มาทำความรู้จักกับซอฟต์แวร์ Odoo

Odoo คืออะไร และใช้กับบัญชีภาษีไทยได้แค่ไหน

คำตอบสั้นที่สุดคือ Odoo คือระบบ ERP โอเพนซอร์สที่รวมงานขาย คลังสินค้า จัดซื้อ และบัญชีไว้ในฐานข้อมูลเดียว ใช้กับธุรกิจไทยได้จริง แต่ต้องตั้งค่าเพิ่มให้รองรับ VAT 7% ใบกำกับภาษีเต็มรูป และหัก ณ ที่จ่าย ก่อนใช้งานจริง เพราะระบบมาตรฐานถูกออกแบบมาสำหรับสากล ไม่ได้ตั้งค่าไทยมาให้ตั้งแต่แรก

บทความนี้ไม่ได้เป็นคู่มือ Odoo ฉบับเต็ม เพราะมีหน้าที่อธิบายไว้ครบแล้ว แต่จะเจาะเฉพาะเรื่องที่เจ้าของธุรกิจไทยต้องเตรียม นั่นคือระบบบัญชีและเอกสารภาษีที่กรมสรรพากรยอมรับ ซึ่งเป็นจุดที่หลายกิจการพลาดหลังวางระบบเสร็จ

สารบัญ

Odoo คืออะไร แบบสรุป

Odoo คือชุดซอฟต์แวร์บริหารธุรกิจแบบ ERP ที่รวมโมดูลงานหลายด้านไว้ในระบบเดียว จุดต่างจากโปรแกรมบัญชีทั่วไปคือข้อมูลไหลต่อกันทั้งสายงาน ตั้งแต่ใบเสนอราคา ใบสั่งขาย ตัดสต๊อก ออกใบกำกับภาษี ไปจนถึงบันทึกบัญชีอัตโนมัติ โดยไม่ต้องคีย์ซ้ำหลายรอบ

จุดเด่นความหมายในทางปฏิบัติ
Modularเลือกเปิดเฉพาะโมดูลที่ใช้ ค่อยเพิ่มทีหลังได้
ข้อมูลชุดเดียวขายตัดสต๊อก แล้วลงบัญชีอัตโนมัติในทันที
Open Sourceมีรุ่น Community ที่ไม่มีค่าลิขสิทธิ์ และรุ่น Enterprise ที่มีฟีเจอร์เพิ่ม
ปรับแต่งได้เพิ่มฟิลด์และรายงานตามงานจริงของกิจการได้

หากต้องการรายละเอียดเชิงลึกเรื่องเวอร์ชัน โมดูลทั้งหมด ราคา และการเปรียบเทียบกับ ERP เจ้าอื่น อ่านต่อได้ที่ คู่มือ Odoo ฉบับสมบูรณ์สำหรับธุรกิจไทย ซึ่งเขียนไว้ครบทุกประเด็นแล้ว

โมดูลของ Odoo ที่เกี่ยวกับงานบัญชีโดยตรง

จากมุมของสำนักงานบัญชี โมดูลที่มีผลต่อการปิดงบและยื่นภาษีมีอยู่ไม่กี่ตัว แต่ตั้งค่าผิดตัวเดียวก็กระทบทั้งระบบ

  • Accounting หัวใจของงานบัญชี ผังบัญชี สมุดรายวัน งบการเงิน และการกระทบยอด
  • Sales กับ Invoicing ออกใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ และใบกำกับภาษี ซึ่งต้องปรับรูปแบบให้ตรงกฎหมายไทย
  • Purchase ใบสั่งซื้อและการรับใบกำกับภาษีซื้อ มีผลต่อการเคลมภาษีซื้อโดยตรง
  • Inventory ตัดสต๊อกและคำนวณต้นทุน ซึ่งเชื่อมกับต้นทุนขายในงบกำไรขาดทุน
  • POS สำหรับหน้าร้าน ต้องดูเงื่อนไขการใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินตามที่สรรพากรกำหนดควบคู่ไปด้วย

หากยังไม่แน่ใจว่าระบบบัญชีของกิจการควรมีอะไรบ้างก่อนย้ายเข้า ERP อ่านพื้นฐานได้ที่ ระบบบัญชีในบริษัทควรมีอะไรบ้าง

