลดหนี้ หรือ Credit Note ในตำแหน่งที่เห็นชัด
  • ข้อมูลผู้ขาย ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร
  • ข้อมูลผู้ซื้อ ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร
  • สำนักงานใหญ่หรือสาขา ระบุคำว่าสำนักงานใหญ่ หรือเลขสาขา 5 หลักให้ตรงกับทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • วันที่ออกเอกสาร วัน เดือน ปี ที่ออกใบลดหนี้
  • เอกสารอ้างอิง เลขที่และวันที่ของใบกำกับภาษีเดิม รวมถึงเลขเล่มถ้ามี
  • มูลค่าและ VAT มูลค่าเดิม มูลค่าที่ถูกต้อง ผลต่าง และจำนวน VAT ที่ลดลง
  • เหตุผลในการออก ระบุสาเหตุให้สั้น ชัดเจน และสอดคล้องกับกรณีที่กฎหมายอนุญาต

ในยุค e-Tax Invoice ข้อมูลในเอกสารต้องตรงกับข้อมูลทะเบียนของคู่ค้า โดยเฉพาะเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและรหัสสำนักงานใหญ่หรือสาขา เพราะระบบอิเล็กทรอนิกส์จะตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล หากไม่ตรงกันไฟล์จะถูกปฏิเสธ

กรณีที่เหตุลดหนี้เกิดจากเหตุเดียวกันและเกี่ยวข้องกับใบกำกับภาษีเดิมมากกว่าหนึ่งฉบับ สามารถออกใบลดหนี้ฉบับเดียวโดยอ้างอิงใบกำกับภาษีเดิมหลายฉบับได้ แต่ต้องมีรายละเอียดแนบให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ครบถ้วน

ตัวอย่างใบลดหนี้

ด้านล่างเป็นหน้าตาเอกสารที่มีรายการครบตามที่กฎหมายกำหนด ใช้เป็นแบบในการจัดทำฟอร์มของกิจการได้ กรณีตัวอย่างคือลูกค้าคืนสินค้าชำรุดมูลค่า 10,000 บาท จากใบกำกับภาษีเดิม 100,000 บาท

ส่วนของเอกสารข้อมูลที่ต้องกรอกตัวอย่าง
ชื่อเอกสารใบลดหนี้ / Credit Noteใบลดหนี้
เลขที่เอกสารเลขที่เรียงลำดับไม่ซ้ำCN-2569-0042
วันที่วันที่ออกใบลดหนี้15 มีนาคม 2569
ผู้ขายชื่อ ที่อยู่ เลขผู้เสียภาษี สำนักงานใหญ่/สาขาบริษัท เอ จำกัด · เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0105xxxxxxxxx · สำนักงานใหญ่
ผู้ซื้อชื่อ ที่อยู่ เลขผู้เสียภาษี สำนักงานใหญ่/สาขาบริษัท บี จำกัด · เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0107xxxxxxxxx · สำนักงานใหญ่
อ้างอิงใบกำกับภาษีเดิมเลขที่และวันที่INV-2569-0311 ลงวันที่ 5 มกราคม 2569
เหตุผลในการออกระบุตามกรณีที่กฎหมายอนุญาตรับคืนสินค้าชำรุด จำนวน 10 ชิ้น

ส่วนแสดงมูลค่า เป็นหัวใจของเอกสาร ต้องแสดงครบทั้ง 3 บรรทัด คือมูลค่าเดิม มูลค่าที่ถูกต้อง และผลต่าง

รายการจำนวนเงิน (บาท)
มูลค่าตามใบกำกับภาษีเดิม100,000.00
มูลค่าที่ถูกต้อง90,000.00
ผลต่างที่ลดลง10,000.00
ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ของผลต่าง700.00
รวมยอดที่ลดหนี้10,700.00

จุดที่ผิดกันบ่อยคือกรอกเฉพาะผลต่าง 10,000 บาท โดยไม่แสดงมูลค่าเดิมกับมูลค่าที่ถูกต้อง ทำให้เอกสารไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนดและอาจใช้ทางภาษีไม่ได้

