โบนัสค้างจ่าย มีผลต่อภาษียังไง

โบนัส หัก ณ ที่จ่าย กี่เปอร์เซ็นต์ พร้อมตัวอย่างคำนวณ

คำตอบสั้นที่สุดคือ **ไม่มีอัตราตายตัว** โบนัสไม่ได้หัก 3% หรือ 5% แบบเหมาเหมือนค่าจ้างทำของ แต่ถือเป็นเงินได้ประเภทเดียวกับเงินเดือน จึงต้องคำนวณตามอัตราก้าวหน้าโดยดูจากฐานเงินได้ทั้งปีของพนักงานคนนั้น

ผลคือพนักงานสองคนที่ได้โบนัสเท่ากัน อาจโดนหักไม่เท่ากัน เช่นคนที่เงินเดือน 40,000 บาทโดนหักจากโบนัสประมาณ 10% แต่คนที่เงินเดือน 100,000 บาทโดนหักประมาณ 25% ทั้งที่เป็นเงินก้อนเดียวกัน

บทความนี้แยกเป็น 2 ส่วน คือฝั่งการหักภาษีตอนจ่ายโบนัสจริง และฝั่งการตั้งโบนัสค้างจ่ายไว้สิ้นปีเพื่อหักเป็นรายจ่ายบริษัท ถ้ายังไม่รู้พื้นฐานว่าใครหักใคร อ่านก่อนได้ที่ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายคืออะไร

สารบัญ

โบนัสหักภาษี ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์

โบนัสเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(1) เช่นเดียวกับเงินเดือน นายจ้างจึงต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50(1) ซึ่งกำหนดให้คำนวณตามบัญชีอัตราภาษีก้าวหน้า ไม่ใช่อัตราคงที่

เงินได้สุทธิอัตราภาษี
0 ถึง 150,000ยกเว้น
150,001 ถึง 300,0005%
300,001 ถึง 500,00010%
500,001 ถึง 750,00015%
750,001 ถึง 1,000,00020%
1,000,001 ถึง 2,000,00025%
2,000,001 ถึง 5,000,00030%
5,000,001 ขึ้นไป35%

ดังนั้นเปอร์เซ็นต์ที่โดนหักจากโบนัส คือส่วนต่างของภาษีทั้งปีระหว่างกรณีมีโบนัสกับไม่มีโบนัส หารด้วยยอดโบนัส

ตัวอย่างคำนวณจริง 2 กรณี

สมมติทั้งสองคนมีลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท และจ่ายประกันสังคม 9,000 บาทต่อปีเท่ากัน

รายการพนักงาน ก เงินเดือน 40,000พนักงาน ข เงินเดือน 100,000
เงินเดือนทั้งปี480,0001,200,000
โบนัส 2 เดือน80,000200,000
รวมเงินได้560,0001,400,000
หักค่าใช้จ่าย (เพดาน)100,000100,000
หักลดหย่อนและประกันสังคม69,00069,000
เงินได้สุทธิ391,0001,231,000
ภาษีทั้งปี16,600172,750
ภาษีถ้าไม่มีโบนัส8,600122,750
ภาษีที่มาจากโบนัส8,00050,000
คิดเป็น10% ของโบนัส25% ของโบนัส

นี่คือเหตุผลที่ตอบคำถาม “โบนัสหักกี่เปอร์เซ็นต์” ด้วยตัวเลขเดียวไม่ได้ ยิ่งเงินเดือนสูง โบนัสก้อนเดียวกันยิ่งโดนหักหนักขึ้น เพราะไปตกในขั้นอัตราภาษีที่สูงกว่า

ถ้าอยากคำนวณของตัวเอง ใช้ เครื่องคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย ช่วยได้ หรือดูวิธีคำนวณเต็มที่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

นายจ้างคำนวณภาษีโบนัสยังไง

ในเดือนที่จ่ายโบนัส ให้ทำ 4 ขั้นตอนนี้

  1. รวมเงินได้ทั้งปีของพนักงานคนนั้น ทั้งเงินเดือนที่จ่ายไปแล้ว เงินเดือนที่เหลือของปี และโบนัสก้อนนี้
  2. หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ตามที่พนักงานแจ้งไว้ในแบบ ล.ย.01
  3. คำนวณภาษีทั้งปีตามอัตราก้าวหน้า จะได้ยอดภาษีที่พนักงานต้องเสียทั้งปี
  4. หักส่วนที่หักไปแล้วในเดือนก่อน ๆ ออก ส่วนที่เหลือคือยอดที่ต้องหักในเดือนที่จ่ายโบนัส

