เงินสดย่อย Petty Cash

เงินสดย่อย (Petty Cash) คืออะไร วิธีวางระบบไม่ให้เงินรั่วไหล

ทุกธุรกิจย่อมมีค่าใช้จ่ายจุกจิกที่เกิดขึ้นทุกวัน เช่น ค่าแท็กซี่ ค่ากาแฟรับรองลูกค้า ค่าเครื่องเขียน หรือค่าไปรษณีย์ ซึ่งไม่สะดวกที่จะจ่ายผ่านธนาคารหรือออกเช็คทุกครั้ง กิจการจึงต้องมี “เงินสดย่อย” หรือ Petty Cash ไว้สำหรับรายการเหล่านี้ แต่ถ้าไม่มีระบบที่ดี เงินก้อนเล็ก ๆ นี้แหละที่มักกลายเป็น “รูรั่ว” ทางการเงินที่บั่นทอนกำไรโดยไม่รู้ตัว

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าเงินสดย่อยคืออะไร วางระบบอย่างไรให้รัดกุม บันทึกบัญชีแบบไหนให้ถูกต้อง และเชื่อมโยงกับภาษีอย่างไรไม่ให้ถูกสรรพากรปัดออก

สารบัญ

เงินสดย่อย (Petty Cash) คืออะไร

เงินสดย่อย (Petty Cash) คือ เงินสดจำนวนหนึ่งที่กิจการกันไว้เป็น “วงเงินคงที่” สำหรับจ่ายค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นประจำวัน ซึ่งมีมูลค่าไม่สูงและไม่สะดวกจ่ายผ่านธนาคาร เช่น ค่าเดินทาง ค่าเครื่องดื่ม ค่าเครื่องเขียน ค่าพัสดุไปรษณีย์

ระบบเงินสดย่อยที่นิยมใช้เรียกว่า ระบบเงินทดรองคงที่ (Imprest System) คือ การตั้งวงเงินไว้จำนวนหนึ่ง เช่น 5,000 บาท เมื่อใช้ไปจนใกล้หมด ก็ “เบิกชดเชย” ให้กลับมาเท่าวงเงินเดิม โดยแนบใบเสร็จเป็นหลักฐาน ทำให้ยอดเงินสดย่อยรวมกับใบเสร็จที่ใช้ไป ต้องเท่ากับวงเงินตั้งต้นเสมอ ตรวจสอบง่ายและควบคุมการรั่วไหลได้ดี

สรุปสั้น ๆ: เงินสดย่อย = เงินสดก้อนเล็กที่ตั้งวงเงินไว้แน่นอน ใช้จ่ายของจุกจิก แล้วเบิกเติมให้ครบเท่าเดิม

เงินสดย่อย กับ เงินทดรองจ่าย ต่างกันอย่างไร

หลายคนสับสนระหว่างสองคำนี้:

  • เงินสดย่อย (Petty Cash) — วงเงินคงที่ที่ตั้งไว้ประจำ ใช้จ่ายค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ ทั่วไปที่เกิดซ้ำ ๆ ทุกวัน
  • เงินทดรองจ่าย (Advance) — เงินที่จ่ายล่วงหน้าให้พนักงานสำหรับงานหรือโครงการเฉพาะกิจ เช่น เบิกไปจัดงานอีเวนต์ แล้วนำใบเสร็จมาเคลียร์ทีหลัง

เงินสดย่อยจะอยู่กับผู้รักษาเงินตลอด ส่วนเงินทดรองจ่ายเป็นการเบิกครั้งเดียวจบตามงาน

ทำไมธุรกิจต้องมีระบบเงินสดย่อย

แม้จะดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ค่าใช้จ่ายจุกจิกมีผลโดยตรงต่อ “กำไรสุทธิ” เพราะทุกบาทที่จ่ายออกไปคือต้นทุน หากควบคุมไม่ได้ กิจการอาจขาดทุนโดยไม่รู้ตัว

นอกจากนี้ยังมีผลเชิงพฤติกรรม หากพนักงานรู้สึกว่าค่าใช้จ่ายเล็กน้อยใช้ได้โดยไม่ต้องรายงาน ก็อาจนำไปสู่ปัญหาวินัย เช่น นำเงินบริษัทไปซื้อของส่วนตัว เบิกค่าเดินทางเกินจริง หรือออกใบเสร็จซ้ำซ้อน และถ้าไม่มีการบันทึกที่เป็นระบบ ก็กระทบต่อความถูกต้องของบัญชีและการวางแผนภาษีในภาพรวม

