ใบอนุญาตเปิดร้านอาหาร ต้องมีใบอนุญาตอะไรบ้าง

เปิดร้านอาหารต้องขอใบอนุญาตอะไรบ้าง? สรุปครบ ปี 2569

เมื่อต้องการเปิดร้านอาหารในประเทศไทย คุณต้องเตรียมใบอนุญาตหลัก 3–5 อย่าง ขึ้นกับขนาดร้านและประเภทบริการที่ให้ ซึ่งได้แก่:

  • จดทะเบียนธุรกิจ (ทะเบียนพาณิชย์หรือจดบริษัท)
  • ใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้ง “สถานที่จำหน่ายอาหาร” ตามขนาดพื้นที่
  • ใบอนุญาตขายสุรา (หากขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์)
  • ใบอนุญาตกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (เฉพาะบางกรณี เช่น สะสมแก๊ส LPG ปริมาณมาก หรือมีดนตรีสด)
  • การขออนุญาตใช้เพลงลิขสิทธิ์/ป้าย (หากเกี่ยวข้อง)

ส่วนใหญ่ยื่นที่สำนักงานเขตหรือเทศบาลในพื้นที่ ค่าธรรมเนียมตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพันบาท และควรขอ ก่อนเปิดร้าน

เกณฑ์สำคัญที่ต้องรู้: ร้านที่มีพื้นที่เกิน 200 ตารางเมตร ต้องขอใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหารแบบเต็มรูปแบบ ส่วนร้านที่ไม่เกิน 200 ตารางเมตร สามารถใช้หนังสือรับรองการแจ้ง (ตาม พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ศ. 2535

สารบัญ

ตารางสรุปใบอนุญาตร้านอาหาร

ใบอนุญาตจำเป็นเมื่อผู้ออกใบอนุญาตเอกสารหลัก
จดทะเบียนพาณิชย์ / จดบริษัททุกร้าน (เริ่มประกอบกิจการ)สนง.เขต/เทศบาล หรือ DBDบัตร ปชช., ทะเบียนบ้านร้าน, สัญญาเช่า
ใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหาร (>200 ตร.ม.)พื้นที่เกิน 200 ตร.ม.สนง.เขต/เทศบาล/อบต.แบบคำขอ, เอกสารสถานที่ (สำเนาทะเบียนบ้าน, แผนผังร้าน,ทะเบียนบ้าน, รูปถ่ายร้าน)
หนังสือรับรองการแจ้งฯ (≤200 ตร.ม.)พื้นที่ไม่เกิน 200 ตร.ม.สนง.เขต/เทศบาล/อบต.แบบคำขอ, เอกสารสถานที่ (สำเนาทะเบียนบ้าน, แผนผังร้าน,ทะเบียนบ้าน, รูปถ่ายร้าน)
ใบอนุญาตขายสุราขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กรมสรรพสามิตแบบคำขอ, เอกสารสถานที่, ค่าธรรมเนียม
ใบอนุญาตกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเฉพาะบางกรณี: สะสมแก๊ส LPG มาก / มีดนตรีสด / ครัวกลาง (ปิ้งย่างเสิร์ฟในร้านได้รับยกเว้น)สนง.เขต/เทศบาลแบบคำขอ, แผนผัง, มาตรการความปลอดภัย
ขออนุญาตเพลงลิขสิทธิ์เปิดเพลงมีลิขสิทธิ์ในร้านเจ้าของลิขสิทธิ์/ตัวแทนจัดเก็บสัญญาอนุญาต/จ่ายค่าลิขสิทธิ์
ภาษีป้าย / ขออนุญาตป้ายติดตั้งป้ายร้านท้องถิ่น/เทศบาลแบบแสดงรายการภาษีป้าย

ใบอนุญาตที่ “ทุกร้านต้องมี”

1. จดทะเบียนธุรกิจ (ทะเบียนพาณิชย์ หรือ จดบริษัท)

ก่อนอื่น ร้านต้องมีตัวตนทางกฎหมายให้ชัดเจน ถ้าเปิดร้านในนามบุคคลธรรมดา ให้จดทะเบียนพาณิชย์ภายใน 30 วันนับจากเริ่มกิจการ ที่สำนักงานเขต/เทศบาล ส่วนร้านที่มีหุ้นส่วนหรือต้องการความน่าเชื่อถือและลดหย่อนภาษีนิติบุคคล อาจเลือก จดทะเบียนบริษัท กับ DBD