จุดที่ผิดบ่อยคือคำนวณโบนัสแยกออกมาต่างหากแล้วคูณอัตราใดอัตราหนึ่ง ซึ่งทำให้หักผิดทั้งขึ้นและลง ถ้าหักไว้ขาด พนักงานต้องไปจ่ายเพิ่มเองตอนยื่นปลายปี ถ้าหักไว้เกิน พนักงานเสียโอกาสใช้เงินไปทั้งปีแล้วค่อยขอคืน

ผู้จ่ายต้องยื่นแบบอะไร ภายในเมื่อไหร่

หน้าที่กำหนดเวลา
นำส่งภาษีพร้อมยื่น ภ.ง.ด.1ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่าย (ยื่นออนไลน์ถึงวันที่ 15)
ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)ให้พนักงานทันทีที่จ่าย หรืออย่างช้าภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ของปีถัดไป
ยื่น ภ.ง.ด.1ก สรุปทั้งปีภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป

ถ้ายื่นช้าหรือนำส่งไม่ครบ จะมีทั้งค่าปรับอาญาและเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องนำส่ง รายละเอียดของแบบสรุปประจำปีดูที่ เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ ภ.ง.ด.1ก และรายละเอียดของใบ 50 ทวิ อยู่ที่ 50 ทวิ คืออะไร

ยอดโบนัสต้องปรากฏในสลิปเงินเดือนของเดือนนั้นด้วย พร้อมแยกบรรทัดภาษีที่หักให้ชัดเจน ดูเพิ่มที่ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสลิปเงินเดือน

โบนัสต้องหักประกันสังคมไหม

ไม่ต้อง เพราะคำว่าค่าจ้างตามกฎหมายประกันสังคมหมายถึงเงินที่นายจ้างจ่ายเป็นค่าตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติ ส่วนโบนัสเป็นเงินจูงใจที่จ่ายตามผลประกอบการหรือผลงาน จึงไม่ถือเป็นค่าจ้างที่ต้องนำมาคำนวณเงินสมทบ

แต่ยังต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามปกติ อย่าสับสนสองเรื่องนี้ ส่วนเกณฑ์ว่าลูกจ้างแบบไหนต้องเข้าประกันสังคมดูที่ ลูกจ้างแบบไหนบ้างที่ต้องเข้าประกันสังคม

โบนัสกรรมการ ต่างจากโบนัสพนักงานยังไง

ต้องแยกให้ออกก่อนว่ากรรมการคนนั้นเป็นลูกจ้างของบริษัทด้วยหรือไม่

กรณีประเภทเงินได้การหัก ณ ที่จ่าย
กรรมการที่เป็นลูกจ้างด้วย มีเงินเดือนประจำ40(1) เหมือนพนักงานอัตราก้าวหน้า รวมกับเงินเดือน
ค่าตอบแทนกรรมการที่ไม่ได้เป็นลูกจ้าง40(2)อัตราก้าวหน้า ตาม ม.50(1)

ทั้งสองกรณีหักตามอัตราก้าวหน้าเหมือนกัน และหักค่าใช้จ่ายได้รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท ไม่ใช่แยกก้อนละแสน

จุดที่ต่างจริงคือฝั่งบริษัท โบนัสกรรมการถูกสรรพากรเพ่งเล็งมากกว่าโบนัสพนักงาน เพราะเป็นการจ่ายให้คนที่มีอำนาจอนุมัติเอง ต้องมีมติที่ประชุมรองรับและมีเกณฑ์การคำนวณที่อธิบายได้ ไม่ใช่ตั้งตัวเลขขึ้นมาลอย ๆ ตอนปลายปี ดูรูปแบบการรับเงินที่ถูกต้องได้ที่ รูปแบบการรับเงินเดือนของกรรมการบริษัท และ เจ้าของบริษัทเบิกเงินจากบริษัทได้วิธีไหนบ้าง

ตั้งโบนัสค้างจ่ายไว้สิ้นปี หักเป็นรายจ่ายบริษัทได้ไหม

โบนัสค้างจ่าย คือโบนัสที่บริษัทบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในรอบบัญชีแล้ว แต่ยังไม่ได้จ่ายเงินจริงภายในวันสิ้นงวด

ในทางบัญชี ทำได้ตามหลักเกณฑ์คงค้าง เพราะมาตรฐานการบัญชีให้บันทึกค่าใช้จ่ายเมื่อภาระผูกพันเกิดขึ้น ไม่ใช่เมื่อจ่ายเงิน แต่ในทางภาษีมีเงื่อนไขเพิ่มเติมที่ต้องผ่านให้ครบ

