ตารางสรุปใบอนุญาตร้านอาหาร
| ใบอนุญาต | จำเป็นเมื่อ | ผู้ออกใบอนุญาต | เอกสารหลัก |
| จดทะเบียนพาณิชย์ / จดบริษัท | ทุกร้าน (เริ่มประกอบกิจการ) | สนง.เขต/เทศบาล หรือ DBD | บัตร ปชช., ทะเบียนบ้านร้าน, สัญญาเช่า |
| ใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหาร (>200 ตร.ม.) | พื้นที่เกิน 200 ตร.ม. | สนง.เขต/เทศบาล/อบต. | แบบคำขอ, เอกสารสถานที่ (สำเนาทะเบียนบ้าน, แผนผังร้าน,ทะเบียนบ้าน, รูปถ่ายร้าน) |
| หนังสือรับรองการแจ้งฯ (≤200 ตร.ม.) | พื้นที่ไม่เกิน 200 ตร.ม. | สนง.เขต/เทศบาล/อบต. | แบบคำขอ, เอกสารสถานที่ (สำเนาทะเบียนบ้าน, แผนผังร้าน,ทะเบียนบ้าน, รูปถ่ายร้าน) |
| ใบอนุญาตขายสุรา | ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ | กรมสรรพสามิต | แบบคำขอ, เอกสารสถานที่, ค่าธรรมเนียม |
| ใบอนุญาตกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ | เฉพาะบางกรณี: สะสมแก๊ส LPG มาก / มีดนตรีสด / ครัวกลาง (ปิ้งย่างเสิร์ฟในร้านได้รับยกเว้น) | สนง.เขต/เทศบาล | แบบคำขอ, แผนผัง, มาตรการความปลอดภัย |
| ขออนุญาตเพลงลิขสิทธิ์ | เปิดเพลงมีลิขสิทธิ์ในร้าน | เจ้าของลิขสิทธิ์/ตัวแทนจัดเก็บ | สัญญาอนุญาต/จ่ายค่าลิขสิทธิ์ |
| ภาษีป้าย / ขออนุญาตป้าย | ติดตั้งป้ายร้าน | ท้องถิ่น/เทศบาล | แบบแสดงรายการภาษีป้าย |
ใบอนุญาตที่ “ทุกร้านต้องมี”
1. จดทะเบียนธุรกิจ (ทะเบียนพาณิชย์ หรือ จดบริษัท)
ก่อนอื่น ร้านต้องมีตัวตนทางกฎหมายให้ชัดเจน ถ้าเปิดร้านในนามบุคคลธรรมดา ให้จดทะเบียนพาณิชย์ภายใน 30 วันนับจากเริ่มกิจการ ที่สำนักงานเขต/เทศบาล ส่วนร้านที่มีหุ้นส่วนหรือต้องการความน่าเชื่อถือและลดหย่อนภาษีนิติบุคคล อาจเลือก จดทะเบียนบริษัท กับ DBD
หมายเหตุ: คำว่า “จดทะเบียนร้านอาหาร” ที่หลายคนค้นหา จริง ๆ หมายถึงขั้นตอนนี้ — ไม่ใช่ใบอนุญาตด้านอาหารโดยตรง
สนใจให้ Greenpro KSP จดทะเบียนให้ครบตั้งแต่ทะเบียนพาณิชย์ถึงจดบริษัท ดูรายละเอียดที่ บริการรับจดทะเบียนบริษัท
2. ใบอนุญาต/หนังสือรับรองการแจ้ง สถานที่จำหน่ายอาหาร
ใบนี้ทุกร้านที่ปรุงอาหารขายต้องมี และแบ่งตามขนาดพื้นที่ร้านเป็น 2 แบบ
| ขนาดร้าน | สิ่งที่ต้องขอ |
|---|---|
| เกิน 200 ตร.ม. | ใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหาร |
| ไม่เกิน 200 ตร.ม. | หนังสือรับรองการแจ้งจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหาร |
ยื่นที่สำนักงานเขตถ้าอยู่กรุงเทพฯ หรือเทศบาล/อบต. ถ้าอยู่ต่างจังหวัด เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสุขลักษณะของสถานที่ก่อนออกใบให้ และใบมีอายุต้องต่อตามรอบที่ท้องถิ่นกำหนด
รายละเอียดเอกสารที่ต้องเตรียม ค่าธรรมเนียมแต่ละขนาดร้าน เกณฑ์สุขลักษณะที่เจ้าหน้าที่ตรวจ และวิธียื่นทีละขั้น อ่านได้ที่ ใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหาร ร้านอาหารและคาเฟ่