หมายเหตุ: คำว่า “จดทะเบียนร้านอาหาร” ที่หลายคนค้นหา จริง ๆ หมายถึงขั้นตอนนี้ — ไม่ใช่ใบอนุญาตด้านอาหารโดยตรง

สนใจให้ Greenpro KSP จดทะเบียนให้ครบตั้งแต่ทะเบียนพาณิชย์ถึงจดบริษัท ดูรายละเอียดที่ บริการรับจดทะเบียนบริษัท

2. ใบอนุญาต/หนังสือรับรองการแจ้ง สถานที่จำหน่ายอาหาร

ใบนี้ทุกร้านที่ปรุงอาหารขายต้องมี และแบ่งตามขนาดพื้นที่ร้านเป็น 2 แบบ

ขนาดร้านสิ่งที่ต้องขอ
เกิน 200 ตร.ม.ใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหาร
ไม่เกิน 200 ตร.ม.หนังสือรับรองการแจ้งจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหาร

ยื่นที่สำนักงานเขตถ้าอยู่กรุงเทพฯ หรือเทศบาล/อบต. ถ้าอยู่ต่างจังหวัด เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสุขลักษณะของสถานที่ก่อนออกใบให้ และใบมีอายุต้องต่อตามรอบที่ท้องถิ่นกำหนด

รายละเอียดเอกสารที่ต้องเตรียม ค่าธรรมเนียมแต่ละขนาดร้าน เกณฑ์สุขลักษณะที่เจ้าหน้าที่ตรวจ และวิธียื่นทีละขั้น อ่านได้ที่ ใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหาร ร้านอาหารและคาเฟ่

ใบอนุญาตที่ขอ “เพิ่มตามประเภทร้าน”

3. ใบอนุญาตขายสุรา (เฉพาะร้านที่ขายแอลกอฮอล์)

ร้านที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องขอใบอนุญาตขายสุราจากกรมสรรพสามิตก่อนเปิดขาย ใบอนุญาตแบ่งเป็นขายปลีกกับขายส่ง ค่าธรรมเนียมต่างกัน และหมดอายุวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี ต้องต่อทุกปี

3 ข้อที่ทำให้ร้านโดนปรับบ่อยที่สุดคือ ขายนอกเวลาที่กฎหมายกำหนด ขายให้คนอายุต่ำกว่า 20 ปี และตั้งจุดขายใกล้สถานศึกษาหรือศาสนสถาน โดยเฉพาะเรื่องเวลาขายที่มีการผ่อนปรนเป็นระยะ ต้องเช็กประกาศล่าสุดก่อนเสมอ

ขั้นตอนขอ เอกสาร ค่าธรรมเนียมแต่ละประเภท เวลาขายที่ใช้อยู่ปัจจุบัน และวิธีต่ออายุ อ่านครบได้ที่ วิธีขอใบอนุญาตขายสุรา

4. ใบอนุญาตกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

เข้าใจให้ถูกก่อน: การปิ้ง ย่าง ทอด เพื่อเสิร์ฟลูกค้าในร้าน ไม่ต้องขอใบอนุญาตนี้ ได้รับยกเว้นตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2558 เพราะถือว่าอยู่ภายใต้ใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหารอยู่แล้ว ท้องถิ่นจะคุมเรื่องควันและกลิ่นผ่านปล่องดูดควันกับบ่อดักไขมันแทน

ร้านอาหารต้องขอใบนี้เพิ่มเฉพาะ 3 กรณีเท่านั้น

  • สะสมแก๊ส LPG เกินเกณฑ์ที่ท้องถิ่นกำหนด
  • มีดนตรีสดหรือคาราโอเกะ
  • เป็นครัวกลางผลิตส่งขายส่ง

ถ้าร้านเข้าข่าย 3 กรณีนี้ ดูประเภทกิจการทั้งหมดที่กฎหมายกำหนด เอกสาร ค่าธรรมเนียม และขั้นตอนยื่นได้ที่ ใบอนุญาตกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

