โบนัสหักภาษี ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์
โบนัสเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(1) เช่นเดียวกับเงินเดือน นายจ้างจึงต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50(1) ซึ่งกำหนดให้คำนวณตามบัญชีอัตราภาษีก้าวหน้า ไม่ใช่อัตราคงที่
| เงินได้สุทธิ | อัตราภาษี |
|---|---|
| 0 ถึง 150,000 | ยกเว้น |
| 150,001 ถึง 300,000 | 5% |
| 300,001 ถึง 500,000 | 10% |
| 500,001 ถึง 750,000 | 15% |
| 750,001 ถึง 1,000,000 | 20% |
| 1,000,001 ถึง 2,000,000 | 25% |
| 2,000,001 ถึง 5,000,000 | 30% |
| 5,000,001 ขึ้นไป | 35% |
ดังนั้นเปอร์เซ็นต์ที่โดนหักจากโบนัส คือส่วนต่างของภาษีทั้งปีระหว่างกรณีมีโบนัสกับไม่มีโบนัส หารด้วยยอดโบนัส
ตัวอย่างคำนวณจริง 2 กรณี
สมมติทั้งสองคนมีลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท และจ่ายประกันสังคม 9,000 บาทต่อปีเท่ากัน
| รายการ | พนักงาน ก เงินเดือน 40,000 | พนักงาน ข เงินเดือน 100,000 |
|---|---|---|
| เงินเดือนทั้งปี | 480,000 | 1,200,000 |
| โบนัส 2 เดือน | 80,000 | 200,000 |
| รวมเงินได้ | 560,000 | 1,400,000 |
| หักค่าใช้จ่าย (เพดาน) | 100,000 | 100,000 |
| หักลดหย่อนและประกันสังคม | 69,000 | 69,000 |
| เงินได้สุทธิ | 391,000 | 1,231,000 |
| ภาษีทั้งปี | 16,600 | 172,750 |
| ภาษีถ้าไม่มีโบนัส | 8,600 | 122,750 |
| ภาษีที่มาจากโบนัส | 8,000 | 50,000 |
| คิดเป็น | 10% ของโบนัส | 25% ของโบนัส |
นี่คือเหตุผลที่ตอบคำถาม “โบนัสหักกี่เปอร์เซ็นต์” ด้วยตัวเลขเดียวไม่ได้ ยิ่งเงินเดือนสูง โบนัสก้อนเดียวกันยิ่งโดนหักหนักขึ้น เพราะไปตกในขั้นอัตราภาษีที่สูงกว่า
ถ้าอยากคำนวณของตัวเอง ใช้ เครื่องคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย ช่วยได้ หรือดูวิธีคำนวณเต็มที่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
นายจ้างคำนวณภาษีโบนัสยังไง
ในเดือนที่จ่ายโบนัส ให้ทำ 4 ขั้นตอนนี้
- รวมเงินได้ทั้งปีของพนักงานคนนั้น ทั้งเงินเดือนที่จ่ายไปแล้ว เงินเดือนที่เหลือของปี และโบนัสก้อนนี้
- หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ตามที่พนักงานแจ้งไว้ในแบบ ล.ย.01
- คำนวณภาษีทั้งปีตามอัตราก้าวหน้า จะได้ยอดภาษีที่พนักงานต้องเสียทั้งปี
- หักส่วนที่หักไปแล้วในเดือนก่อน ๆ ออก ส่วนที่เหลือคือยอดที่ต้องหักในเดือนที่จ่ายโบนัส