Odoo กับระบบภาษีไทย ต้องปรับอะไรบ้าง

นี่คือส่วนที่ทำให้โครงการ ERP หลายโครงการสะดุดหลังใช้งานจริง เพราะ Odoo มาตรฐานออกแบบมาให้ใช้ได้ทั่วโลก ไม่ได้ตั้งค่าตามประมวลรัษฎากรไทยมาให้ตั้งแต่แรก

ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีซื้อภาษีขาย

ต้องตั้งค่าอัตราภาษี 7% พร้อมแยกบัญชีภาษีซื้อและภาษีขายให้ถูกต้อง และตรวจว่าระบบคำนวณแบบถอด VAT ออกจากราคารวมได้ ไม่ใช่คูณเพิ่มอย่างเดียว รวมถึงต้องออกรายงานภาษีซื้อและภาษีขายรายเดือนให้ตรงรูปแบบที่ใช้ยื่น ภ.พ.30 ได้

พื้นฐานเรื่องกลไกภาษีซื้อภาษีขาย อ่านได้ที่ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) คืออะไร

ใบกำกับภาษีเต็มรูป

แบบฟอร์มใบแจ้งหนี้มาตรฐานของ Odoo ไม่ได้มีรายการครบตามที่กฎหมายไทยกำหนด ต้องแก้เทมเพลตให้แสดงคำว่า “ใบกำกับภาษี” เลขประจำตัวผู้เสียภาษีทั้งสองฝ่าย และข้อความระบุสำนักงานใหญ่หรือเลขสาขา 5 หลัก

รายการที่ต้องมีครบดูได้ที่ ใบกำกับภาษีเต็มรูป ก่อนสั่งให้ผู้วางระบบแก้เทมเพลต จะได้ไม่ต้องแก้ซ้ำหลายรอบ

ใบลดหนี้และใบเพิ่มหนี้

Odoo มีฟังก์ชัน Credit Note มาให้ แต่ต้องปรับให้เอกสารแสดงครบทั้งมูลค่าเดิม มูลค่าที่ถูกต้อง และผลต่าง ตามที่คำสั่งกรมสรรพากรกำหนด ไม่ใช่แสดงเฉพาะยอดผลต่างอย่างเดียวแบบค่ามาตรฐาน

เงื่อนไขและรายการที่ต้องมี อ่านที่ ใบลดหนี้ คืออะไร

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

งานที่ระบบสากลไม่มีคือการหัก ณ ที่จ่ายตอนจ่ายเงิน ต้องตั้งค่าอัตราหักตามประเภทเงินได้ ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย และดึงข้อมูลไปทำแบบ ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ได้

e-Tax Invoice และ e-Receipt

หากกิจการเข้าระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ต้องตรวจว่าระบบสร้างไฟล์ตามโครงสร้างที่กรมสรรพากรกำหนดและลงลายมือชื่อดิจิทัลได้ ซึ่งมักต้องต่อกับผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต ไม่ใช่ฟีเจอร์ที่มาพร้อมระบบมาตรฐาน

ผังบัญชีไทย

ผังบัญชีเริ่มต้นของ Odoo เป็นแบบสากล ต้องปรับให้เข้ากับผังบัญชีที่ใช้ยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อให้ออกงบแสดงฐานะการเงินและงบกำไรขาดทุนตามรูปแบบที่ใช้ยื่นได้จริง

Odoo กับการปิดงบและผู้สอบบัญชี

ต่อให้ระบบบันทึกรายการได้ครบ การปิดงบยังต้องผ่านผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเหมือนเดิม สิ่งที่ควรเตรียมตั้งแต่วางระบบคือ

  • สิทธิ์เข้าถึงสำหรับผู้ตรวจสอบ สร้าง user แบบอ่านอย่างเดียวให้ผู้สอบบัญชีดูข้อมูลย้อนหลังได้
  • ร่องรอยการแก้ไข เปิด log ให้เห็นว่าใครแก้รายการใดเมื่อไหร่ เพราะเป็นสิ่งที่ผู้สอบบัญชีขอดูเสมอ
  • การล็อกงวดบัญชี ปิดงวดที่ตรวจแล้วไม่ให้ย้อนกลับไปแก้ ป้องกันตัวเลขเปลี่ยนหลังยื่นงบ
  • รายงานที่ส่งออกได้ งบทดลอง สมุดรายวัน และรายงานภาษี ต้องส่งออกเป็นไฟล์ให้ผู้สอบบัญชีได้

