ภพ.30 คืออะไร – กระดาษตารางตัวเลขภาษีวางข้างเครื่องคิดเลขและแก้วกาแฟบนโต๊ะไม้

ภ.พ.30 คืออะไร?

ภ.พ.30 คือแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) รายเดือน สำหรับผู้ประกอบการที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว โดยใช้สำหรับสรุปยอดภาษีขาย (Output VAT) และ ภาษีซื้อ (Input VAT) ของเดือนภาษีนั้น ๆ เพื่อคำนวณว่าเดือนนี้ต้องนำส่งภาษีเพิ่ม หรือมียอดภาษีซื้อเกินที่สามารถยกเป็นเครดิตไปเดือนถัดไปได้

หากธุรกิจจด VAT แล้ว ต้องมีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.พ.30 เป็นประจำทุกเดือน เพื่อรายงานให้กรมสรรพากรทราบว่ามีการซื้อ-ขายสินค้า หรือ ให้บริการเท่าไหร่ และมีภาษีที่ต้องนำส่งหรือไม่

การคำนวณแบบ ภ.พ.30 ใช้หลักการคือ:

ภาษีขาย – ภาษีซื้อ = ภาษีที่ต้องชำระ (หรือเครดิตภาษี)

  • หากภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ → ต้องชำระภาษีเพิ่ม
  • หากภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย → มักยกยอดเป็นเครดิตไปเดือนถัดไป (หรือพิจารณาขอคืนในบางกรณี)

แบบ ภ.พ.30 จึงเป็นหัวใจสำคัญของการบริหาร VAT ของธุรกิจ เพราะสะท้อนทั้งยอดขาย ยอดซื้อ และสถานะภาษีในแต่ละเดือน การยื่นให้ถูกต้องและตรงกำหนดเวลาจะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และปัญหาการตรวจสอบภาษีในอนาคตได้

สารบัญ
อินโฟกราฟิกอธิบายแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) รายเดือน สูตรภาษีขายลบภาษีซื้อ และยื่นออนไลน์ภายในวันที่ 23 ของเดือนถัดไป

คำตอบสั้นที่สุดคือ ภ.พ.30 (หลายคนพิมพ์ว่า ภพ 30 หรือ ภพ.30) คือแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ต้องยื่นทุกเดือน เพื่อสรุปภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อของเดือนนั้น ยื่นแบบกระดาษภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หากยื่นออนไลน์ได้รับขยายเวลาเพิ่มอีก 8 วัน และต้องยื่นทุกเดือนแม้เดือนนั้นจะไม่มีรายได้

บทความนี้สรุปตั้งแต่ภาษีขายกับภาษีซื้อ ตัวอย่างการคำนวณ ใครต้องยื่น กำหนดเวลา วิธียื่นออนไลน์ อัตราค่าปรับเมื่อยื่นช้า และความต่างระหว่าง ภ.พ.30 กับแบบ ภ.พ. อื่นที่มักสับสนกัน

ภาษีขาย vs ภาษีซื้อ ต่างกันอย่างไร

ตัวเลขภาษีขายและภาษีซื้อที่กรอกในแบบนี้มาจากกลไกการหักกลบของระบบ VAT ซึ่งสรุปไว้ที่ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) คืออะไร

การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง “ภาษีขาย” และ “ภาษีซื้อ” เป็นหัวใจของการทำ ภ.พ.30 เพราะยอดภาษีสุทธิที่ต้องชำระขึ้นอยู่กับผลต่างของสองรายการนี้

1. ภาษีขาย คือ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่กิจการ “เรียกเก็บจากลูกค้า” เมื่อมีการขายสินค้า หรือให้บริการ โดยกิจการมีหน้าที่ออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้า และเก็บ VAT ในอัตราที่กฎหมายกำหนด

ตัวอย่างเช่น
ขายสินค้า 100,000 บาท
VAT 7% = 7,000 บาท

ลูกค้าจ่าย 107,000 บาท
โดย 7,000 บาท คือ ภาษีขายที่กิจการต้องนำไปรวมคำนวณใน ภ.พ.30

2. ภาษีซื้อ คือ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่กิจการ “จ่ายให้ผู้ขายหรือผู้ให้บริการ” ตอนซื้อสินค้า หรือบริการมาใช้ในกิจการ และสามารถนำ VAT ส่วนนี้มาเครดิตหักออกจากภาษีขายได้ หากมีใบกำกับภาษีถูกต้องตามกฎหมาย