สาเหตุที่ทำให้เงินสดย่อยรั่วไหล

  • ไม่มีการบันทึกบัญชีอย่างสม่ำเสมอ — ไม่เก็บใบเสร็จ หรือไม่บันทึกค่าใช้จ่ายย่อยในระบบ ทำให้เงินหายไปจากระบบและติดตามไม่ได้
  • ไม่มีการกำหนดวงเงินอย่างเป็นทางการ — เมื่อไม่ตั้งวงเงิน petty cash ที่ชัดเจน การใช้จ่ายก็เป็นไปตามความเคยชินของแต่ละคน มากกว่าการวางแผน
  • ไม่แยกเงินส่วนตัวกับเงินบริษัท — เจ้าของนำเงินสดบริษัทมาใช้ปนกับส่วนตัว โดยไม่มีเอกสารหรือรายงาน ทำให้รั่วไหลจำนวนมากโดยไม่รู้ตัว
  • ขาดวินัยในการอนุมัติและเบิกจ่าย — ไม่มีระบบอนุมัติหรือผู้ตรวจสอบ พนักงานใช้เงินในนามบริษัทได้โดยไม่มีหลักฐานเพียงพอ
  • ไม่ตรวจสอบย้อนหลังเป็นประจำ — เมื่อไม่มีการตรวจรายเดือนหรือรายไตรมาส ก็ไม่มีทางรู้ว่าค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ กำลังสะสมมากแค่ไหน

วิธีวางระบบเงินสดย่อยให้รัดกุม 6 ขั้น

1. ตั้งวงเงินและระบบ Petty Cash อย่างเป็นทางการ

กำหนดวงเงินสดย่อย เช่น 3,000–10,000 บาท ตามขนาดกิจการ มอบหมายผู้รับผิดชอบดูแล (ผู้รักษาเงินสดย่อย) พร้อมเอกสารประกอบการเบิกจ่ายทุกครั้ง เช่น แบบฟอร์มขอใช้เงินสดย่อย ใบเสร็จต้นฉบับ และใบอนุมัติจากผู้จัดการ

2. ใช้แอปหรือโปรแกรมบัญชีบันทึกทุกรายการ

การใช้แอปพลิเคชันหรือโปรแกรมบัญชีช่วยให้ทุกค่าใช้จ่ายถูกบันทึกและจัดหมวดหมู่อัตโนมัติ ลดการตกหล่นและง่ายต่อการตรวจสอบย้อนหลัง ระบบบัญชีในบริษัทควรมีอะไรบ้าง

3. กำหนดนโยบายค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด

เช่น ค่าเดินทางต้องแนบใบเสร็จทุกครั้ง กำหนดเพดานค่าอาหารต่อวัน และห้ามใช้เงินสดบริษัทซื้อของส่วนตัวเด็ดขาด เพื่อให้ทุกคนถือปฏิบัติเหมือนกัน

4. ตรวจสอบยอดรายเดือน (Monthly Review)

ตรวจนับเงินสดย่อยคงเหลือทุกเดือน แล้วนำไปบวกกับใบเสร็จที่ใช้ไป ต้องเท่ากับวงเงินตั้งต้นเสมอ พร้อมเปรียบเทียบกับงบประมาณและวิเคราะห์ว่ามีรายการใดสูงผิดปกติ

5. แยกบัญชีส่วนตัว–ธุรกิจอย่างเด็ดขาด

แม้เป็นธุรกิจขนาดเล็ก ก็ควรเปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท (เปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท ใช้เอกสารอะไรบ้าง) และไม่ใช้บัญชีเดียวกับส่วนตัว เพื่อให้ติดตามค่าใช้จ่ายได้อย่างโปร่งใส วิธีแยกบัญชีธุรกิจกับบัญชีส่วนตัว

6. จัดหมวดหมู่ค่าใช้จ่ายย่อยให้ชัดเจน

แบ่งหมวด เช่น ค่าเดินทาง ค่าเครื่องใช้สำนักงาน ค่าพัสดุ ค่าทิปและเลี้ยงรับรอง และค่าจิปาถะอื่น ๆ โดยแต่ละหมวดควรมีเพดานและเงื่อนไขในการเบิกจ่ายที่ชัดเจน ค่ารับรอง หักภาษีได้แค่ไหน

วิธีบันทึกบัญชีเงินสดย่อย พร้อมตัวอย่าง

ในระบบเงินทดรองคงที่ (Imprest System) จะบันทึกบัญชีเพียง 2 จังหวะ คือ ตอนตั้งวงเงิน และตอนเบิกชดเชย ส่วนระหว่างที่จ่ายค่าใช้จ่ายย่อยจะยังไม่ลงบัญชี เพียงเก็บใบสำคัญไว้

ตัวอย่าง: ตั้งวงเงินเงินสดย่อย 5,000 บาท

1) เมื่อตั้งกองทุนเงินสดย่อย

  • เดบิต เงินสดย่อย 5,000
  • เครดิต เงินฝากธนาคาร 5,000

2) ระหว่างเดือน จ่ายค่าแท็กซี่ ค่าเครื่องเขียน ค่าไปรษณีย์ รวม 4,200 บาท
→ ยังไม่บันทึกบัญชี เก็บใบเสร็จ/ใบสำคัญจ่ายไว้ในกล่องเงินสดย่อย
(เงินสดในมือจะเหลือ 800 บาท + ใบเสร็จ 4,200 บาท = 5,000 บาทเท่าเดิม)