เงื่อนไขที่ต้องครบถึงจะหักได้

  • มีภาระผูกพันชัดเจนภายในรอบบัญชีนั้น เช่น มีมติที่ประชุมหรือประกาศจ่ายโบนัสก่อนวันสิ้นรอบ
  • ระบุจำนวนเงินได้อย่างสมเหตุสมผล มีเกณฑ์คำนวณที่อธิบายได้ เช่น ตามผลงานหรืออายุงาน
  • ระบุตัวผู้รับได้ มีรายชื่อพนักงานและจำนวนเงินต่อคน
  • มีการจ่ายจริงตามที่ตั้งไว้ และหักภาษี ณ ที่จ่ายพร้อมยื่น ภ.ง.ด.1 ให้ถูกต้อง

ในทางปฏิบัติ ยิ่งจ่ายจริงเร็วหลังสิ้นรอบบัญชี ยิ่งอธิบายกับเจ้าหน้าที่ประเมินได้ง่าย โดยทั่วไปมักจ่ายให้เสร็จก่อนถึงกำหนดยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคล ถ้าตั้งค้างไว้ข้ามปีโดยไม่มีการจ่ายและอธิบายเหตุผลไม่ได้ รายการนั้นมีความเสี่ยงถูกบวกกลับเข้ามาคำนวณภาษีใหม่

กับดักที่คนพลาดมากที่สุด โบนัสที่กำหนดจ่ายจากกำไร

ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (19) ระบุว่า รายจ่ายซึ่งกำหนดจ่ายจากผลกำไรที่ได้เมื่อสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีแล้ว ห้ามนำมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

แปลว่าถ้ามติที่ประชุมเขียนว่า “จ่ายโบนัส 10% ของกำไรสุทธิ” แล้วมาสรุปตัวเลขหลังปิดงบ รายการนั้นเป็นรายจ่ายต้องห้าม หักไม่ได้ ต่อให้จ่ายจริงและมีเอกสารครบก็ตาม

ทางที่ปลอดภัยกว่าคือเขียนมติให้ผูกกับ ผลงานหรือเป้าหมายที่วัดได้ระหว่างปี เช่น ยอดขายที่ทำได้ จำนวนเดือนของเงินเดือน หรือเกณฑ์ประเมินผลงาน แทนที่จะผูกกับกำไรสุทธิหลังปิดบัญชี รายการต้องห้ามอื่น ๆ ดูที่ ค่าใช้จ่ายต้องห้ามทางภาษี และเกณฑ์ว่ารายจ่ายแบบไหนหักได้อยู่ที่ รายจ่ายแบบไหนบ้างที่บริษัทหักภาษีได้

เอกสารที่ต้องเตรียมไว้

เอกสารใช้พิสูจน์อะไร
มติที่ประชุมกรรมการหรือประกาศจ่ายโบนัสภาระผูกพันเกิดขึ้นภายในรอบบัญชีจริง และเกณฑ์ไม่ได้ผูกกับกำไรสุทธิ
บัญชีรายชื่อพนักงานพร้อมจำนวนเงินต่อคนระบุตัวผู้รับได้ ไม่ใช่ตัวเลขก้อนลอย
หลักฐานวิธีคำนวณโบนัสความสมเหตุสมผลของจำนวนเงิน
สลิปเงินเดือนและหลักฐานการโอนการจ่ายจริง
แบบ ภ.ง.ด.1 และใบ 50 ทวิหักและนำส่งภาษีถูกต้อง

ชุดเอกสารนี้คือสิ่งที่เจ้าหน้าที่ประเมินขอดูเป็นอย่างแรกเมื่อเห็นยอดโบนัสค้างจ่ายในงบ แนวทางเตรียมตัวถ้าถูกเรียกดูที่ สรรพากรเชิญพบ เตรียมตัวอย่างไร

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ข้อผิดพลาดผลที่ตามมา
ตั้งโบนัสค้างจ่ายโดยไม่มีมติอนุมัติสรรพากรไม่ยอมรับ หักเป็นรายจ่ายไม่ได้
มติเขียนว่าจ่ายจากกำไรสุทธิเข้ามาตรา 65 ตรี (19) เป็นรายจ่ายต้องห้าม
ตั้งค้างจ่ายแต่ไม่ได้จ่ายจริงถูกบวกกลับและประเมินภาษีย้อนหลัง
จ่ายโบนัสโดยไม่หักภาษี ณ ที่จ่ายเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน และเสี่ยงถูกตัดรายจ่าย
คำนวณภาษีโบนัสแยกจากเงินเดือนหักผิดจำนวน พนักงานต้องไปจ่ายเพิ่มหรือขอคืนเอง
ไม่มีรายชื่อผู้ได้รับโบนัสถือเป็นรายจ่ายที่พิสูจน์ผู้รับไม่ได้