ตัวอย่างเช่น
ซื้อวัตถุดิบ 50,000 บาท
VAT 7% = 3,500 บาท

3,500 บาท คือ ภาษีซื้อที่สามารถนำมาหักออกจากภาษีขายในเดือนนั้นได้

ตัวอย่างการคำนวณ ภ.พ.30

เมื่อรวมภาษีขายและภาษีซื้อของทั้งเดือนแล้ว ให้นำภาษีขายตั้ง ลบด้วยภาษีซื้อ ผลลัพธ์จะออกมาได้ 2 แบบ

รายการกรณีภาษีขายมากกว่ากรณีภาษีซื้อมากกว่า
ยอดขายทั้งเดือน100,000 บาท40,000 บาท
ภาษีขาย 7%7,000 บาท2,800 บาท
ยอดซื้อที่มีใบกำกับภาษีถูกต้อง50,000 บาท60,000 บาท
ภาษีซื้อ 7%3,500 บาท4,200 บาท
ผลลัพธ์ชำระภาษี 3,500 บาทชำระเกิน 1,400 บาท ยกไปเครดิตเดือนถัดไปหรือขอคืน

ภาษีซื้อที่นำมาหักได้ต้องมีใบกำกับภาษีถูกต้องและเกี่ยวกับกิจการโดยตรง รายการที่เข้าข่ายภาษีซื้อต้องห้ามนำมาหักไม่ได้ ส่วนรายการขายจะเข้าเดือนไหนให้ดูจากจุดความรับผิดหรือ Tax Point และถ้าเดือนนั้นมีการออกหรือได้รับใบลดหนี้ ต้องนำมาปรับยอดด้วย

ใครบ้างที่ต้องยื่น ภ.พ.30

ภ.พ.30 คือ เมื่อกิจการได้รับสถานะผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว จะมีหน้าที่ต้องจัดทำและยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือนตามรอบเดือนภาษี

1. ผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT แล้ว

กลุ่มหลักที่ต้องยื่น ได้แก่

  • บริษัทจำกัด
  • ห้างหุ้นส่วนจำกัด
  • ผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา
  • ผู้ให้บริการที่อยู่ในระบบ VAT

ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือใหญ่ หากได้จดทะเบียน VAT แล้ว ก็มีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน

2. ต้องยื่นแม้เดือนนั้นไม่มีรายได้

หลายกิจการเข้าใจผิดว่า หากเดือนใดไม่มีการขายสินค้า หรือไม่มีภาษีต้องชำระ ก็ไม่ต้องยื่นแบบ ซึ่งไม่ถูกต้อง หากกิจการยังคงมีสถานะเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT จะต้องยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน แม้เดือนนั้นจะไม่มีรายได้ เพราะการยื่นแบบเป็นหน้าที่ตามรอบเดือนภาษีไม่ใช่ยื่นเฉพาะเดือนที่มีภาษีต้องชำระ

3. กรณีมีหลายสาขา หรือหลายสถานประกอบการ

หากกิจการมีหลายสาขา หรือหลายสถานประกอบการ อาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยื่นแบบแยกหรือยื่นรวม ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ได้รับอนุมัติจากกรมสรรพากร กิจการควรตรวจสอบโครงสร้างการจดทะเบียนของตนเองให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการยื่นผิดรูปแบบ

4. ใครบ้างที่ไม่ต้องยื่น ภ.พ.30

  • ผู้ประกอบการที่ยังไม่ได้จดทะเบียน VAT
  • ผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า1.8 ล้านบาทต่อปี และยังไม่ได้สมัครใจเข้าระบบ
  • กิจการที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย

หากรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด(รายได้มากกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี) ต้องจดทะเบียน VAT แล้วแต่ยังไม่จดอาจมีความเสี่ยงด้านภาษีตามมาได้ในอนาคต

ภ.พ.30 ยื่นเมื่อไหร่ และยื่นเดือนไหน

การยื่นแบบ ภ.พ.30 เป็นการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มแบบรายเดือน ที่กิจการอยู่ในระบบ VAT จะต้องจัดทำและยื่นแบบให้ครบถ้วนตามกำหนดเวลา ไม่ใช่รอรวมยื่นเป็นรายไตรมาสหรือรายปี

เดือนภาษี หมายถึง เดือนที่เกิดรายการขายสินค้า หรือให้บริการที่อยู่ในระบบ VAT เช่น