ใบอนุญาตที่ขอ “เพิ่มตามประเภทร้าน”
3. ใบอนุญาตขายสุรา (เฉพาะร้านที่ขายแอลกอฮอล์)
ร้านที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องขอใบอนุญาตขายสุราจากกรมสรรพสามิตก่อนเปิดขาย ใบอนุญาตแบ่งเป็นขายปลีกกับขายส่ง ค่าธรรมเนียมต่างกัน และหมดอายุวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี ต้องต่อทุกปี
3 ข้อที่ทำให้ร้านโดนปรับบ่อยที่สุดคือ ขายนอกเวลาที่กฎหมายกำหนด ขายให้คนอายุต่ำกว่า 20 ปี และตั้งจุดขายใกล้สถานศึกษาหรือศาสนสถาน โดยเฉพาะเรื่องเวลาขายที่มีการผ่อนปรนเป็นระยะ ต้องเช็กประกาศล่าสุดก่อนเสมอ
ขั้นตอนขอ เอกสาร ค่าธรรมเนียมแต่ละประเภท เวลาขายที่ใช้อยู่ปัจจุบัน และวิธีต่ออายุ อ่านครบได้ที่ วิธีขอใบอนุญาตขายสุรา
4. ใบอนุญาตกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
เข้าใจให้ถูกก่อน: การปิ้ง ย่าง ทอด เพื่อเสิร์ฟลูกค้าในร้าน ไม่ต้องขอใบอนุญาตนี้ ได้รับยกเว้นตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2558 เพราะถือว่าอยู่ภายใต้ใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหารอยู่แล้ว ท้องถิ่นจะคุมเรื่องควันและกลิ่นผ่านปล่องดูดควันกับบ่อดักไขมันแทน
ร้านอาหารต้องขอใบนี้เพิ่มเฉพาะ 3 กรณีเท่านั้น
- สะสมแก๊ส LPG เกินเกณฑ์ที่ท้องถิ่นกำหนด
- มีดนตรีสดหรือคาราโอเกะ
- เป็นครัวกลางผลิตส่งขายส่ง
ถ้าร้านเข้าข่าย 3 กรณีนี้ ดูประเภทกิจการทั้งหมดที่กฎหมายกำหนด เอกสาร ค่าธรรมเนียม และขั้นตอนยื่นได้ที่ ใบอนุญาตกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
5. เพลงลิขสิทธิ์ และป้ายร้าน
- เปิดเพลงในร้าน: ต้องได้รับอนุญาต/ชำระค่าลิขสิทธิ์กับเจ้าของสิทธิ์ (ไม่ใช่ใบอนุญาตจากรัฐ แต่เลี่ยงไม่ได้ มิฉะนั้นเสี่ยงถูกฟ้อง)
•ติดป้ายร้าน: มีภาระ ภาษีป้าย และอาจต้องขออนุญาตติดตั้งกับท้องถิ่น
ร้านอาหารตามสั่ง / ก๋วยเตี๋ยว / ร้านเล็กในตลาด ต้องจดทะเบียนและขอใบอนุญาตไหม?
ต้องจดครับ แม้เป็นร้านตามสั่งเล็ก ๆ ร้านก๋วยเตี๋ยว หรือร้านในตลาด/หมู่บ้าน ตามกฎหมายก็ถือเป็น “สถานที่จำหน่ายอาหาร” ที่ต้องดำเนินการให้ถูกต้องก่อนเปิด
- จดทะเบียนพาณิชย์: ร้านในนามบุคคลธรรมดาควรจดภายใน 30 วันหลังเริ่มกิจการ
- หนังสือรับรองการแจ้งจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหาร: สำหรับร้านพื้นที่ ≤200 ตร.ม. (ร้านเล็กส่วนใหญ่อยู่กลุ่มนี้)
- หนังสือยินยอมใช้พื้นที่: ถ้าเช่าแผง/พื้นที่ในตลาด ต้องขอจากเจ้าของพื้นที่แนบคำขอ
ร้านอาหารต้องเสียภาษีอะไรบ้าง
สรุปสั้น ๆ คือขึ้นกับรูปแบบที่จดทะเบียนไว้
- บุคคลธรรมดา เงินได้จากการขายอาหารเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) หักค่าใช้จ่ายได้ตามจริงหรือแบบเหมาตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ยื่น ภ.ง.ด.94 กลางปี และ ภ.ง.ด.90 ปลายปี
- นิติบุคคล เสียภาษีจากกำไรสุทธิ ยื่น ภ.ง.ด.51 กลางรอบ และ ภ.ง.ด.50 ปลายรอบ พร้อมส่งงบการเงิน