5. เพลงลิขสิทธิ์ และป้ายร้าน

  • เปิดเพลงในร้าน: ต้องได้รับอนุญาต/ชำระค่าลิขสิทธิ์กับเจ้าของสิทธิ์ (ไม่ใช่ใบอนุญาตจากรัฐ แต่เลี่ยงไม่ได้ มิฉะนั้นเสี่ยงถูกฟ้อง)

•ติดป้ายร้าน: มีภาระ ภาษีป้าย และอาจต้องขออนุญาตติดตั้งกับท้องถิ่น

ร้านอาหารตามสั่ง / ก๋วยเตี๋ยว / ร้านเล็กในตลาด ต้องจดทะเบียนและขอใบอนุญาตไหม?

ต้องจดครับ แม้เป็นร้านตามสั่งเล็ก ๆ ร้านก๋วยเตี๋ยว หรือร้านในตลาด/หมู่บ้าน ตามกฎหมายก็ถือเป็น “สถานที่จำหน่ายอาหาร” ที่ต้องดำเนินการให้ถูกต้องก่อนเปิด

  • จดทะเบียนพาณิชย์: ร้านในนามบุคคลธรรมดาควรจดภายใน 30 วันหลังเริ่มกิจการ
  • หนังสือรับรองการแจ้งจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหาร: สำหรับร้านพื้นที่ ≤200 ตร.ม. (ร้านเล็กส่วนใหญ่อยู่กลุ่มนี้)
  • หนังสือยินยอมใช้พื้นที่: ถ้าเช่าแผง/พื้นที่ในตลาด ต้องขอจากเจ้าของพื้นที่แนบคำขอ

ร้านอาหารต้องเสียภาษีอะไรบ้าง

สรุปสั้น ๆ คือขึ้นกับรูปแบบที่จดทะเบียนไว้

  • บุคคลธรรมดา เงินได้จากการขายอาหารเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) หักค่าใช้จ่ายได้ตามจริงหรือแบบเหมาตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ยื่น ภ.ง.ด.94 กลางปี และ ภ.ง.ด.90 ปลายปี
  • นิติบุคคล เสียภาษีจากกำไรสุทธิ ยื่น ภ.ง.ด.51 กลางรอบ และ ภ.ง.ด.50 ปลายรอบ พร้อมส่งงบการเงิน
  • ทั้งสองแบบ ถ้ารายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน

รายละเอียดการคำนวณ ตัวอย่างจริง และวิธีเก็บเอกสารรายรับรายจ่ายสำหรับร้านตามสั่ง อ่านต่อได้ที่ ร้านอาหารตามสั่งในตลาด จำเป็นต้องขอใบอนุญาตไหม

เปิดร้านในคอนโดหรืออาคารพาณิชย์ ทำได้ไหม

ก่อนจะไปถึงเรื่องยื่นขอใบอนุญาต ต้องตอบให้ได้ก่อนว่า สถานที่ที่จะเปิดร้านใช้เพื่อการค้าได้หรือไม่ เพราะถ้าสถานที่ใช้ผิดประเภทตั้งแต่แรก ต่อให้เตรียมเอกสารครบแค่ไหนก็ยื่นไม่ผ่าน และถ้าเปิดไปแล้วจะแก้ย้อนหลังยากกว่ามาก

คอนโดแบบไหนเปิดร้านอาหารได้ แบบไหนไม่ได้

ประเภทคอนโดเปิดร้านอาหารได้ไหม
คอนโดพักอาศัยทั่วไปไม่ได้ อาคารได้รับอนุญาตให้ใช้เพื่ออยู่อาศัย ไม่ใช่เพื่อการค้า ถือเป็นการใช้อาคารผิดประเภท และมักขัดข้อบังคับนิติบุคคลอาคารชุดด้วย
คอนโดเชิงพาณิชย์ที่แบ่งพื้นที่ร้านค้าไว้ชัดเจนได้ แต่เปิดได้เฉพาะในยูนิตที่โครงการกำหนดให้เป็นพื้นที่พาณิชย์เท่านั้น
โครงการแบบ Mixed-useได้ ถ้ามีการระบุพื้นที่เพื่อการค้าไว้ในเอกสารโครงการ และนิติบุคคลอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร

จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุดคือคิดว่าร้านเล็ก ๆ หรือขายเฉพาะเดลิเวอรีจะไม่เข้าข่าย ความจริงคือ กฎหมายดูที่การใช้ประโยชน์อาคาร ไม่ได้ดูที่ขนาดร้านหรือช่องทางขาย ถ้าห้องนั้นจดเป็นที่พักอาศัย การปรุงอาหารเพื่อขายก็ถือเป็นการใช้ผิดประเภทอยู่ดี

สิ่งที่ต้องทำก่อนตัดสินใจ คือขอดูข้อบังคับนิติบุคคลอาคารชุดเป็นลายลักษณ์อักษร อย่าอาศัยการบอกปากเปล่าจากนายหน้าหรือเจ้าของห้อง เพราะเวลามีปัญหาผู้ที่ถูกดำเนินการคือผู้ประกอบการ ไม่ใช่คนขายห้อง

เปิดในอาคารพาณิชย์ ต้องตรวจอะไรบ้าง

อาคารพาณิชย์เปิดร้านอาหารได้โดยหลัก แต่ยังมี 4 จุดที่ต้องเช็คก่อนเซ็นสัญญาเช่า

สิ่งที่ต้องตรวจรายละเอียด
ผังเมืองตรวจว่าพื้นที่นั้นอยู่ในเขตที่อนุญาตให้ประกอบกิจการร้านอาหาร บางโซนเป็นพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อยซึ่งจำกัดประเภทกิจการ
เอกสารสิทธิ์การใช้สถานที่สัญญาเช่าที่ระบุวัตถุประสงค์การใช้เพื่อประกอบกิจการร้านอาหาร หรือหนังสือยินยอมจากเจ้าของอาคาร ใช้ยื่นประกอบการขอใบอนุญาต
การดัดแปลงอาคารถ้าต้องทุบผนัง เพิ่มชั้นลอย หรือติดตั้งระบบระบายควันขนาดใหญ่ อาจเข้าข่ายต้องขออนุญาตดัดแปลงอาคารกับเขตหรือเทศบาลแยกอีกฉบับ
ระบบสุขาภิบาลและอัคคีภัยแยกพื้นที่ปรุงอาหาร ล้างภาชนะ และเก็บวัตถุดิบ พร้อมระบบระบายอากาศ บ่อดักไขมัน และอุปกรณ์ดับเพลิงตามที่กฎหมายกำหนด

ข้อที่พลาดกันบ่อยคือ สัญญาเช่าเขียนว่าเช่าเพื่ออยู่อาศัย แล้วนำไปยื่นขอใบอนุญาตร้านอาหาร เจ้าหน้าที่จะตีกลับทันที ควรตกลงกับเจ้าของอาคารเรื่องนี้ตั้งแต่ก่อนเซ็น ไม่ใช่มาแก้ทีหลัง

ถ้าจะจดบริษัทโดยใช้ที่อยู่เช่า มีเงื่อนไขเรื่องเอกสารเพิ่มอีกชุด ดูที่ จดบริษัทแต่ไม่มีสัญญาเช่า ทำอย่างไร และ จดบริษัทเป็นนิติบุคคล แต่ยังไม่มีสถานประกอบการจริง

ร้านเดลิเวอรีและ Cloud Kitchen ต้องขอใบอนุญาตไหม

ต้องขอ เพราะกฎหมายมองที่การปรุงและจำหน่ายอาหาร ไม่ได้มองว่ามีหน้าร้านให้ลูกค้านั่งหรือไม่ ถ้ามีการปรุงอาหารเพื่อขาย ก็ถือเป็นสถานที่จำหน่ายอาหารที่ต้องขอใบอนุญาตหรือแจ้งการประกอบกิจการตามปกติ

และสถานที่ที่ใช้ปรุงต้องเป็นพื้นที่ที่ใช้เพื่อการค้าได้จริง จึงเป็นเหตุผลที่ Cloud Kitchen ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในอาคารพาณิชย์หรือพื้นที่เช่าเชิงพาณิชย์ ไม่ใช่ในคอนโดพักอาศัย

