รอบระยะเวลาบัญชี

รอบระยะเวลาบัญชี คืออะไร? ดูตรงไหน พร้อมตัวอย่างครบทุกกรณี

รอบระยะเวลาบัญชี คือ ช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนดให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใช้บันทึกรายได้ รายจ่าย และสรุปผลการดำเนินงานหนึ่งครั้ง โดยปกติมีความยาว 12 เดือนติดต่อกัน เมื่อครบรอบแล้วกิจการต้องปิดงบการเงินและคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลของรอบนั้น

พูดง่าย ๆ คือ รอบระยะเวลาบัญชีเป็นตัวขีดเส้นว่า “รายได้และรายจ่ายก้อนไหนอยู่ปีภาษีไหน” ถ้าขีดเส้นผิด กำไรสุทธิที่คำนวณได้ก็ผิด ภาษีที่จ่ายก็ผิดตามไปด้วย

คำที่คนมักใช้แทนกัน ได้แก่ รอบบัญชี รอบปีบัญชี งวดบัญชี ปีบัญชี และคำภาษาอังกฤษว่า Accounting Period ทั้งหมดนี้หมายถึงสิ่งเดียวกัน

สารบัญ

รอบระยะเวลาบัญชีของบริษัทเรา ดูตรงไหน

เจ้าของธุรกิจจำนวนมากไม่รู้ว่ารอบบัญชีของบริษัทตัวเองสิ้นสุดวันไหน ทั้งที่วันนี้เป็นตัวกำหนดกำหนดเวลายื่นภาษีทั้งปี ตรวจสอบได้ 4 ทาง

1. ดูจากงบการเงินปีที่แล้ว

วิธีที่เร็วและแม่นที่สุด เปิดหน้าแรกของงบการเงินฉบับล่าสุดที่ยื่นไป จะมีข้อความว่า “สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ …” หรือ “ณ วันที่ …” วันที่นั้นคือวันสิ้นรอบบัญชีของบริษัท

2. ดูจากแบบ ภ.ง.ด.50 ที่ยื่นปีก่อน

ด้านบนของ แบบ ภ.ง.ด.50 มีช่อง “รอบระยะเวลาบัญชี ตั้งแต่วันที่ … ถึงวันที่ …” กรอกไว้ชัดเจน ถ้ายื่นผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร เข้าไปดูย้อนหลังในเมนูประวัติการยื่นแบบได้

3. เช็คออนไลน์ที่ DBD DataWarehouse

เข้าเว็บไซต์คลังข้อมูลธุรกิจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ค้นด้วยเลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลักหรือชื่อบริษัท แล้วดูหัวข้องบการเงิน ระบบจะแสดงปีและวันสิ้นรอบบัญชีของงบแต่ละปีที่บริษัทเคยนำส่ง

4. ดูจากข้อบังคับบริษัท

ถ้าบริษัทระบุรอบบัญชีไว้ในข้อบังคับตอนจดทะเบียน ให้ยึดตามนั้น แต่บริษัทจำนวนมากไม่ได้ระบุ กรณีนี้ให้ยึดวันสิ้นรอบที่บริษัทใช้ปิดงบครั้งแรกเป็นหลัก และต้องใช้วันเดิมนี้ทุกปีต่อไป

“รอบปีบัญชี 3112” หมายถึงอะไร

เลข 4 หลักที่เห็นในเอกสารหรือระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นรูปแบบ วัน–เดือน (DDMM) ที่ใช้ย่อวันสิ้นรอบบัญชี

  • 3112 = สิ้นรอบวันที่ 31 ธันวาคม
  • 3103 = สิ้นรอบวันที่ 31 มีนาคม
  • 3006 = สิ้นรอบวันที่ 30 มิถุนายน
  • 3009 = สิ้นรอบวันที่ 30 กันยายน