คำถามที่พบบ่อย

ไม่มีอัตราตายตัว ต้องคำนวณตามอัตราก้าวหน้าจากฐานเงินได้ทั้งปีของพนักงานคนนั้น จากตัวอย่างในบทความ คนเงินเดือน 40,000 บาทโดนหักจากโบนัสประมาณ 10% ส่วนคนเงินเดือน 100,000 บาทโดนหักประมาณ 25%
ต้องเสีย เพราะเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(1) เช่นเดียวกับเงินเดือน นายจ้างมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายและออกใบ 50 ทวิ ให้
ไม่ต้อง เพราะโบนัสไม่ถือเป็นค่าจ้างตามกฎหมายประกันสังคม แต่ยังต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามปกติ
ได้ถ้ามีภาระผูกพันชัดเจนภายในรอบบัญชี ระบุจำนวนเงินและตัวผู้รับได้ และมีการจ่ายจริงตามมา แต่ถ้ามติผูกกับกำไรสุทธิหลังปิดงบ จะเข้ามาตรา 65 ตรี (19) เป็นรายจ่ายต้องห้ามทันที
หักตามอัตราก้าวหน้าเหมือนพนักงาน แต่ฝั่งบริษัทต้องมีมติที่ประชุมและเกณฑ์คำนวณที่อธิบายได้ เพราะเป็นการจ่ายให้ผู้มีอำนาจอนุมัติเอง ซึ่งสรรพากรตรวจเข้มกว่า
ถ้าตามเงื่อนไขแล้วไม่ต้องจ่าย ให้กลับรายการค้างจ่ายส่วนนั้นออก และปรับปรุงกำไรสุทธิให้ตรงกับความเป็นจริง อย่าปล่อยค้างไว้ในงบเพราะจะกลายเป็นรายการที่อธิบายไม่ได้

สรุป

เรื่องภาษีโบนัสมี 2 ด้านที่ต้องทำให้ถูกทั้งคู่

ด้านการหัก ณ ที่จ่าย โบนัสเป็นเงินได้ 40(1) ต้องคำนวณตามอัตราก้าวหน้าโดยรวมกับเงินได้ทั้งปี ไม่ใช่หักเป็นอัตราคงที่ แล้วยื่น ภ.ง.ด.1 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไปพร้อมออกใบ 50 ทวิ

ด้านการตั้งค้างจ่าย ตั้งได้และหักเป็นรายจ่ายได้ แต่ต้องมีมติภายในรอบบัญชี ระบุจำนวนและตัวผู้รับได้ มีการจ่ายจริง และที่สำคัญที่สุดคือมติต้องไม่ผูกกับกำไรสุทธิหลังปิดงบ ไม่งั้นเข้ามาตรา 65 ตรี (19) เป็นรายจ่ายต้องห้ามทันที

สิ่งที่ทำได้ก่อนสิ้นรอบบัญชีปีนี้ คือทบทวนถ้อยคำในมติจ่ายโบนัสว่าเขียนผูกกับอะไร ถ้าเขียนว่าจ่ายจากกำไรอยู่ ให้แก้เป็นเกณฑ์ผลงานที่วัดได้ระหว่างปีแทน จุดเดียวนี้ป้องกันการถูกบวกกลับได้ทั้งก้อน เรื่องอื่นที่ต้องเคลียร์ก่อนปิดปีดูที่ ภาษีที่ต้องยื่นสิ้นปี

ให้ Greenpro KSP ดูแลเงินเดือนและภาษีโบนัสให้

ถ้าไม่แน่ใจว่าโบนัสที่ตั้งค้างจ่ายไว้จะผ่านการตรวจของสรรพากรหรือไม่ หรืออยากให้มีคนตรวจมติและเอกสารให้ก่อนปิดงบ ทีมงานเราดูแลได้ตั้งแต่คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย ยื่น ภ.ง.ด.1 และ ภ.ง.ด.1ก ไปจนถึงปิดงบและยื่นภาษีนิติบุคคล

ติดต่อสอบถาม โทร 085-067-4884 หรือแอดไลน์ @greenprokspacc หรือกรอกแบบฟอร์มที่หน้า ติดต่อเรา

แชร์บทความนี้:


ผู้เขียน

Picture of เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี ประสบการณ์กว่า 30 ปี ครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลมากกว่า 400 บริษัท และเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีนโปร เคเอสพี แอคเคาท์ติ้ง จำกัด