ตัวอย่างการบันทึกบัญชี

จากกรณีคืนสินค้ามูลค่า 10,000 บาท และ VAT 700 บาท ทั้งสองฝ่ายบันทึกบัญชีดังนี้

ฝ่ายรายการบัญชีเดบิตเครดิต
ผู้ขายรับคืนและส่วนลด10,000
ผู้ขายภาษีขาย700
ผู้ขายลูกหนี้การค้า10,700
ผู้ซื้อเจ้าหนี้การค้า10,700
ผู้ซื้อส่งคืนสินค้า10,000
ผู้ซื้อภาษีซื้อ700

การบันทึกบัญชีต้องอ้างอิงเอกสารจริงและนโยบายบัญชีของกิจการ หากผังบัญชีใช้ชื่อบัญชีต่างจากตัวอย่าง ให้ปรับตามผังบัญชีภายใน แต่สาระสำคัญคือต้องสะท้อนการลดมูลค่าและการลด VAT ให้ถูกต้อง

เช็กลิสต์ 7 ขั้นก่อนออกใบลดหนี้

  • ตรวจเหตุทางกฎหมาย ยืนยันว่าเหตุการณ์เข้าเงื่อนไข ไม่ใช่กรณีลูกหนี้ไม่ชำระเงิน
  • เตรียมเอกสารประกอบ ใบคืนสินค้า หนังสือขอลดราคา หรือหนังสือบอกเลิกสัญญา
  • ตรวจข้อมูลในเอกสาร เลขใบกำกับภาษีเดิม เลขผู้เสียภาษี และรหัสสาขา
  • ควบคุมเลขที่เอกสาร เรียงตามลำดับ ไม่ซ้ำ และวันที่สัมพันธ์กับเดือนภาษี
  • ส่งมอบและเก็บเอกสาร ส่งต้นฉบับให้ผู้ซื้อ พร้อมเก็บหลักฐานการส่งและสำเนา
  • บันทึกบัญชี ให้สอดคล้องกับเอกสารทั้งฝั่งผู้ขายและผู้ซื้อ
  • กระทบยอดภาษี นำไปปรับใน ภ.พ.30 ของเดือนที่เกี่ยวข้อง

เอกสารประกอบที่ควรจัดเก็บ ได้แก่ สำเนาใบกำกับภาษีเดิม ใบขอคืนสินค้า หนังสือร้องขอลดราคา หนังสือบอกเลิกสัญญา ใบส่งคืนสินค้า รายงานตรวจรับสินค้า รูปถ่ายสินค้าชำรุด บันทึกอนุมัติภายใน และหลักฐานการเคลื่อนย้ายสินค้า จัดชุดให้ครบตั้งแต่ต้นจะลดความเสี่ยงหากถูกเรียกตรวจย้อนหลัง

ใบลดหนี้ ใบเพิ่มหนี้ ใบกำกับภาษี ต่างกันอย่างไร

สามเอกสารนี้อยู่ในระบบ VAT เหมือนกัน แต่ทำหน้าที่คนละอย่าง ตารางนี้สรุปให้เห็นความต่างในหน้าเดียว

ประเด็นใบกำกับภาษีใบลดหนี้ใบเพิ่มหนี้
ใช้ตอนไหนตอนขายหรือให้บริการครั้งแรกเมื่อมูลค่าลดลงหลังออกใบกำกับภาษีแล้วเมื่อมูลค่าเพิ่มขึ้นหลังออกใบกำกับภาษีแล้ว
ต้องอ้างอิงเอกสารเดิมไม่ต้องต้องอ้างใบกำกับภาษีเดิมต้องอ้างใบกำกับภาษีเดิม
ผลต่อภาษีขายของผู้ขายเพิ่มขึ้นลดลงเพิ่มขึ้น
ผลต่อภาษีซื้อของผู้ซื้อเพิ่มขึ้นลดลงเพิ่มขึ้น
ฐานกฎหมายมาตรา 86/4มาตรา 86/10 และ ป.80/2542มาตรา 86/9 และ ป.80/2542