เปิดในที่ที่ใช้ผิดประเภท เสี่ยงอะไรบ้าง

  • ถูกสั่งหยุดประกอบกิจการ เจ้าหน้าที่สั่งให้หยุดได้ทันทีเมื่อตรวจพบหรือมีผู้ร้องเรียน โดยไม่ต้องรอให้แก้ไขก่อน
  • ถูกปรับและสั่งแก้ไขสถานที่ ถ้าฝ่าฝืนซ้ำอาจถูกเพิกถอนสิทธิประกอบกิจการในพื้นที่นั้น ทำให้กลับมาขอใหม่ไม่ได้แม้ภายหลังจะทำให้ถูกต้อง
  • ถูกแพลตฟอร์มเดลิเวอรีระงับร้าน ข้อนี้กระทบเร็วที่สุดในทางปฏิบัติ เพราะแพลตฟอร์มมักขอเอกสารใบอนุญาตเมื่อมีการร้องเรียน และระงับร้านออกจากระบบทันทีถ้าให้ไม่ได้
  • เสียค่าตกแต่งทั้งก้อน เพราะถ้าสถานที่ใช้ไม่ได้ตั้งแต่แรก งานที่ลงทุนไปทั้งครัวและระบบต่าง ๆ ย้ายตามไม่ได้

ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือ ตรวจสถานะสถานที่ให้จบก่อนเซ็นสัญญาเช่าและก่อนลงเงินตกแต่ง ไม่ใช่ตกแต่งเสร็จแล้วค่อยไปยื่นขอใบอนุญาต

ขั้นตอนขอใบอนุญาตร้านอาหาร (ภาพรวม)

  1. จดทะเบียนธุรกิจ (พาณิชย์/บริษัท) ให้เรียบร้อยก่อน
  2. เตรียมสถานที่ ให้ผ่านสุขลักษณะ (ระบบระบายอากาศ ความสะอาด ทางหนีไฟ ถังดับเพลิง)
  3. ยื่นคำขอใบอนุญาต/หนังสือรับรองสถานที่จำหน่ายอาหาร ที่เขต/เทศบาล
  4. รอเจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่ และแก้ไขตามคำแนะนำ (ถ้ามี)
  5. ขอใบอนุญาตเสริม (สุรา/กิจการอันตรายฯ/ป้าย) ตามประเภทร้าน
  6. รับใบอนุญาต และจดบันทึกวันหมดอายุเพื่อต่ออายุตรงเวลา

ระยะเวลาโดยรวม: ขึ้นกับความพร้อมของสถานที่และคิวตรวจของท้องถิ่น โดยทั่วไปอยู่ในหลักสัปดาห์ถึงหลักเดือน

ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

ค่าธรรมเนียมราชการของแต่ละใบอนุญาตอยู่ที่หลักร้อยถึงหลักพันบาท และแตกต่างตามขนาดร้านและพื้นที่ (แต่ละท้องถิ่นกำหนดไม่เท่ากัน) แนะนำให้ตรวจสอบอัตรากับสำนักงานเขต/เทศบาลในพื้นที่ หรือให้ทีมงานช่วยประเมินตามแบบร้านของคุณ

6 ข้อผิดพลาดที่ทำให้ร้านอาหารโดนปรับหรือถูกสั่งปิด

  1. เปิดร้านก่อนได้ใบอนุญาต — เสี่ยงถูกปรับและสั่งหยุดกิจการ
  2. เข้าใจผิดว่าร้านเล็กไม่ต้องขอ — ร้าน ≤200 ตร.ม. ก็ต้องยื่นหนังสือรับรองการแจ้ง
  3. ขายสุราโดยไม่มีใบอนุญาต — โทษตามกฎหมายสรรพสามิต
  4. ลืมใบอนุญาตกิจการอันตรายฯ เมื่อเข้าเงื่อนไข (สะสมแก๊ส LPG มาก / มีดนตรีสด / เป็นครัวกลาง)
  5. เปิดเพลงลิขสิทธิ์โดยไม่ขออนุญาต — เสี่ยงถูกเรียกค่าเสียหาย
  6. ปล่อยใบอนุญาตหมดอายุ — ต้องต่ออายุตามรอบที่กำหนด