บริษัทไทยส่วนใหญ่ใช้ 3112 เพราะตรงกับปีปฏิทิน

ตัวอย่างรอบระยะเวลาบัญชี

กรณีวันเริ่มรอบวันสิ้นรอบความยาว
บริษัททั่วไป ใช้ปีปฏิทิน1 ม.ค. 256931 ธ.ค. 256912 เดือน
บริษัทที่ใช้รอบคร่อมปี1 เม.ย. 256931 มี.ค. 257012 เดือน
บริษัทจดทะเบียนใหม่ 15 มิ.ย. 256915 มิ.ย. 256931 ธ.ค. 25696 เดือนครึ่ง
บริษัทที่จดทะเบียนเลิก 20 ส.ค. 25691 ม.ค. 256920 ส.ค. 25697 เดือน 20 วัน
รอบถัดไปของบริษัทที่เพิ่งตั้ง1 ม.ค. 257031 ธ.ค. 257012 เดือน

จากตัวอย่างจะเห็นว่ารอบที่สั้นกว่า 12 เดือนเกิดขึ้นได้เฉพาะรอบแรกหรือรอบสุดท้ายเท่านั้น รอบระหว่างทางต้องเป็น 12 เดือนเต็มเสมอ

รอบระยะเวลาบัญชีปกติ 12 เดือน ตามมาตรา 65

มาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดว่ารอบระยะเวลาบัญชีสำหรับคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลต้องเท่ากับ 12 เดือน

จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อย คือคิดว่ารอบบัญชีต้องเริ่ม 1 มกราคมเสมอ ความจริงแล้วกฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องเริ่มวันไหน บริษัทเลือกวันเริ่มและวันสิ้นรอบเองได้ ขอแค่ครบ 12 เดือน และเมื่อเลือกแล้วต้องใช้วันเดิมทุกปี จะเปลี่ยนเองไม่ได้

เลือกวันสิ้นรอบบัญชีอย่างไรดี

  • 31 ธันวาคม เหมาะกับธุรกิจทั่วไป เพราะตรงกับปีปฏิทิน เอกสารทุกอย่างสอดคล้องกันหมด ทั้งหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายและงบการเงินของคู่ค้า
  • สิ้นรอบตามฤดูกาลธุรกิจ เหมาะกับกิจการที่มีช่วงพีค เช่น ธุรกิจการศึกษาที่จบปีการศึกษาเดือนมีนาคม หรือธุรกิจเกษตรที่จบฤดูเก็บเกี่ยว การปิดงบหลังพีคจบทำให้ตัวเลขสะท้อนผลงานทั้งรอบได้ครบ
  • ตามบริษัทแม่ ถ้าเป็นบริษัทลูกของกลุ่มต่างชาติ มักต้องใช้รอบเดียวกับบริษัทแม่เพื่อทำงบรวม

รอบบัญชีคร่อมปี คืออะไร

รอบบัญชีคร่อมปี หรือรอบคร่อมรอบ คือรอบบัญชีที่วันเริ่มกับวันสิ้นรอบอยู่คนละปีปฏิทิน เช่น 1 เมษายน 2569 ถึง 31 มีนาคม 2570

รอบแบบนี้ถูกกฎหมายและทำได้ปกติ แต่ต้องระวังเรื่องการอ้างอิงปีภาษี เพราะรอบบัญชีที่สิ้นสุด 31 มีนาคม 2570 จะถือเป็นรอบระยะเวลาบัญชีปี 2569 และต้องยื่น ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วันนับจาก 31 มีนาคม 2570

รอบระยะเวลาบัญชีที่น้อยกว่า 12 เดือน มี 3 กรณี

กฎหมายเปิดช่องให้รอบบัญชีสั้นกว่า 12 เดือนได้เฉพาะ 3 กรณีนี้เท่านั้น

กรณีที่ 1 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตั้งใหม่

กิจการที่เพิ่งจดทะเบียนกำหนดรอบบัญชีแรกให้สั้นกว่า 12 เดือนได้ทันที โดยนับตั้งแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนจัดตั้ง ไปจนถึงวันใดวันหนึ่งที่บริษัทเลือกเอง ไม่ต้องขออนุญาตใคร