3) เมื่อเบิกชดเชยให้ครบวงเงิน (ถอนจากธนาคาร 4,200 บาท)

  • เดบิต ค่าพาหนะ / ค่าเครื่องเขียน / ค่าไปรษณีย์ (ตามจริง) 4,200
  • เครดิต เงินฝากธนาคาร 4,200

บัญชี “เงินสดย่อย” จะคงยอด 5,000 บาทเสมอ ทำให้ตรวจสอบง่ายและรู้ทันทีหากมีเงินขาดหรือเกิน

เงินสดย่อยกับภาษี: จุดที่สรรพากรตรวจ

แม้ค่าใช้จ่ายย่อยจะมีมูลค่าไม่มาก แต่หากรวมทั้งปีเป็นจำนวนมากและไม่มีหลักฐานเพียงพอ อาจถูกมองว่าเป็น “รายจ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการ” ตามประมวลรัษฎากร และถูกปัดออกจากการคำนวณภาษี (บวกกลับ) ได้

แนวทางที่ควรทำ:

  • เก็บใบเสร็จทุกฉบับไว้ครบ 5 ปี
  • สแกนใบเสร็จลงระบบคลาวด์หรือไดรฟ์กันสูญหายและหมึกจาง
  • จัดทำรายงานสรุปค่าใช้จ่ายประจำเดือนพร้อมแนบเอกสาร
  • ตรวจว่ารายจ่ายแต่ละรายการเกี่ยวข้องกับกิจการจริง
  • จ่ายบุคคลธรรมดา (เช่น ค่าจ้างงานย่อย) ต้องออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายด้วย

เกร็ดสำคัญ: หากค่าใช้จ่ายรายการใดเข้าข่ายรายจ่ายที่หักภาษีไม่ได้ ควรศึกษาเพิ่มที่บทความ ค่าใช้จ่ายต้องห้ามทางภาษี เพื่อไม่ให้ถูกบวกกลับตอนปิดงบ

เทคนิคสำหรับเจ้าของกิจการรายย่อย

  • ตั้ง Excel หรือ Google Sheet ง่าย ๆ ให้พนักงานกรอกค่าใช้จ่ายรายวัน
  • ตรวจสอบทุกสัปดาห์ และสรุปยอดรายเดือน
  • กำหนดให้รายการที่เกิน 2,000 บาทต่อครั้งต้องขออนุมัติก่อนเบิก
  • แปะใบเสร็จให้ครบทุกใบในแฟ้ม หรืออัปโหลดเข้าระบบทันที

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เงินสดย่อย (Petty Cash) คือเงินสดวงเงินคงที่ที่กิจการกันไว้จ่ายค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ ประจำวัน เช่น ค่าเดินทาง ค่าเครื่องเขียน โดยเบิกชดเชยให้ครบวงเงินเดิมเมื่อใกล้หมด
ขึ้นอยู่กับขนาดกิจการและความถี่ของค่าใช้จ่ายย่อย โดยทั่วไปอยู่ที่ 3,000–10,000 บาท ให้พอใช้ประมาณ 2–4 สัปดาห์ก่อนเบิกชดเชยรอบใหม่
เงินสดย่อยเป็นวงเงินคงที่สำหรับค่าใช้จ่ายย่อยที่เกิดซ้ำ ๆ ส่วนเงินทดรองจ่ายคือเงินที่จ่ายล่วงหน้าให้พนักงานทำงานเฉพาะกิจ แล้วนำใบเสร็จมาเคลียร์ภายหลัง
ต้องเก็บไว้อย่างน้อย 5 ปีตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการตรวจสอบของสรรพากร

ติดต่อบริการทำบัญชี

หากต้องการวางระบบเงินสดย่อยและระบบบัญชีให้รัดกุม ตรวจสอบได้ และถูกต้องตามภาษี ทีมงาน กรีนโปร เคเอสพี แอคเคาท์ติ้ง พร้อมให้คำปรึกษา

บริการรับทำบัญชี

ติดต่อสำนักงานบัญชี บริษัท กรีนโปร เคเอสพี แอคเคาท์ติ้ง จำกัด
ที่อยู่: 32/8 ซอยสุขาภิบาล 5 ซอย 73 (พรกุลวัฒน์) แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ 10220
เวลาทำการ: จันทร์ – ศุกร์ เวลา 8.30 – 17.30 น.
LINE Official Account: @greenprokspacc
โทรศัพท์: 085-067-4884

แชร์บทความนี้:


ผู้เขียน

Picture of เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี ประสบการณ์กว่า 30 ปี ครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลมากกว่า 400 บริษัท และเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีนโปร เคเอสพี แอคเคาท์ติ้ง จำกัด