  • ยอดขายเดือนมกราคม = เดือนภาษีมกราคม
  • ยอดขายเดือนกุมภาพันธ์ = เดือนภาษีกุมภาพันธ์

แบบ ภ.พ.30 ที่คุณยื่นในเดือนถัดไป จะเป็นการรายงานข้อมูลของเดือนภาษีก่อนหน้า เสมอ

ภ.พ.30 ต้องยื่นเมื่อไหร่

โดยหลักทั่วไป ภ.พ.30 ต้องยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป นับจากเดือนภาษีและดำเนินการเช่นนี้ต่อเนื่องทุกเดือน

ตัวอย่างเช่น

  • เดือนภาษีมกราคม → ต้องยื่นภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์
  • เดือนภาษีกุมภาพันธ์ → ต้องยื่นภายในวันที่ 15 มีนาคม

กรณียื่นออนไลน์

การยื่นผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากรจะมีการขยายระยะเวลายื่นเพิ่มเติม( ขยายเวลาให้อีก  8 วัน )จากการยื่นแบบกระดาษ อย่างไรก็ตาม กำหนดเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี ควรตรวจสอบประกาศของกรมสรรพากรเป็นประจำ

วิธียื่น ภ.พ.30 ออนไลน์ผ่าน e-Filing

  1. เข้าเว็บไซต์ efiling.rd.go.th แล้วเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีผู้ใช้ที่กิจการสมัครยื่นแบบผ่านอินเทอร์เน็ตไว้
  2. เลือกยื่นแบบ ภ.พ.30 แล้วเลือกเดือนภาษีและสาขาให้ถูกต้อง
  3. กรอกยอดขายและยอดซื้อที่มีสิทธินำภาษีซื้อมาหักของเดือนนั้น ระบบจะคำนวณภาษีขายและภาษีซื้อให้
  4. ตรวจยอดภาษีที่ต้องชำระหรือยอดที่ชำระเกิน แล้วกดยืนยันการยื่นแบบ
  5. ชำระภาษีตามช่องทางที่ระบบให้เลือก แล้วเก็บแบบที่ยื่นและหลักฐานการชำระเงินไว้ในแฟ้มของเดือนนั้น

หน้าจอของระบบอาจเปลี่ยนตามการปรับปรุงของกรมสรรพากร ดูรายละเอียดแต่ละขั้นพร้อมเอกสารที่ต้องเตรียมได้ที่ วิธียื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม

ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม ภ.พ.30

กรณียื่นแบบกระดาษ ดาวน์โหลดแบบ ภ.พ.30 ฉบับล่าสุดได้จากหน้าแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มของกรมสรรพากร ควรดาวน์โหลดจากเว็บไซต์กรมสรรพากรทุกครั้ง เพราะแบบฟอร์มมีการปรับปรุงเป็นระยะ

ยื่นผิด/ยื่นเพิ่ม/ยื่นเกินกำหนด ต้องทำอย่างไร

การจัดทำและยื่นแบบ ภ.พ.30 เป็นงานที่ต้องทำทุกเดือน จึงมีโอกาสเกิดความผิดพลาดได้ เช่น ใส่ยอดผิด ลืมบันทึกใบลดหนี้ กรอกเดือนภาษีผิด หรือยื่นล่าช้า สิ่งสำคัญคืออย่าปล่อยทิ้งไว้นาน เพราะยิ่งแก้ช้า ความเสี่ยงด้านเบี้ยปรับและเงินเพิ่มยิ่งสูงขึ้น

1. กรณียื่นผิด (ตัวเลขผิด / เลือกเดือนผิด)

หากยื่นไปแล้วพบว่า

  • ยอดภาษีขายผิด
  • ลืมบันทึกภาษีซื้อ
  • ใส่เดือนภาษีไม่ถูกต้อง
  • กรอกเลขประจำตัวผู้เสียภาษีผิด

ต้องยื่นแบบแก้ไขเพิ่มเติม โดยเลือกเดือนภาษีเดิม แล้วกรอกข้อมูลใหม่ให้ถูกต้อง พร้อมคำนวณยอดภาษีใหม่

สิ่งที่ควรทำทันที:

  1. ตรวจสอบเอกสารภาษีขาย–ภาษีซื้อให้ครบ
  2. คำนวณยอดใหม่ให้ชัดเจน
  3. ยื่นแบบเพิ่มเติมผ่านช่องทางที่ยื่นเดิม (สำนักงานสรรพากร หรือ e-Filing)

