เครื่องคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย 2569 พร้อมคู่มือ

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คำนวณได้ 3 วิธี คือ หักปกติ ผู้จ่ายออกภาษีให้แบบตลอดไป และออกให้แบบครั้งเดียว ทุกวิธีคำนวณจาก ยอดเงินก่อน VAT คูณอัตราตามประเภทรายจ่าย แล้วนำส่งกรมสรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ลองใช้เครื่องคำนวณด้านล่างได้ทันที

ตรวจสอบสูตรถูกต้อง อัปเดตอัตราปี 2569 ดูแลโดยทีม CPA

เครื่องคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย

กรอกยอดเงิน เลือกประเภทรายจ่ายและวิธีคำนวณ ระบบคำนวณภาษีและยอดจ่ายจริงให้ทันที

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคำนวณจากยอดก่อน VAT เสมอ
อัตราภาษีที่ใช้
ฐานคำนวณ (ก่อน VAT)
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
เงินได้ที่ระบุในใบ 50 ทวิ
ยอดโอนจ่ายจริงให้ผู้รับ
กรอกจำนวนเงินเพื่อเริ่มคำนวณ
ตัวอย่างการกรอกใบ 50 ทวิ (หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย)
ประเภทเงินได้
จำนวนเงินที่จ่าย
ภาษีที่หักและนำส่งไว้
ไม่อยากคำนวณเอง? ให้ Greenpro KSP ดูแลบัญชีและยื่นภาษีให้ครบวงจร ปรึกษาฟรี
เครื่องมือนี้ใช้เพื่อประมาณการเบื้องต้น โปรดตรวจสอบกับนักบัญชีก่อนนำส่งจริง · © Greenpro KSP

เครื่องคำนวณย้อนกลับ: อยากให้ผู้รับได้สุทธิเท่าไหร่?

กรอกยอดที่อยากให้ผู้รับได้รับจริง ระบบจะคำนวณราคาที่ต้องตั้ง (แบบออกภาษีให้ตลอดไป ผู้รับได้เต็ม)

ราคาที่ต้องตั้ง (ก่อนหัก)
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ผู้รับได้รับสุทธิ
สูตร: ราคาที่ต้องตั้ง = ยอดสุทธิ ÷ (1 − อัตราภาษี) เพื่อให้ผู้รับได้เต็มจำนวนแบบ "ออกให้ตลอดไป"

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คือ ภาษีที่ผู้จ่ายเงิน (ซึ่งเป็นนิติบุคคลหรือบริษัท) ต้องหักไว้ส่วนหนึ่งก่อนจ่ายเงินให้ผู้รับ แล้วนำส่งกรมสรรพากรแทนผู้รับเงิน เป็นการจัดเก็บภาษีล่วงหน้า ทำให้รัฐได้รับภาษีอย่างต่อเนื่อง และผู้รับเงินไม่ต้องจ่ายภาษีก้อนใหญ่ทีเดียวตอนสิ้นปี

ผู้รับเงินจะได้รับเงินไม่เต็มจำนวน พร้อม หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) ไว้เป็นหลักฐานยื่นภาษีประจำปี เพื่อขอเครดิตหรือขอคืนภาษีส่วนที่ถูกหักไว้

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คำนวณยังไง (สรุปเร็ว)

วิธีคำนวณใครรับภาระภาษีสูตรผู้รับเงินได้รับ
1. หักปกติผู้รับเงินเงินที่จ่าย × อัตราภาษีเงินที่จ่าย − ภาษี
2. ออกให้ตลอดไปผู้จ่ายเงินเงินที่จ่าย × อัตรา ÷ (100 − อัตรา)เต็มจำนวน
3. ออกให้ครั้งเดียวผู้จ่าย (เกือบทั้งหมด)(เงินที่จ่าย + ภาษีงวดแรก) × อัตราไม่เต็มจำนวน (เงินแหว่งเล็กน้อย)

ในทางปฏิบัติ ส่วนใหญ่ใช้ วิธีที่ 1 หักปกติ ส่วนวิธีที่ 2 และ 3 ใช้เมื่อผู้จ่ายตกลงออกภาษีให้ โดย มีเพียงวิธีที่ 2 (ออกให้ตลอดไป) ที่ผู้รับได้เงินเต็มจำนวน ส่วนวิธีที่ 3 ผู้รับยังขาดส่วนภาษีบนภาษีเล็กน้อย

อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย 2569 (ตารางครบ)

ประเภทรายจ่ายอัตราหักผู้รับเงินหมายเหตุ
เงินเดือน / ค่าจ้างพนักงานประจำก้าวหน้าบุคคลธรรมดาตามภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหลังหักลดหย่อน
ค่าจ้างทำของ / รับเหมา / บริการ3%บุคคล / นิติบุคคลค่าจ้างกราฟิก ช่างภาพ ตกแต่ง ซ่อมแซม
ค่าวิชาชีพอิสระ3%บุคคล / นิติบุคคลทนาย วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี ฯลฯ
ค่าลิขสิทธิ์ / สิทธิ3%บุคคล / นิติบุคคลงานเขียน เพลง ซอฟต์แวร์ ลิขสิทธิ์
ค่าขนส่ง1%บุคคล / นิติบุคคลยกเว้นไปรษณีย์ไทย
ค่าโฆษณา2%บริษัทรับโฆษณา / เอเจนซีลงสื่อสิ่งพิมพ์ / โซเชียลผ่านเอเจนซี
ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์5%บุคคล / นิติบุคคลผู้เช่าถือกุญแจเข้าออกเองได้
ค่าเช่าชั่วคราว / เช่ารถพร้อมคนขับ3%บุคคล / นิติบุคคลนับเป็นค่าบริการ
ค่าจ้างดารา / เงินรางวัลชิงโชค5%บุคคล / นิติบุคคลอาชีพเพื่อการบันเทิง / รางวัลแข่งขัน
ดอกเบี้ยเงินกู้1%นิติบุคคลกรณีจ่ายให้นิติบุคคล
เงินปันผล10%บุคคล / นิติบุคคลตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
เกร็ดสำคัญ: รายจ่ายประเภทเดียวกันอาจหักคนละอัตราขึ้นกับลักษณะงานจริง เช่น เช่าสถานที่จัดสัมมนาชั่วคราว หัก 3% (ถือเป็นบริการ) แต่เช่าสำนักงานที่ถือกุญแจเอง หัก 5%

วิธีที่ 1: หักปกติ (ผู้รับเป็นผู้รับภาระภาษี)

ผู้จ่ายเงินหักภาษีออกจากยอดที่ต้องจ่าย แล้วจ่ายเงินส่วนที่เหลือให้ผู้รับ

สูตร: ภาษีหัก ณ ที่จ่าย = เงินที่จ่าย × อัตราภาษี

ตัวอย่าง (อิงตัวเลขด้านบน): ฐาน 30,000 บาท หัก 3%

  • ภาษี = ฐาน × อัตรา = 900.00 บาท
  • ผู้รับได้จริง = ฐาน − ภาษี = 29,100.00 บาท

วิธีที่ 2: ผู้จ่ายออกภาษีให้แบบตลอดไป (Gross-up)

ใช้เมื่อผู้จ่ายตกลงรับภาระภาษีแทนผู้รับ เพื่อให้ผู้รับได้เงินเต็มจำนวน

สูตร: ภาษี = เงินที่จ่าย × อัตรา ÷ (100 − อัตรา)

ตัวอย่าง (อิงตัวเลขด้านบน): ฐาน 30,000 บาท ออกภาษีให้ หัก 3%

  • ภาษี = ฐาน × อัตรา ÷ (100 − อัตรา) = 927.84 บาท
  • ผู้รับได้เต็ม = 30,000.00 บาท · เงินได้ในใบ 50 ทวิ = 30,927.84 บาท

วิธีที่ 3: ผู้จ่ายออกภาษีให้แบบครั้งเดียว

ผู้จ่ายออกภาษีให้เฉพาะครั้งนั้นครั้งเดียว ไม่คำนวณทบแบบตลอดไป จุดสำคัญคือ ผู้รับยังได้เงินไม่เต็มจำนวน เพราะภาษีคำนวณบนฐานที่บวกภาษีงวดแรกแล้ว

