8จุดสำคัญที่ต้องมีในใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ

ใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง ต้องมีอะไรบ้าง เช็กก่อนใช้

ใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง คือใบกำกับภาษีที่มีรายการครบตามที่ประมวลรัษฎากร มาตรา 86/4 กำหนด ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่ง เอกสารนั้นจะใช้เป็นหลักฐานหักภาษีซื้อไม่ได้ทันที กลายเป็น “ภาษีซื้อต้องห้าม” ที่ผู้ซื้อต้องรับภาระต้นทุนเอง บทความนี้สรุปว่าใบกำกับภาษีที่ถูกต้องต้องมีอะไรบ้าง จุดไหนที่คนพลาดมากที่สุด และวิธีตรวจใบที่ได้รับจากคู่ค้าก่อนส่งให้ฝ่ายบัญชี

สารบัญ

ใบกำกับภาษีไม่ถูกต้อง เสียหายอย่างไร

เสียหายทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่แค่คนออก

ฝั่งผู้ขาย (คนออกใบ)

  • ออกใบกำกับภาษีที่มีรายการไม่ครบ มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาทต่อฉบับ
  • อาจถูกประเมินภาษีขาด
  • เสียความน่าเชื่อถือกับคู่ค้า

ฝั่งผู้ซื้อ (คนรับใบ)

  • ใบที่ผิดถือเป็น ภาษีซื้อต้องห้าม นำมาหักจากภาษีขายไม่ได้
  • ต้นทุนสูงขึ้นทันทีเท่ากับยอด VAT ที่หักไม่ได้
  • มีความเสี่ยงถูกตรวจสอบย้อนหลัง

💡 จุดที่หลายคนเข้าใจผิด: ใบกำกับภาษีที่ “มีจริง จ่ายเงินจริง” แต่ข้อมูลไม่ครบ
ก็ยังใช้หักภาษีซื้อไม่ได้ ความถูกต้องของเอกสารสำคัญพอๆ กับตัวธุรกรรม

8 รายการที่ทำให้ใบกำกับภาษีถูกต้อง ตามมาตรา 86/4

1. คำว่า “ใบกำกับภาษี”

ต้องปรากฏชัดเจนในตำแหน่งที่เห็นง่าย เช่น ส่วนหัวเอกสารหรือมุมบนขวา
ใช้คำว่า “Tax Invoice” อย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีคำภาษาไทยกำกับ

ในทางปฏิบัติมักใช้ชื่อรวมกับเอกสารอื่น ซึ่งทำได้:

  • ธุรกิจขายสินค้า: ใบส่งของ/ใบกำกับภาษี
  • ธุรกิจบริการ: ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี (เพราะจุดรับรู้ภาษีเกิดตอนรับเงิน)

2. ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ออกใบ

ต้องตรงกับที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ ประกอบด้วย

  • ชื่อสถานประกอบการ (นิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา)
  • ที่อยู่ตามที่จดทะเบียน VAT
  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก

กรณีตัวแทนออกใบแทน ตามมาตรา 86 วรรคสี่ มาตรา 86/2 หรือผู้ทอดตลาดตามมาตรา 86/3
ให้ระบุชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของตัวแทนนั้นด้วย

3. ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ

จุดนี้สำคัญที่สุดสำหรับคนรับใบ เพราะเป็นตัวยืนยันว่าใครมีสิทธิใช้ภาษีซื้อ

  • ชื่อบริษัท หรือชื่อ-นามสกุลกรณีบุคคลธรรมดา
  • ที่อยู่ของสถานประกอบการ
  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลักของผู้ซื้อ

ถ้าขาดข้อมูลผู้ซื้อ แม้ใบกำกับภาษีจะออกมาจริง ผู้ซื้อก็ใช้สิทธิหักภาษีซื้อไม่ได้
ส่วนกรณีพิมพ์ผิดเล็กน้อยแต่ยังเข้าใจได้และตรงกับข้อมูลที่จดทะเบียน ถือว่าใช้ได้ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร

4. หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี และเลขที่เล่ม (ถ้ามี)

ต้องมีเลขที่เรียงลำดับอย่างเป็นระบบ (Running Number) ไม่ข้าม ไม่ย้อน ไม่ซ้ำ
รูปแบบกำหนดเองได้ เช่น รันตามปีเดือน 2026/01/001 หรือรันต่อเนื่องทั้งปี
ประโยชน์คือใช้ควบคุมภายในและให้สรรพากรตรวจสอบย้อนกลับได้

5. ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือบริการ

ต้องละเอียดพอให้ตรวจสอบได้ว่าคือรายการอะไร จำนวนเท่าไร

  • ชื่อ ชนิด หรือประเภทสินค้า/บริการ
  • จำนวนหรือปริมาณ พร้อมหน่วยนับ (ชิ้น กิโลกรัม ครั้ง)
  • มูลค่าต่อหน่วยและยอดรวม

ห้ามเขียนลอยๆ ว่า “ตามใบเสนอราคา” หรือ “ค่าบริการตามตกลง” เพราะตรวจสอบไม่ได้ว่าขายอะไร

6. จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม แยกออกจากมูลค่าสินค้าให้ชัดแจ้ง