จุดที่ผิดบ่อยคือคำนวณโบนัสแยกออกมาต่างหากแล้วคูณอัตราใดอัตราหนึ่ง ซึ่งทำให้หักผิดทั้งขึ้นและลง ถ้าหักไว้ขาด พนักงานต้องไปจ่ายเพิ่มเองตอนยื่นปลายปี ถ้าหักไว้เกิน พนักงานเสียโอกาสใช้เงินไปทั้งปีแล้วค่อยขอคืน
ผู้จ่ายต้องยื่นแบบอะไร ภายในเมื่อไหร่
| หน้าที่ | กำหนดเวลา |
|---|---|
| นำส่งภาษีพร้อมยื่น ภ.ง.ด.1 | ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่าย (ยื่นออนไลน์ถึงวันที่ 15) |
| ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) | ให้พนักงานทันทีที่จ่าย หรืออย่างช้าภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ของปีถัดไป |
| ยื่น ภ.ง.ด.1ก สรุปทั้งปี | ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป |
ถ้ายื่นช้าหรือนำส่งไม่ครบ จะมีทั้งค่าปรับอาญาและเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องนำส่ง รายละเอียดของแบบสรุปประจำปีดูที่ เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ ภ.ง.ด.1ก และรายละเอียดของใบ 50 ทวิ อยู่ที่ 50 ทวิ คืออะไร
ยอดโบนัสต้องปรากฏในสลิปเงินเดือนของเดือนนั้นด้วย พร้อมแยกบรรทัดภาษีที่หักให้ชัดเจน ดูเพิ่มที่ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสลิปเงินเดือน
โบนัสต้องหักประกันสังคมไหม
ไม่ต้อง เพราะคำว่าค่าจ้างตามกฎหมายประกันสังคมหมายถึงเงินที่นายจ้างจ่ายเป็นค่าตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติ ส่วนโบนัสเป็นเงินจูงใจที่จ่ายตามผลประกอบการหรือผลงาน จึงไม่ถือเป็นค่าจ้างที่ต้องนำมาคำนวณเงินสมทบ
แต่ยังต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามปกติ อย่าสับสนสองเรื่องนี้ ส่วนเกณฑ์ว่าลูกจ้างแบบไหนต้องเข้าประกันสังคมดูที่ ลูกจ้างแบบไหนบ้างที่ต้องเข้าประกันสังคม
โบนัสกรรมการ ต่างจากโบนัสพนักงานยังไง
ต้องแยกให้ออกก่อนว่ากรรมการคนนั้นเป็นลูกจ้างของบริษัทด้วยหรือไม่
| กรณี | ประเภทเงินได้ | การหัก ณ ที่จ่าย |
|---|---|---|
| กรรมการที่เป็นลูกจ้างด้วย มีเงินเดือนประจำ | 40(1) เหมือนพนักงาน | อัตราก้าวหน้า รวมกับเงินเดือน |
| ค่าตอบแทนกรรมการที่ไม่ได้เป็นลูกจ้าง | 40(2) | อัตราก้าวหน้า ตาม ม.50(1) |
ทั้งสองกรณีหักตามอัตราก้าวหน้าเหมือนกัน และหักค่าใช้จ่ายได้รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท ไม่ใช่แยกก้อนละแสน
จุดที่ต่างจริงคือฝั่งบริษัท โบนัสกรรมการถูกสรรพากรเพ่งเล็งมากกว่าโบนัสพนักงาน เพราะเป็นการจ่ายให้คนที่มีอำนาจอนุมัติเอง ต้องมีมติที่ประชุมรองรับและมีเกณฑ์การคำนวณที่อธิบายได้ ไม่ใช่ตั้งตัวเลขขึ้นมาลอย ๆ ตอนปลายปี ดูรูปแบบการรับเงินที่ถูกต้องได้ที่ รูปแบบการรับเงินเดือนของกรรมการบริษัท และ เจ้าของบริษัทเบิกเงินจากบริษัทได้วิธีไหนบ้าง