สูตร: ภาษี = (เงินที่จ่าย + ภาษีงวดแรก) × อัตรา

ตัวอย่าง (อิงตัวเลขด้านบน): ฐาน 30,000 บาท ออกภาษีให้ครั้งเดียว หัก 3%

  • ภาษีงวดแรก = ฐาน × อัตรา = 900.00 บาท
  • เงินได้ในใบ 50 ทวิ = ฐาน + ภาษีงวดแรก = 30,900.00 บาท
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย = เงินได้ × อัตรา = 927.00 บาท
  • ผู้รับได้รับจริง = เงินได้ − ภาษี = 29,973.00 บาท (กิจการออกภาษีให้ 900.00 บาท ส่วนต่าง 27.00 บาท ผู้รับยังรับภาระ)

สรุปความต่าง: "ออกให้ตลอดไป" vs "ออกให้ครั้งเดียว" (ควรใช้แบบไหน?)

ตารางด้านล่างเปรียบเทียบทั้ง 3 วิธี โดยคำนวณจากตัวเลขที่คุณกรอกด้านบนแบบเรียลไทม์

วิธีคำนวณฐานเงินได้ (ใบ 50 ทวิ)ภาษีหัก ณ ที่จ่ายผู้รับได้รับสุทธิ
หักปกติ
ออกให้ครั้งเดียว
ออกให้ตลอดไป
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)จำนวน
ยอดก่อน VAT
VAT 7%
ยอดรวมในบิล (ฐาน + VAT)

หมายเหตุ: VAT จ่ายให้ผู้รับเต็มจำนวนเสมอ (ผู้รับนำส่งกรมสรรพากรเอง) และไม่นำมาคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย หากมี VAT ให้บวกยอด VAT เข้ากับ "ผู้รับได้รับสุทธิ" ของทุกวิธี

✅ แนะนำให้ใช้: ออกให้ตลอดไป (Gross-up)

ผลลัพธ์: ผู้รับเงินจะได้เงินสดครบถ้วนเต็มจำนวนเป๊ะตามที่ตกลงกันไว้ (เช่น ตกลง 50,000 ได้ 50,000) เพราะบริษัทใช้สูตรคณิตศาสตร์คำนวณยอมแบกรับภาษีที่งอกทบซ้ำทุกทอดให้ทั้งหมด

ข้อแนะนำหน้างาน: วิธีนี้ได้ใจคู่สัญญา 100% แต่บริษัทจะมีต้นทุนเงินสดสูงขึ้น เพื่อความปลอดภัยเวลาทำสัญญาควรระบุให้ชัดเจนว่า "ผู้ว่าจ้างตกลงเป็นผู้รับผิดชอบภาษีหัก ณ ที่จ่ายแทนผู้รับจ้างทุกทอด (แบบตลอดไป)"

❌ ปัจจุบันไม่แนะนำให้ใช้: ออกให้ครั้งเดียว

ผลลัพธ์: ผู้รับเงินจะได้เงินไม่เต็มจำนวน (เงินแหว่งไปนิดหน่อย) เพราะบริษัทจ่ายภาษีแทนให้แค่รอบแรกที่คิดจากเงินต้นเท่านั้น ส่วนภาษีที่งอกเพิ่มในรอบที่สอง บริษัทจะไม่จ่ายให้แล้ว แต่จะใช้วิธีหักออกจากเงินสดที่จะโอนให้ผู้รับแทน

แบบครั้งเดียวมีไว้ทำไม?: ในยุคปัจจุบันไม่มีใครแนะนำให้ใช้วิธีนี้แล้ว เพราะได้เงินไม่ตรงปกและสร้างความขัดแย้ง แต่ที่กฎหมายสรรพากรยังคงวิธีนี้ไว้ เพราะเป็นเรื่องในอดีตเพื่อรองรับกรณีที่คู่สัญญาเขียนข้อความหละหลวมในสัญญาว่า "ออกภาษีให้" ลอย ๆ โดยไม่ได้ระบุคำว่าทุกทอด สรรพากรจึงต้องใช้เกณฑ์เก่านี้มาเป็นไม้บรรทัดตัดจบภาระภาษีไม่ให้งอกทบซ้ำ