หากการแก้ไขทำให้ภาษีต้องชำระเพิ่มควรชำระทันทีเพื่อลดภาระเงินเพิ่ม

2. กรณียื่นเพิ่ม (พบเอกสารภายหลัง)

บางครั้งหลังยื่นแล้วพบใบกำกับภาษีที่ตกหล่น เช่น

  • เพิ่งได้รับใบกำกับภาษีซื้อจากผู้ขาย
  • มีใบลดหนี้ที่ออกย้อนหลัง
  • มีการปรับปรุงยอดขายย้อนหลัง

ในกรณีนี้สามารถเลือกแนวทางได้ตามลักษณะรายการ เช่น

  • ยื่นแบบเพิ่มเติมของเดือนเดิม หรือบันทึกเป็นรายการของเดือนถัดไป (หากเข้าเงื่อนไขที่กฎหมายรองรับ)

3. กรณียื่นเกินกำหนดเวลา

หากยื่น ภ.พ.30 หลังวันที่กำหนดอาจมีผลดังนี้

  • เสียเบี้ยปรับ
  • เสียเงินเพิ่มตามระยะเวลาที่ล่าช้า
  • หากไม่ยื่นเลย อาจถูกประเมินภาษีโดยเจ้าพนักงาน

อัตราที่ใช้กันตามระเบียบของกรมสรรพากรในปัจจุบัน สรุปได้ดังนี้

  • ค่าปรับอาญา 300 บาท ถ้ายื่นช้าไม่เกิน 7 วัน และ 500 บาท ถ้าช้าเกิน 7 วัน ต้องเสียแม้เดือนนั้นจะไม่มีภาษีต้องชำระ
  • เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องชำระ เศษของเดือนนับเป็น 1 เดือน
  • เบี้ยปรับ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของภาษีที่ต้องชำระ ลดหลั่นตามระยะเวลาที่ยื่นช้า ตามตารางด้านล่าง
ยื่นช้ากว่ากำหนดยื่นเพิ่มเติม (ยื่นครั้งแรกทันกำหนดแล้ว)ไม่ได้ยื่นภายในกำหนด
ไม่เกิน 15 วัน2%4%
16-30 วัน5%10%
31-60 วัน10%20%
เกิน 60 วัน20%40%

ตัวอย่าง ภาษีที่ต้องชำระ 10,000 บาท ไม่ได้ยื่นภายในกำหนดและยื่นช้าไป 10 วัน ต้องชำระภาษี 10,000 บาท ค่าปรับอาญา 500 บาท เงินเพิ่ม 150 บาท และเบี้ยปรับ 400 บาท รวม 11,050 บาท

อัตราเหล่านี้อาจเปลี่ยนตามประกาศของกรมสรรพากร ควรตรวจสอบอีกครั้งก่อนชำระ

4. เคล็ดลับป้องกันความผิดพลาดในอนาคต

  • จัดทำรายงานภาษีขายและภาษีซื้อทุกสิ้นเดือน
  • ตรวจสอบใบกำกับภาษีทุกใบก่อนบันทึก
  • แยกแฟ้มเอกสารเป็นรายเดือน
  • ตั้งเตือนวันยื่นแบบทุกเดือน
  • ใช้โปรแกรมบัญชีหรือปรึกษาผู้ทำบัญชีมืออาชีพ

ภ.พ.30 ต่างจาก ภ.พ.01 ภ.พ.20 และ ภ.พ.36 อย่างไร

แบบภาษีมูลค่าเพิ่มที่ขึ้นต้นด้วย ภ.พ. มีหลายฉบับและใช้คนละขั้นตอน สรุปได้ดังนี้

แบบใช้ทำอะไรยื่นหรือได้รับเมื่อไร
ภ.พ.01คำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนเริ่มประกอบกิจการ หรือภายใน 30 วันนับจากวันที่รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
ภ.พ.20ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่กรมสรรพากรออกให้หลังอนุมัติได้รับหลังจดทะเบียน ต้องแสดงไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานประกอบการ
ภ.พ.30แบบยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน (ภาษีขายหักภาษีซื้อ)ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
ภ.พ.36แบบนำส่งภาษีแทนผู้ประกอบการ เช่น จ่ายค่าบริการให้ผู้ให้บริการในต่างประเทศภายใน 7 วันนับจากวันสิ้นเดือนที่จ่ายเงิน