ใบลดหนี้ กับ ใบเพิ่มหนี้ ต่างกันอย่างไร

ทั้งสองใบใช้ปรับมูลค่าหลังออกใบกำกับภาษีแล้วเหมือนกัน แต่ทิศทางตรงข้าม

ประเด็นใบลดหนี้ (Credit Note)ใบเพิ่มหนี้ (Debit Note)
วัตถุประสงค์ลดมูลค่าที่เคยออกใบกำกับภาษีแล้วเพิ่มมูลค่าที่เคยออกใบกำกับภาษีแล้ว
ตัวอย่างการใช้งานคืนสินค้า ลดราคา คำนวณราคาสูงเกิน บอกเลิกสัญญาบริการส่งสินค้าเกิน คำนวณราคาต่ำเกิน มีค่าบริการเพิ่ม
ผลต่อผู้ขายภาษีขายลดลงภาษีขายเพิ่มขึ้น
ผลต่อผู้ซื้อภาษีซื้อลดลงภาษีซื้อเพิ่มขึ้น
ประเด็นที่มักผิดผู้ซื้อใช้ผิดเดือน หรือคิดว่าใช้หลักขยายเวลาได้ผู้ขายบันทึกไม่ตรงเดือนที่ออกเอกสาร

ในระบบ e-Tax Invoice ต้องเลือกรหัสประเภทเอกสารให้ถูกต้องก่อนนำส่ง เพราะใช้รหัสผิดจะทำให้ไฟล์ถูกปฏิเสธหรือจับคู่ข้อมูลคลาดเคลื่อน

e-Credit Note ในระบบ e-Tax Invoice

ผู้ประกอบการที่เข้าสู่ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ต้องจัดทำใบลดหนี้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่กำหนด โดยทั่วไปประกอบด้วยข้อมูลโครงสร้างแบบ XML เพื่อให้ระบบอ่านและตรวจสอบได้ พร้อมรูปแบบที่คนอ่านได้ เช่น PDF

  • โครงสร้างข้อมูล จัดทำในรูปแบบที่ระบบ e-Tax Invoice รองรับ
  • รหัสประเภทเอกสาร เลือกรหัสของใบลดหนี้ให้ถูกต้อง ไม่ปนกับใบเพิ่มหนี้
  • ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต้องมีการลงลายมือชื่อดิจิทัลตามที่กำหนด
  • การจัดเก็บ เก็บไฟล์ต้นฉบับพร้อมหลักฐานการนำส่งให้ครบตามอายุความ

สิ่งที่ควรทำต่อ

ใบลดหนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของงานเอกสาร VAT ที่ต้องคุมให้ครบ หากยังไม่แน่ใจเรื่องพื้นฐาน อ่านต่อได้ที่ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) คืออะไร และ ใบกำกับภาษีกับใบเสร็จรับเงิน ต่างกันอย่างไร ส่วนขั้นตอนนำใบลดหนี้ไปกรอกในแบบ ดูได้ที่ วิธียื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.30