ประเด็นเหล่านี้ควรคุยกับทั้งผู้วางระบบและสำนักงานบัญชีพร้อมกันตั้งแต่ต้นโครงการ ไม่ใช่ตอนใกล้ปิดงบ

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจใช้ Odoo

  • ค่าใช้จ่ายไม่ได้มีแค่ค่าลิขสิทธิ์ ต้องรวมค่าวางระบบ ค่าปรับแต่งให้เข้ากฎหมายไทย ค่าย้ายข้อมูล และค่าอบรมทีม
  • ต้องมีคนดูแลต่อเนื่อง ระบบ ERP ไม่ใช่ติดตั้งครั้งเดียวจบ ต้องมีผู้ดูแลเมื่ออัปเกรดเวอร์ชันหรือกฎหมายเปลี่ยน
  • ข้อมูลตั้งต้นต้องสะอาด ถ้าย้ายข้อมูลที่ผิดเข้าไป ระบบใหม่จะผิดตามทันที ควรเคลียร์บัญชีค้างให้จบก่อนย้าย
  • ทีมต้องเปลี่ยนวิธีทำงาน ประโยชน์ของ ERP เกิดเมื่อทุกฝ่ายบันทึกในระบบเดียวกัน ถ้ายังทำ Excel คู่ขนานจะไม่ได้ผล

Odoo เหมาะกับธุรกิจแบบไหน

เหมาะยังไม่จำเป็น
มีสต๊อกสินค้าและหลายช่องทางขายธุรกิจบริการที่รายการไม่ซับซ้อน
ต้องการให้ขาย คลัง และบัญชีเชื่อมกันใช้โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปแล้วยังพอ
มีหลายสาขาหรือหลายบริษัทในเครือกิจการเจ้าของคนเดียว รายการน้อย
ต้องการรายงานต้นทุนแบบเรียลไทม์ยังไม่มีทีมที่จะดูแลระบบต่อเนื่อง

ถ้ายังอยู่ในกลุ่มขวา การ วางระบบบัญชีให้เป็นระเบียบก่อน จะคุ้มกว่าการลงทุน ERP ทันที

ใครวางระบบ Odoo ในไทยได้บ้าง

การวางระบบ Odoo ให้ใช้งานได้จริงในไทยต้องอาศัยทีมที่เข้าใจทั้งตัวระบบและกฎหมายภาษีไทย เพราะงานส่วนใหญ่คือการปรับให้เอกสารและรายงานตรงกับที่กรมสรรพากรและกรมพัฒนาธุรกิจการค้ายอมรับ

สิ่งที่ควรถามผู้วางระบบก่อนเริ่มโครงการ

  • เคยปรับใบกำกับภาษีเต็มรูปให้ผ่านการตรวจของสรรพากรมาแล้วกี่ราย
  • รองรับการออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายและทำ ภ.ง.ด.3 กับ ภ.ง.ด.53 ได้ไหม
  • เชื่อมต่อ e-Tax Invoice ได้หรือไม่ ผ่านผู้ให้บริการรายใด
  • มีบริการดูแลหลังส่งมอบและอัปเกรดเวอร์ชันอย่างไร

ในเครือของเรา งานวางระบบ Odoo ดูแลโดย Perfect Blending ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์ Odoo ทำงานร่วมกับทีมบัญชีของ Greenpro KSP ทำให้ระบบที่วางเสร็จออกเอกสารและรายงานที่ใช้ยื่นภาษีได้จริง ไม่ต้องมาแก้ทีหลัง