ภาษีที่นำส่งตาม ภ.พ.36 แล้ว นำไปใช้เป็นภาษีซื้อใน ภ.พ.30 ได้ตามเงื่อนไข ส่วนผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่าต้องจดทะเบียนหรือไม่ อ่านได้ที่ บุคคลธรรมดาต้องจด VAT ไหม

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ภ.พ.30

ภ.พ.30 คือแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) รายเดือน สำหรับผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT เพื่อสรุปภาษีขายและภาษีซื้อของเดือนนั้น
จริงค่ะ หากกิจการจดทะเบียน VAT แล้ว ต้องยื่นทุกเดือน แม้เดือนนั้นจะไม่มีรายได้หรือไม่มีภาษีต้องชำระ
โดยทั่วไปต้องยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป นับจากเดือนภาษี เช่น รายการเดือนมกราคม ต้องยื่นภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์
หากภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย ส่วนต่างจะกลายเป็นเครดิตภาษีที่สามารถยกไปหักในเดือนถัดไป และในบางกรณีอาจพิจารณาขอคืนได้ตามเงื่อนไข
อาจมีเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามระยะเวลาที่ล่าช้า หากไม่ยื่นเลยอาจถูกประเมินภาษีโดยเจ้าหน้าที่
ภ.พ.20 คือใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่กรมสรรพากรออกให้เมื่ออนุมัติการจดทะเบียน ส่วน ภ.พ.30 คือแบบที่ผู้ประกอบการต้องยื่นทุกเดือนหลังจากจดทะเบียนแล้ว
ยื่นผ่านระบบ e-Filing ได้รับขยายเวลาเพิ่ม 8 วันจากกำหนดวันที่ 15 ของเดือนถัดไป รวมเป็นภายในวันที่ 23 ทั้งนี้การขยายเวลาเป็นไปตามประกาศของกรมสรรพากร ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดก่อนยื่น
ต้องเสียค่าปรับอาญา 300 บาทถ้ายื่นช้าไม่เกิน 7 วัน หรือ 500 บาทถ้าช้าเกิน 7 วัน แต่ไม่มีเงินเพิ่มและเบี้ยปรับ เพราะไม่มีภาษีที่ต้องชำระ

สรุป

ภ.พ.30 คือแบบยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือนของผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT โดยใช้หลักการคำนวณภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อ เพื่อหายอดภาษีที่ต้องชำระหรือยอดเครดิตที่ยกไปเดือนถัดไป

หัวใจสำคัญของการทำ ภ.พ.30 ให้ถูกต้อง คือ

  • จัดเก็บเอกสารภาษีขายและภาษีซื้อให้ครบถ้วน
  • ยื่นแบบให้ตรงเดือนภาษีและภายในกำหนดเวลา
  • ตรวจสอบความถูกต้องก่อนยืนยันการยื่น

การบริหาร ภ.พ.30 อย่างเป็นระบบไม่เพียงช่วยหลีกเลี่ยงเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม แต่ยังช่วยให้ธุรกิจควบคุมกระแสเงินสด และวางแผนภาษีได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

ให้ Greenpro KSP ดูแลการยื่น ภ.พ.30 ให้

งาน ภ.พ.30 ต้องทำทุกเดือนและพลาดง่าย ตั้งแต่การคัดใบกำกับภาษีจนถึงการยื่นให้ทันกำหนด ทีมบัญชีของ Greenpro KSP ดูแลตั้งแต่จัดทำรายงานภาษีซื้อภาษีขายจนยื่นแบบให้ครบทุกเดือน ให้คำปรึกษาฟรี

ติดต่อสอบถาม โทร 085-067-4884 หรือแอดไลน์ @greenprokspacc หรือกรอกแบบฟอร์มที่หน้า ติดต่อเรา

แชร์บทความนี้:


ผู้เขียน

Picture of เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี ประสบการณ์กว่า 30 ปี ครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลมากกว่า 700 บริษัท และเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีนโปร เคเอสพี แอคเคาท์ติ้ง จำกัด

ขอใบเสนอราคา

กรอกข้อมูลสั้น ๆ ด้านล่าง ทีมงานจะติดต่อกลับเพื่อสอบถามรายละเอียด และจัดทำใบเสนอราคาให้

สอบถามด่วน โทร 085-067-4884 · 094-864-9799