ตั้งโบนัสค้างจ่ายไว้สิ้นปี หักเป็นรายจ่ายบริษัทได้ไหม
โบนัสค้างจ่าย คือโบนัสที่บริษัทบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในรอบบัญชีแล้ว แต่ยังไม่ได้จ่ายเงินจริงภายในวันสิ้นงวด
ในทางบัญชี ทำได้ตามหลักเกณฑ์คงค้าง เพราะมาตรฐานการบัญชีให้บันทึกค่าใช้จ่ายเมื่อภาระผูกพันเกิดขึ้น ไม่ใช่เมื่อจ่ายเงิน แต่ในทางภาษีมีเงื่อนไขเพิ่มเติมที่ต้องผ่านให้ครบ
เงื่อนไขที่ต้องครบถึงจะหักได้
- มีภาระผูกพันชัดเจนภายในรอบบัญชีนั้น เช่น มีมติที่ประชุมหรือประกาศจ่ายโบนัสก่อนวันสิ้นรอบ
- ระบุจำนวนเงินได้อย่างสมเหตุสมผล มีเกณฑ์คำนวณที่อธิบายได้ เช่น ตามผลงานหรืออายุงาน
- ระบุตัวผู้รับได้ มีรายชื่อพนักงานและจำนวนเงินต่อคน
- มีการจ่ายจริงตามที่ตั้งไว้ และหักภาษี ณ ที่จ่ายพร้อมยื่น ภ.ง.ด.1 ให้ถูกต้อง
ในทางปฏิบัติ ยิ่งจ่ายจริงเร็วหลังสิ้นรอบบัญชี ยิ่งอธิบายกับเจ้าหน้าที่ประเมินได้ง่าย โดยทั่วไปมักจ่ายให้เสร็จก่อนถึงกำหนดยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคล ถ้าตั้งค้างไว้ข้ามปีโดยไม่มีการจ่ายและอธิบายเหตุผลไม่ได้ รายการนั้นมีความเสี่ยงถูกบวกกลับเข้ามาคำนวณภาษีใหม่
กับดักที่คนพลาดมากที่สุด โบนัสที่กำหนดจ่ายจากกำไร
ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (19) ระบุว่า รายจ่ายซึ่งกำหนดจ่ายจากผลกำไรที่ได้เมื่อสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีแล้ว ห้ามนำมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ
แปลว่าถ้ามติที่ประชุมเขียนว่า “จ่ายโบนัส 10% ของกำไรสุทธิ” แล้วมาสรุปตัวเลขหลังปิดงบ รายการนั้นเป็นรายจ่ายต้องห้าม หักไม่ได้ ต่อให้จ่ายจริงและมีเอกสารครบก็ตาม
ทางที่ปลอดภัยกว่าคือเขียนมติให้ผูกกับ ผลงานหรือเป้าหมายที่วัดได้ระหว่างปี เช่น ยอดขายที่ทำได้ จำนวนเดือนของเงินเดือน หรือเกณฑ์ประเมินผลงาน แทนที่จะผูกกับกำไรสุทธิหลังปิดบัญชี รายการต้องห้ามอื่น ๆ ดูที่ ค่าใช้จ่ายต้องห้ามทางภาษี และเกณฑ์ว่ารายจ่ายแบบไหนหักได้อยู่ที่ รายจ่ายแบบไหนบ้างที่บริษัทหักภาษีได้
เอกสารที่ต้องเตรียมไว้
| เอกสาร | ใช้พิสูจน์อะไร |
|---|---|
| มติที่ประชุมกรรมการหรือประกาศจ่ายโบนัส | ภาระผูกพันเกิดขึ้นภายในรอบบัญชีจริง และเกณฑ์ไม่ได้ผูกกับกำไรสุทธิ |
| บัญชีรายชื่อพนักงานพร้อมจำนวนเงินต่อคน | ระบุตัวผู้รับได้ ไม่ใช่ตัวเลขก้อนลอย |
| หลักฐานวิธีคำนวณโบนัส | ความสมเหตุสมผลของจำนวนเงิน |