💡 Note: ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ฐานรายได้ปลายปีของผู้รับก็จะสูงขึ้นเหมือนกัน (เพราะภาษีที่บริษัทออกให้ ถือเป็นรายได้ของผู้รับด้วย) แต่ "แบบตลอดไป" จะเซฟเงินสดในกระเป๋าผู้รับได้ดีที่สุด

หักจากยอดก่อน VAT หรือหลัง VAT

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายต้องคำนวณจาก ยอดเงินก่อน VAT เสมอ เพราะ VAT เป็นภาษีที่ต้องนำส่งรัฐอยู่แล้ว

ตัวอย่าง (อิงตัวเลขด้านบน): ค่าบริการ 30,000 + VAT 7% = 32,100.00 บาท แต่หัก 3% จากฐานก่อน VAT = 900.00 บาท (ไม่ใช่จากยอดรวม VAT)

ต้องหักภาษีเมื่อยอดจ่ายต่อผู้รับรายเดียวกัน ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป รวมถึงกรณีแบ่งจ่ายหลายงวดหรือสัญญาต่อเนื่องที่ยอดรวมถึงเกณฑ์

หลังหักภาษีแล้วต้องทำอะไรต่อ

  1. ออกใบ 50 ทวิ (มาตรา 50 ทวิ) ให้ผู้รับเงินทุกครั้ง โดยปกติออกอย่างน้อย 4 ฉบับ
  2. ยื่นแบบรายเดือน ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป — ภ.ง.ด.3 (ผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา) / ภ.ง.ด.53 (ผู้รับเป็นนิติบุคคล) หากยื่นผ่าน e-Filing ขยายเวลาอีก 8 วัน
  3. พิจารณาใช้ e-Withholding Tax โอนเงินพร้อมส่งข้อมูลภาษีอัตโนมัติ ไม่ต้องออกใบ 50 ทวิ และไม่ต้องยื่นรายเดือน/รายปีเอง
อัปเดต 2569: มาตรการลดอัตรา e-Withholding Tax เหลือ 1% สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 อัตรากลับมาอยู่ที่ 3% ตามปกติ ควรตรวจสอบอัตราในระบบให้ตรงปีปัจจุบัน

6 ข้อผิดพลาดที่ทำให้ธุรกิจโดนเบี้ยปรับ

  1. หักผิดอัตรา เช่น จ้างฟรีแลนซ์แล้วหัก 5% แทน 3%
  2. หักจากยอดรวม VAT ต้องหักจากยอดก่อน VAT เท่านั้น
  3. ไม่ออกใบ 50 ทวิ ผู้จ่ายมีหน้าที่ออกให้ผู้รับทุกครั้ง
  4. ยื่น ภ.ง.ด.3/53 ล่าช้า เกินวันที่ 7 ของเดือนถัดไป เสียค่าปรับและเงินเพิ่ม
  5. เข้าใจว่าผู้รับต้องจัดการเอง กฎหมายกำหนดให้ผู้จ่ายเป็นผู้หักและนำส่ง
  6. ลืมหักเมื่อถึงเกณฑ์ 1,000 บาท โดยเฉพาะกรณีแบ่งจ่ายหรือสัญญาต่อเนื่อง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคำนวณจากยอดก่อนหรือหลัง VAT?

จากยอดก่อน VAT เสมอ เช่น ค่าบริการ 10,000 + VAT 7% หัก 3% จาก 10,000 = 300 บาท

จ้างฟรีแลนซ์ต้องหักกี่เปอร์เซ็นต์?

โดยทั่วไปหัก 3% สำหรับค่าจ้างทำของหรือบริการ

ภ.ง.ด.3 กับ ภ.ง.ด.53 ต่างกันอย่างไร?

ภ.ง.ด.3 ใช้เมื่อผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา ส่วน ภ.ง.ด.53 ใช้เมื่อผู้รับเป็นนิติบุคคล ยื่นภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป

บริษัทออกภาษีแทนผู้รับได้ไหม?

ได้ มี 2 แบบ คือ ออกให้ตลอดไป (Gross-up) ซึ่งผู้รับได้เงินเต็มจำนวน และออกให้ครั้งเดียว ซึ่งกิจการออกภาษีให้รอบเดียว ผู้รับยังขาดส่วนภาษีบนภาษีเล็กน้อย (เช่น ฐาน 10,000 ผู้รับได้ 9,991)