ต้องแสดงตัวเลข 3 ส่วนให้เห็นชัด

รายการตัวอย่าง
จำนวนเงินก่อนภาษี (Exclude VAT)10,000
ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%700
จำนวนเงินรวมทั้งสิ้น (Grand Total)10,700

กรณีตั้งราคาแบบ VAT Included ก็ยังต้องแยกให้เห็นว่าในราคานั้นเป็นภาษีเท่าไร

7. วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี

วันที่ต้องตรงกับจุดความรับผิดในการเสียภาษี (Tax Point) ตามความเป็นจริง
ห้ามลงวันที่ย้อนหลังหรือล่วงหน้า เพราะทำให้รอบภาษีคลาดเคลื่อนและเสี่ยงถูกตรวจสอบ

อ่านรายละเอียดว่าต้องออกตอนไหน: ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ คืออะไร

8. ข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด — “สำนักงานใหญ่” หรือ “สาขาที่…”

นี่คือจุดที่ผิดบ่อยที่สุด กฎหมายกำหนดให้ระบุว่าทั้งผู้ขายและผู้ซื้อเป็น
“สำนักงานใหญ่” หรือ “สาขาที่ …” โดยเลขสาขาเป็นตัวเลข 5 หลัก

  • สำนักงานใหญ่ → ระบุคำว่า สำนักงานใหญ่
  • สาขาแรก → ระบุ สาขาที่ 00001

ถ้าไม่ระบุ หรือระบุไม่ตรงกับสถานประกอบการจริงที่จดทะเบียนไว้ ใบนั้นถือว่าไม่สมบูรณ์

ใบกำกับภาษีเขียนด้วยมือได้ไหม

ได้ กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์
สิ่งที่กฎหมายสนใจคือ มีรายการครบ 8 ข้อตามมาตรา 86/4 หรือไม่ และอ่านออกชัดเจนหรือไม่

ข้อควรระวังเมื่อเขียนด้วยมือ

  • ลายมือต้องอ่านออก ตัวเลขห้ามกำกวม
  • ห้ามขีดฆ่าแก้ไขในใบกำกับภาษี ถ้าผิดต้องยกเลิกแล้วออกใบใหม่
  • ควรมีสำเนาที่ข้อมูลตรงกันทุกฉบับ

วิธีตรวจใบกำกับภาษีที่ได้รับจากคู่ค้า 3 จุด

อย่าดูแค่ยอดรวมแล้วส่งให้ฝ่ายบัญชี ตรวจ 3 จุดนี้ก่อนเสมอ

  1. ตัวสะกดต้องเป๊ะ — ชื่อบริษัทและที่อยู่ห้ามพิมพ์ผิดแม้ตัวเดียว
  2. เลข 13 หลักต้องครบและถูกต้อง — ทั้งของผู้ขายและผู้ซื้อ
  3. ตัวเลขต้องสอดคล้องกัน — VAT 7% ต้องคำนวณจากยอดก่อน VAT ถูกต้อง
    ผิดแม้เศษสตางค์ สรรพากรอาจถือว่าใช้ไม่ได้

ได้ใบกำกับภาษีที่ผิดมาแล้ว แก้อย่างไร

ห้ามลบ ขีดฆ่า หรือแก้ด้วยปากกาเด็ดขาด วิธีที่ถูกต้องคือ

  1. ให้ผู้ขายยกเลิกใบเดิม โดยขีดฆ่าและเขียนว่า “ยกเลิก” แล้วเก็บไว้เป็นหลักฐาน
  2. ออกใบกำกับภาษีฉบับใหม่ที่มีเลขที่ใหม่
  3. ระบุในใบใหม่ว่าออกเพื่อแทนที่ใบเดิมเลขที่เท่าใด และมีคำว่า “ใบแทนใบกำกับภาษี”

คำถามที่พบบ่อย

ใช้ได้ ลายมือชื่อไม่ใช่รายการบังคับตามมาตรา 86/4 แต่หลายกิจการใส่ไว้เพื่อควบคุมภายใน
ถ้ายังอ่านเข้าใจและตรงกับข้อมูลที่จดทะเบียนไว้ ถือว่าใช้ได้ แต่ถ้าผิดจนระบุตัวตนไม่ได้ ต้องออกใหม่
ไม่ได้ เพราะเป็นรายการตามมาตรา 86/4 ข้อ 8 ต้องให้ผู้ขายออกใบใหม่

อ้างอิงกฎหมาย

  • ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม มาตรา 86/4 — https://www.rd.go.th/5208.html#mata86_4
  • ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 39) — https://www.rd.go.th/3400.html

ลิงก์ภายในที่ควรใส่

CTA ปิดท้าย

ตรวจใบกำกับภาษีเองแล้วยังไม่มั่นใจ หรือเคยโดนภาษีซื้อต้องห้ามมาก่อน
ทีมบัญชีของเราช่วยวางระบบเอกสารให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น → รับทำบัญชี

แชร์บทความนี้:


ผู้เขียน

Picture of เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี ประสบการณ์กว่า 30 ปี ครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลมากกว่า 400 บริษัท และเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีนโปร เคเอสพี แอคเคาท์ติ้ง จำกัด