ตัวอย่าง จดทะเบียนบริษัทวันที่ 15 มิถุนายน 2569 หากต้องการปิดงบตรงปีปฏิทิน รอบบัญชีแรกจะเป็น 15 มิถุนายน ถึง 31 ธันวาคม 2569 รวม 6 เดือนครึ่ง

เงื่อนไขสำคัญคือ รอบถัดไปต้องกลับมาเป็น 12 เดือนเต็ม คือ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2570

หากเพิ่งจดทะเบียนบริษัทแล้วยังไม่มีรายได้ในรอบแรก ก็ยังต้องปิดงบและยื่นแบบตามปกติ อ่านรายละเอียดได้ที่ บริษัทเปิดใหม่ แต่ยังไม่มีรายได้ ต้องยื่นอะไรบ้าง

กรณีที่ 2 ขอเปลี่ยนวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี

ถ้าธุรกิจจำเป็นต้องเปลี่ยนรอบบัญชี เช่น ต้องทำงบรวมกับบริษัทแม่ในต่างประเทศ หรือเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจ ต้องยื่นคำร้องขออนุมัติต่ออธิบดีกรมสรรพากร พร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็น และแจ้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าด้วย

เมื่อได้รับอนุมัติ รอบบัญชีของปีที่เปลี่ยนจะสั้นกว่า 12 เดือน เพราะเป็นช่วงเชื่อมจากวันสิ้นรอบเดิมไปยังวันสิ้นรอบใหม่

ตัวอย่าง บริษัทเดิมสิ้นรอบ 31 ธันวาคม ขอเปลี่ยนเป็น 30 มิถุนายน รอบเชื่อมจะเป็น 1 มกราคม ถึง 30 มิถุนายน 2569 รวม 6 เดือน จากนั้นรอบถัดไปจึงเป็น 1 กรกฎาคม 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2570 เต็ม 12 เดือน

ข้อควรรู้คือ กรมสรรพากรจะพิจารณาเหตุผลเป็นรายกรณี ไม่ใช่ยื่นแล้วได้ทุกราย และห้ามเปลี่ยนรอบบัญชีเองโดยไม่ได้รับอนุมัติ

กรณีที่ 3 เลิกกิจการ

เมื่อนิติบุคคลจดทะเบียนเลิก กฎหมายให้ถือ “วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนเลิก” เป็นวันสุดท้ายของรอบบัญชีนั้นทันที รอบสุดท้ายจึงมักสั้นกว่า 12 เดือน

จุดที่หลายคนพลาดคือ คิดว่าจดเลิกแล้วภาระภาษีจบ ความจริงคือตราบใดที่ยังชำระบัญชีไม่เสร็จ นิติบุคคลนั้นยังคงมีสถานะอยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และยังมีหน้าที่เสียภาษี ถ้าระหว่างชำระบัญชีมีรายได้หรือกำไร เช่น ขายทรัพย์สินที่เหลือ ต้องนำมาเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามปกติ

อ่านขั้นตอนทั้งหมดได้ที่ ขั้นตอนการจดเลิกบริษัท (ปิดบริษัท) ครบทุกขั้นตอน

รอบระยะเวลาบัญชีที่มากกว่า 12 เดือน ทำได้กรณีเดียว

โดยหลักรอบบัญชีเกิน 12 เดือนไม่ได้ มีข้อยกเว้นเพียงกรณีเดียวคือ เลิกกิจการแล้วยื่นแบบภาษีไม่ทันกำหนด

เมื่อจดทะเบียนเลิกแล้ว ถ้าผู้ชำระบัญชีหรือผู้จัดการไม่สามารถยื่น ภ.ง.ด.50 ได้ภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี สามารถยื่นคำร้องต่ออธิบดีกรมสรรพากรเพื่อขอขยายรอบบัญชีได้ โดยต้องยื่นคำร้องภายใน 30 วันนับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนเลิก

หากได้รับอนุมัติ อธิบดีจะให้รวมช่วงเวลาชำระบัญชีเข้าเป็นรอบเดียวกัน ทำให้รอบบัญชีนั้นยาวเกิน 12 เดือนได้

ข้อควรระวังคือ กำหนด 30 วันนี้สั้นมากและนับจากวันจดทะเบียนเลิก ไม่ใช่วันที่รู้ตัวว่ายื่นไม่ทัน ถ้าเลยกำหนดแล้วจะขอไม่ได้อีก

ตารางสรุปรอบระยะเวลาบัญชีทุกกรณี

กรณีความยาวรอบต้องขออนุมัติไหมข้อกำหนดเพิ่มเติม
บริษัททั่วไป12 เดือนไม่ต้องเริ่มและสิ้นสุดวันใดก็ได้ แต่ต้องใช้วันเดิมทุกปี
ตั้งบริษัทใหม่น้อยกว่า 12 เดือนไม่ต้องนับจากวันจดทะเบียน ถึงวันสิ้นรอบที่เลือก รอบถัดไปต้อง 12 เดือนเต็ม
ขอเปลี่ยนรอบบัญชีน้อยกว่า 12 เดือนต้องขอยื่นต่ออธิบดีกรมสรรพากร พร้อมเหตุผล และแจ้ง DBD
เลิกกิจการน้อยกว่า 12 เดือนไม่ต้องสิ้นสุด ณ วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนเลิก
เลิกกิจการและยื่นไม่ทันมากกว่า 12 เดือนต้องขอยื่นคำร้องภายใน 30 วันหลังจดทะเบียนเลิก

กำหนดเวลายื่นภาษีและงบการเงิน นับจากวันสิ้นรอบบัญชี

วันสิ้นรอบบัญชีเป็นจุดตั้งต้นของทุกกำหนดเวลา ถ้าจำวันนี้ได้ ก็คำนวณกำหนดส่งทั้งปีได้เอง

รายการกำหนดเวลาตัวอย่างสำหรับรอบสิ้น 31 ธ.ค. 2569
ภ.ง.ด.51 ภาษีครึ่งปีภายใน 2 เดือน นับจากวันสิ้น 6 เดือนแรกภายใน 31 ส.ค. 2569
ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นอนุมัติงบภายใน 4 เดือน นับจากวันสิ้นรอบภายใน 30 เม.ย. 2570
นำส่งงบการเงินต่อ DBDภายใน 1 เดือน นับจากวันประชุมอนุมัติโดยทั่วไปไม่เกิน 31 พ.ค. 2570
ภ.ง.ด.50 ภาษีประจำปีภายใน 150 วัน นับจากวันสิ้นรอบภายใน 29 พ.ค. 2570

การไม่นำส่งงบการเงินตามกำหนดมีค่าปรับทั้งกับบริษัทและกรรมการ อ่านอัตราค่าปรับได้ที่ มีความผิดหรือไม่ ถ้าไม่ยื่นงบการเงิน

ทำไมรอบระยะเวลาบัญชีจึงสำคัญกับธุรกิจ

  • คำนวณภาษีถูกต้อง รอบบัญชีเป็นตัวกำหนดว่ารายได้และรายจ่ายก้อนไหนจะถูกนำมาคำนวณกำไรสุทธิของปีนั้น ถ้าบันทึกผิดรอบ จะกลายเป็นการนำรายจ่ายไปใช้ผิดปี ซึ่งเป็นประเด็นที่สรรพากรตรวจพบบ่อย
  • เปรียบเทียบผลประกอบการได้ เมื่อทุกปีใช้ช่วงเวลาเท่ากัน จึงเทียบยอดขายและกำไรระหว่างปีได้อย่างมีความหมาย อ่านวิธีอ่านตัวเลขได้ที่ 3 ขั้นตอนดูงบการเงินสำหรับเจ้าของธุรกิจ
  • วางแผนกระแสเงินสด รู้ว่าต้องจ่ายภาษีเมื่อไร ก็กันเงินไว้ล่วงหน้าได้ ไม่ต้องหาเงินก้อนกะทันหันตอนใกล้ครบ 150 วัน
  • เตรียมปิดงบได้ทัน รู้วันสิ้นรอบล่วงหน้า ทำให้เริ่มเก็บเอกสารและกระทบยอดได้ก่อน ดูขั้นตอนได้ที่ ปิดงบการเงินสิ้นปี ต้องทำอะไรบ้าง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรอบระยะเวลาบัญชี

สำหรับนิติบุคคลถือเป็นเรื่องเดียวกัน ปีภาษีของบริษัทคือรอบระยะเวลาบัญชีนั่นเอง ต่างจากบุคคลธรรมดาที่ปีภาษีตรงกับปีปฏิทินเสมอ คือ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม
ไม่ได้ ต้องยื่นคำร้องขออนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรก่อน และแจ้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าด้วย การเปลี่ยนเองโดยไม่ได้รับอนุมัติจะทำให้งบการเงินและแบบภาษีไม่ตรงกับข้อมูลทะเบียน
สั้นกว่า 12 เดือนได้ตามที่บริษัทเลือก แต่ยาวเกิน 12 เดือนไม่ได้ นับจากวันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนจัดตั้งเป็นวันเริ่มต้น
ไม่ได้ การแบ่งงบเป็นรายไตรมาสเป็นการบริหารจัดการภายในเพื่อดูผลประกอบการระหว่างปีเท่านั้น รอบระยะเวลาบัญชีตามกฎหมายภาษียังคงเป็นรอบ 12 เดือนตามที่จดทะเบียนไว้
ต้องปิด แม้ไม่มีรายได้เลยก็ยังต้องจัดทำงบการเงิน ให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบ นำส่ง DBD และยื่น ภ.ง.ด.50 ตามกำหนด มิฉะนั้นจะมีค่าปรับ
ดูจากงบการเงินหรือแบบ ภ.ง.ด.50 ปีที่แล้ว หรือค้นออนไลน์ที่คลังข้อมูลธุรกิจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตามวิธีในหัวข้อด้านบน

สรุป

รอบระยะเวลาบัญชี คือช่วงเวลา 12 เดือนที่ใช้สรุปผลประกอบการและคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล หนึ่งครั้ง บริษัทเลือกวันเริ่มและวันสิ้นรอบเองได้ แต่เมื่อเลือกแล้วต้องใช้วันเดิมทุกปี จะเปลี่ยนต้องขออนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร

รอบที่สั้นกว่า 12 เดือนเกิดได้ 3 กรณี คือ ตั้งบริษัทใหม่ ขอเปลี่ยนรอบ และเลิกกิจการ ส่วนรอบที่ยาวเกิน 12 เดือนทำได้กรณีเดียวคือเลิกกิจการแล้วยื่นแบบไม่ทัน ซึ่งต้องยื่นคำร้องภายใน 30 วัน

สิ่งที่เจ้าของธุรกิจควรทำตั้งแต่วันนี้ คือเช็ควันสิ้นรอบบัญชีของบริษัทตัวเองให้แน่ชัด แล้วนับกำหนดยื่น ภ.ง.ด.50 และงบการเงิน ล่วงหน้า จะช่วยลดความเสี่ยงจากเบี้ยปรับและเงินเพิ่มได้มาก

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี

หากไม่แน่ใจว่ารอบบัญชีของบริษัทควรเป็นช่วงไหน ต้องการเปลี่ยนรอบบัญชี หรือมีงบการเงินค้างส่งหลายปี ทีมงาน Greenpro KSP ให้คำปรึกษาฟรี

ติดต่อสอบถาม โทร 085-067-4884 หรือแอดไลน์ @greenprokspacc หรือกรอกแบบฟอร์มที่หน้า ติดต่อเรา

แชร์บทความนี้:


ผู้เขียน

Picture of เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี ประสบการณ์กว่า 30 ปี ครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลมากกว่า 400 บริษัท และเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีนโปร เคเอสพี แอคเคาท์ติ้ง จำกัด