[วิธีขอใบอนุญาตขายสุรา], [จดทะเบียนพาณิชย์], และ [ขอใบอนุญาตร้านอาหาร]

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

อย่างน้อยต้องจดทะเบียนธุรกิจ และขอใบอนุญาต/หนังสือรับรองการแจ้งสถานที่จำหน่ายอาหาร ส่วนใบอนุญาตขายสุราขอเพิ่มถ้าขายแอลกอฮอล์ และใบอนุญาตกิจการอันตรายฯ ขอเพิ่มเฉพาะบางกรณี (สะสมแก๊สมาก/ดนตรีสด/ครัวกลาง)
ต้องยื่นหนังสือรับรองการแจ้งจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหาร (ไม่ใช่ใบอนุญาตเต็มรูปแบบ) และจดทะเบียนพาณิชย์
ถ้าปิ้งย่างเพื่อเสิร์ฟลูกค้าในร้าน ไม่ต้องขอ ขอเพียงใบอนุญาต/หนังสือรับรองสถานที่จำหน่ายอาหาร และติดตั้งปล่องดูดควัน/บ่อดักไขมันให้ได้มาตรฐาน — จะต้องขอเพิ่มก็ต่อเมื่อสะสมแก๊ส LPG มาก มีดนตรีสด หรือเป็นครัวกลาง
จดทะเบียน = ทำให้ธุรกิจถูกต้องตามกฎหมาย (พาณิชย์/บริษัท) ส่วนใบอนุญาต = อนุญาตให้ “จำหน่ายอาหาร” ในสถานที่นั้น ต้องมีทั้งคู่
โดยทั่วไปไม่ได้ เพราะคอนโดพักอาศัยได้รับอนุญาตให้ใช้เพื่อการอยู่อาศัย การเปิดร้านถือเป็นการใช้อาคารผิดประเภทและมักขัดข้อบังคับนิติบุคคลอาคารชุด เว้นแต่เป็นคอนโดเชิงพาณิชย์หรือโครงการ Mixed-use ที่ระบุพื้นที่เพื่อการค้าไว้ชัดเจน
ต้องขอ เพราะกฎหมายดูที่การปรุงและจำหน่ายอาหาร ไม่ได้ดูว่ามีที่นั่งให้ลูกค้าหรือไม่ Cloud Kitchen และร้านเดลิเวอรีล้วนต้องขอใบอนุญาตหรือแจ้งการประกอบกิจการเหมือนร้านทั่วไป
ดู 4 อย่างคือผังเมืองว่าโซนนั้นเปิดร้านอาหารได้ สัญญาเช่าต้องระบุวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการไม่ใช่เพื่ออยู่อาศัย งานดัดแปลงอาคารที่อาจต้องขออนุญาตแยก และระบบสุขาภิบาลกับอัคคีภัยตามเกณฑ์
ถูกสั่งหยุดกิจการทันที ถูกปรับและสั่งแก้ไข ถ้าฝ่าฝืนซ้ำอาจถูกเพิกถอนสิทธิประกอบกิจการในพื้นที่นั้น และในทางปฏิบัติแพลตฟอร์มเดลิเวอรีมักระงับร้านออกจากระบบก่อนด้วยซ้ำ

ให้ Greenpro KSP ดูแลการขอใบอนุญาตร้านอาหารให้ครบวงจร

ตั้งแต่จดทะเบียนธุรกิจ เตรียมเอกสาร ยื่นคำขอ จนได้รับใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหาร สุรา และกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ — ดูแลโดยทีมงานมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า 20 ปี ดูแลลูกค้ามาแล้วกว่า 700 ราย

→ ดูรายละเอียด [ขอใบอนุญาตร้านอาหาร สะสมอาหาร|บริการขอใบอนุญาตร้านอาหาร] · ปรึกษาฟรี/ขอใบเสนอราคา · โทร 085-067-4884 · LINE: @greenproksp

แชร์บทความนี้:


ผู้เขียน

Picture of เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
เก่งบัญชี ภาษีบรรเทา
ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี ประสบการณ์กว่า 30 ปี ครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลมากกว่า 400 บริษัท และเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีนโปร เคเอสพี แอคเคาท์ติ้ง จำกัด