| สลิปเงินเดือนและหลักฐานการโอน | การจ่ายจริง |
| แบบ ภ.ง.ด.1 และใบ 50 ทวิ | หักและนำส่งภาษีถูกต้อง |
ชุดเอกสารนี้คือสิ่งที่เจ้าหน้าที่ประเมินขอดูเป็นอย่างแรกเมื่อเห็นยอดโบนัสค้างจ่ายในงบ แนวทางเตรียมตัวถ้าถูกเรียกดูที่ สรรพากรเชิญพบ เตรียมตัวอย่างไร
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
| ข้อผิดพลาด | ผลที่ตามมา |
|---|---|
| ตั้งโบนัสค้างจ่ายโดยไม่มีมติอนุมัติ | สรรพากรไม่ยอมรับ หักเป็นรายจ่ายไม่ได้ |
| มติเขียนว่าจ่ายจากกำไรสุทธิ | เข้ามาตรา 65 ตรี (19) เป็นรายจ่ายต้องห้าม |
| ตั้งค้างจ่ายแต่ไม่ได้จ่ายจริง | ถูกบวกกลับและประเมินภาษีย้อนหลัง |
| จ่ายโบนัสโดยไม่หักภาษี ณ ที่จ่าย | เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน และเสี่ยงถูกตัดรายจ่าย |
| คำนวณภาษีโบนัสแยกจากเงินเดือน | หักผิดจำนวน พนักงานต้องไปจ่ายเพิ่มหรือขอคืนเอง |
| ไม่มีรายชื่อผู้ได้รับโบนัส | ถือเป็นรายจ่ายที่พิสูจน์ผู้รับไม่ได้ |
คำถามที่พบบ่อย
สรุป
เรื่องภาษีโบนัสมี 2 ด้านที่ต้องทำให้ถูกทั้งคู่
ด้านการหัก ณ ที่จ่าย โบนัสเป็นเงินได้ 40(1) ต้องคำนวณตามอัตราก้าวหน้าโดยรวมกับเงินได้ทั้งปี ไม่ใช่หักเป็นอัตราคงที่ แล้วยื่น ภ.ง.ด.1 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไปพร้อมออกใบ 50 ทวิ
ด้านการตั้งค้างจ่าย ตั้งได้และหักเป็นรายจ่ายได้ แต่ต้องมีมติภายในรอบบัญชี ระบุจำนวนและตัวผู้รับได้ มีการจ่ายจริง และที่สำคัญที่สุดคือมติต้องไม่ผูกกับกำไรสุทธิหลังปิดงบ ไม่งั้นเข้ามาตรา 65 ตรี (19) เป็นรายจ่ายต้องห้ามทันที
สิ่งที่ทำได้ก่อนสิ้นรอบบัญชีปีนี้ คือทบทวนถ้อยคำในมติจ่ายโบนัสว่าเขียนผูกกับอะไร ถ้าเขียนว่าจ่ายจากกำไรอยู่ ให้แก้เป็นเกณฑ์ผลงานที่วัดได้ระหว่างปีแทน จุดเดียวนี้ป้องกันการถูกบวกกลับได้ทั้งก้อน เรื่องอื่นที่ต้องเคลียร์ก่อนปิดปีดูที่ ภาษีที่ต้องยื่นสิ้นปี
ให้ Greenpro KSP ดูแลเงินเดือนและภาษีโบนัสให้
ถ้าไม่แน่ใจว่าโบนัสที่ตั้งค้างจ่ายไว้จะผ่านการตรวจของสรรพากรหรือไม่ หรืออยากให้มีคนตรวจมติและเอกสารให้ก่อนปิดงบ ทีมงานเราดูแลได้ตั้งแต่คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย ยื่น ภ.ง.ด.1 และ ภ.ง.ด.1ก ไปจนถึงปิดงบและยื่นภาษีนิติบุคคล
- รับทำบัญชี ยื่นภาษี ครบจบที่เดียว
- รับวางแผนภาษี บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล
- บัญชี Outsource กรณีเร่งด่วน พนักงานบัญชีขาด
ติดต่อสอบถาม โทร 085-067-4884 หรือแอดไลน์ @greenprokspacc หรือกรอกแบบฟอร์มที่หน้า ติดต่อเรา