คำถามที่พบบ่อย

ใช้เมื่อมูลค่าสินค้าหรือบริการที่เคยออกใบกำกับภาษีไปแล้วลดลงจากเหตุที่กฎหมายยอมรับ เช่น สินค้าชำรุด ส่งของขาดจำนวน คำนวณราคาสูงเกินจริง รับคืนสินค้า คืนเงินมัดจำ หรือบอกเลิกสัญญาบริการ ส่วนกรณีลูกค้าค้างชำระหรือหนี้สูญไม่ใช่เหตุให้ออกใบลดหนี้ ต้องใช้กระบวนการจำหน่ายหนี้สูญแทน
ไม่ได้ ใบลดหนี้เป็นเอกสารในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ออกต้องเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT และต้องเคยออกใบกำกับภาษีสำหรับรายการนั้นมาก่อน หากยังไม่จด VAT ให้ใช้เอกสารทางการค้าแทน เช่น ใบแจ้งลดยอดหนี้หรือใบรับคืนสินค้า ซึ่งใช้ทางบัญชีได้แต่ไม่มีผลลดภาษีขาย
เงื่อนไขหลักมี 3 ข้อ คือ ผู้ออกต้องเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT · ต้องเคยออกใบกำกับภาษีสำหรับรายการนั้นมาก่อน · และต้องมีเหตุตามที่คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.80/2542 กำหนดไว้ 8 กรณี เช่น สินค้าชำรุด ส่งของขาดจำนวน คำนวณราคาสูงเกินจริง รับคืนสินค้า คืนเงินมัดจำ หรือบอกเลิกสัญญาบริการ หากขาดข้อใดข้อหนึ่ง เอกสารจะใช้ลดภาษีขายไม่ได้
กิจการที่ไม่ได้จด VAT ออกเอกสารชื่อ ใบลดหนี้ ตามประมวลรัษฎากรไม่ได้ ให้ใช้เอกสารทางการค้าแทน เช่น ใบแจ้งลดยอดหนี้ ใบรับคืนสินค้า ใบลดหนี้ทางการค้า หรือออกใบแจ้งหนี้ฉบับใหม่พร้อมยกเลิกฉบับเดิม เอกสารกลุ่มนี้ใช้ทางบัญชีและทางการค้าได้ แต่ไม่มีผลลดภาษีขาย และไม่ควรมีคำว่าใบลดหนี้หรือแสดงยอด VAT บนเอกสาร
ผู้ขายต้องออกใบลดหนี้ในเดือนภาษีที่เกิดเหตุการณ์ หรือเดือนถัดไปหากมีเหตุจำเป็น ส่วนผู้ซื้อต้องนำไปหักภาษีซื้อในเดือนที่ได้รับใบลดหนี้ ไม่สามารถใช้หลักขยายเวลา 6 เดือนแบบใบกำกับภาษีซื้อทั่วไปได้
เอกสารลดหนี้เป็นคำเรียกรวม ๆ ของเอกสารที่ใช้ปรับลดยอดหนี้ที่เคยแจ้งไปแล้ว ถ้าผู้ออกจด VAT และเคยออกใบกำกับภาษี เอกสารนั้นคือใบลดหนี้ตามประมวลรัษฎากร ซึ่งมีผลลดภาษีขายและภาษีซื้อ แต่ถ้าไม่ได้จด VAT จะเป็นเพียงเอกสารทางการค้า เช่น ใบแจ้งลดยอดหนี้ ที่ใช้ทางบัญชีได้อย่างเดียว

สรุป

ใบลดหนี้เป็นเอกสารภาษี ไม่ใช่แค่ใบแจ้งคืนเงิน ผู้ที่ออกได้ต้องจด VAT และต้องมีเหตุตามที่คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 80/2542 กำหนดเท่านั้น การนำมาใช้แก้ปัญหาลูกหนี้เก็บเงินไม่ได้เป็นความเข้าใจผิดที่เสี่ยงถูกประเมินย้อนหลัง

จุดที่ทำให้ยื่น ภ.พ.30 ผิดมากที่สุดคือกรอบเวลา ผู้ขายยึดเดือนที่เกิดเหตุการณ์ ส่วนผู้ซื้อยึดเดือนที่ได้รับเอกสาร และใบลดหนี้ใช้หลักขยายเวลา 6 เดือนแบบใบกำกับภาษีซื้อทั่วไปไม่ได้

สิ่งที่ควรทำตั้งแต่วันนี้คือ ตรวจว่าฟอร์มใบลดหนี้ของกิจการแสดงครบทั้งมูลค่าเดิม มูลค่าที่ถูกต้อง และผลต่างหรือยัง เพราะการกรอกแค่ผลต่างเป็นข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและทำให้เอกสารใช้ทางภาษีไม่ได้

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านเอกสารภาษี

ถ้าไม่แน่ใจว่าเคยออกใบลดหนี้ถูกต้องหรือไม่ กำลังเจอปัญหาใบลดหนี้ข้ามเดือน หรือต้องการวางระบบเอกสาร VAT ให้รัดกุมก่อนถูกตรวจสอบ ทีมงาน Greenpro KSP ให้คำปรึกษาฟรี

แชร์บทความนี้:


ผู้เขียน

Picture of เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี ประสบการณ์กว่า 30 ปี ครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลมากกว่า 400 บริษัท และเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีนโปร เคเอสพี แอคเคาท์ติ้ง จำกัด