คำถามที่พบบ่อย

Odoo คือระบบ ERP แบบโอเพนซอร์สที่รวมโมดูลงานขาย จัดซื้อ คลังสินค้า และบัญชีไว้ในฐานข้อมูลเดียว จุดต่างจากโปรแกรมบัญชีทั่วไปคือข้อมูลไหลต่อกันทั้งสายงาน ตั้งแต่ใบเสนอราคาจนถึงบันทึกบัญชี โดยไม่ต้องคีย์ซ้ำหลายรอบ
ใช้ได้ แต่ต้องตั้งค่าเพิ่ม เพราะระบบมาตรฐานออกแบบมาให้ใช้ได้ทั่วโลก ไม่ได้ตั้งค่าตามกฎหมายไทยมาให้ สิ่งที่ต้องปรับได้แก่ อัตรา VAT 7% รูปแบบใบกำกับภาษีเต็มรูป การหักภาษี ณ ที่จ่าย และผังบัญชีที่ใช้ยื่นงบการเงิน
ได้ แต่ต้องแก้เทมเพลตก่อน เพราะแบบฟอร์มใบแจ้งหนี้มาตรฐานไม่มีรายการครบตามกฎหมายไทย ต้องเพิ่มคำว่าใบกำกับภาษี เลขประจำตัวผู้เสียภาษีทั้งสองฝ่าย และข้อความระบุสำนักงานใหญ่หรือเลขสาขา 5 หลัก
ระบบมาตรฐานไม่มีมาให้ ต้องตั้งค่าเพิ่มหรือใช้โมดูลเสริมสำหรับประเทศไทย เพื่อให้หักตามอัตราของแต่ละประเภทเงินได้ ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย และดึงข้อมูลไปทำแบบ ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ได้
ยังต้องมี กฎหมายกำหนดให้งบการเงินของนิติบุคคลต้องผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทุกปี ไม่ว่าจะใช้ระบบใด สิ่งที่ Odoo ช่วยได้คือทำให้ข้อมูลครบและตรวจสอบย้อนหลังได้ง่ายขึ้น
เหมาะกับกิจการที่มีสต๊อกสินค้า ขายหลายช่องทาง มีหลายสาขาหรือหลายบริษัทในเครือ และต้องการให้งานขาย คลัง กับบัญชีเชื่อมกัน ส่วนกิจการบริการที่รายการไม่ซับซ้อนหรือยังไม่มีทีมดูแลระบบ การใช้โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปก่อนจะคุ้มกว่า

สรุป

Odoo เป็นระบบ ERP ที่ใช้กับธุรกิจไทยได้จริง และช่วยให้ข้อมูลขาย คลัง และบัญชีเชื่อมกันโดยไม่ต้องคีย์ซ้ำ แต่ระบบมาตรฐานไม่ได้ตั้งค่าตามกฎหมายไทยมาให้ ต้องปรับเพิ่มทั้งอัตรา VAT รูปแบบใบกำกับภาษี ใบลดหนี้ หัก ณ ที่จ่าย และผังบัญชี

จุดที่ทำให้โครงการ ERP สะดุดบ่อยที่สุดไม่ใช่เรื่องเทคนิค แต่เป็นการวางระบบเสร็จแล้วพบว่าเอกสารที่ออกมาใช้ยื่นภาษีไม่ได้ ต้องกลับมาแก้เทมเพลตและรายงานใหม่ ซึ่งเสียทั้งเวลาและงบประมาณ

สิ่งที่ควรทำตั้งแต่ต้นคือให้ผู้วางระบบกับสำนักงานบัญชีคุยกันตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงการ เพื่อกำหนดว่าเอกสารและรายงานที่ต้องออกมีอะไรบ้าง แล้วค่อยออกแบบระบบตามนั้น

ปรึกษาเรื่องบัญชีภาษีสำหรับผู้ใช้ Odoo

ถ้ากำลังจะวางระบบ Odoo หรือใช้อยู่แล้วแต่ไม่แน่ใจว่าเอกสารที่ระบบออกมาใช้ยื่นภาษีได้หรือไม่ ทีมงาน Greenpro KSP ให้คำปรึกษาฟรี

แชร์บทความนี้:


ผู้เขียน

Picture of เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี ประสบการณ์กว่า 30 ปี ครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลมากกว่า 400 บริษัท และเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีนโปร เคเอสพี แอคเคาท์ติ้ง จำกัด