- ทั้งสองแบบ ถ้ารายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน
รายละเอียดการคำนวณ ตัวอย่างจริง และวิธีเก็บเอกสารรายรับรายจ่ายสำหรับร้านตามสั่ง อ่านต่อได้ที่ ร้านอาหารตามสั่งในตลาด จำเป็นต้องขอใบอนุญาตไหม
เปิดร้านในคอนโดหรืออาคารพาณิชย์ ทำได้ไหม
ก่อนจะไปถึงเรื่องยื่นขอใบอนุญาต ต้องตอบให้ได้ก่อนว่า สถานที่ที่จะเปิดร้านใช้เพื่อการค้าได้หรือไม่ เพราะถ้าสถานที่ใช้ผิดประเภทตั้งแต่แรก ต่อให้เตรียมเอกสารครบแค่ไหนก็ยื่นไม่ผ่าน และถ้าเปิดไปแล้วจะแก้ย้อนหลังยากกว่ามาก
คอนโดแบบไหนเปิดร้านอาหารได้ แบบไหนไม่ได้
| ประเภทคอนโด | เปิดร้านอาหารได้ไหม |
|---|---|
| คอนโดพักอาศัยทั่วไป | ไม่ได้ อาคารได้รับอนุญาตให้ใช้เพื่ออยู่อาศัย ไม่ใช่เพื่อการค้า ถือเป็นการใช้อาคารผิดประเภท และมักขัดข้อบังคับนิติบุคคลอาคารชุดด้วย |
| คอนโดเชิงพาณิชย์ที่แบ่งพื้นที่ร้านค้าไว้ชัดเจน | ได้ แต่เปิดได้เฉพาะในยูนิตที่โครงการกำหนดให้เป็นพื้นที่พาณิชย์เท่านั้น |
| โครงการแบบ Mixed-use | ได้ ถ้ามีการระบุพื้นที่เพื่อการค้าไว้ในเอกสารโครงการ และนิติบุคคลอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร |
จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุดคือคิดว่าร้านเล็ก ๆ หรือขายเฉพาะเดลิเวอรีจะไม่เข้าข่าย ความจริงคือ กฎหมายดูที่การใช้ประโยชน์อาคาร ไม่ได้ดูที่ขนาดร้านหรือช่องทางขาย ถ้าห้องนั้นจดเป็นที่พักอาศัย การปรุงอาหารเพื่อขายก็ถือเป็นการใช้ผิดประเภทอยู่ดี
สิ่งที่ต้องทำก่อนตัดสินใจ คือขอดูข้อบังคับนิติบุคคลอาคารชุดเป็นลายลักษณ์อักษร อย่าอาศัยการบอกปากเปล่าจากนายหน้าหรือเจ้าของห้อง เพราะเวลามีปัญหาผู้ที่ถูกดำเนินการคือผู้ประกอบการ ไม่ใช่คนขายห้อง
เปิดในอาคารพาณิชย์ ต้องตรวจอะไรบ้าง
อาคารพาณิชย์เปิดร้านอาหารได้โดยหลัก แต่ยังมี 4 จุดที่ต้องเช็คก่อนเซ็นสัญญาเช่า
| สิ่งที่ต้องตรวจ | รายละเอียด |
|---|---|
| ผังเมือง | ตรวจว่าพื้นที่นั้นอยู่ในเขตที่อนุญาตให้ประกอบกิจการร้านอาหาร บางโซนเป็นพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อยซึ่งจำกัดประเภทกิจการ |
| เอกสารสิทธิ์การใช้สถานที่ | สัญญาเช่าที่ระบุวัตถุประสงค์การใช้เพื่อประกอบกิจการร้านอาหาร หรือหนังสือยินยอมจากเจ้าของอาคาร ใช้ยื่นประกอบการขอใบอนุญาต |
| การดัดแปลงอาคาร | ถ้าต้องทุบผนัง เพิ่มชั้นลอย หรือติดตั้งระบบระบายควันขนาดใหญ่ อาจเข้าข่ายต้องขออนุญาตดัดแปลงอาคารกับเขตหรือเทศบาลแยกอีกฉบับ |
| ระบบสุขาภิบาลและอัคคีภัย | แยกพื้นที่ปรุงอาหาร ล้างภาชนะ และเก็บวัตถุดิบ พร้อมระบบระบายอากาศ บ่อดักไขมัน และอุปกรณ์ดับเพลิงตามที่กฎหมายกำหนด |
ข้อที่พลาดกันบ่อยคือ สัญญาเช่าเขียนว่าเช่าเพื่ออยู่อาศัย แล้วนำไปยื่นขอใบอนุญาตร้านอาหาร เจ้าหน้าที่จะตีกลับทันที ควรตกลงกับเจ้าของอาคารเรื่องนี้ตั้งแต่ก่อนเซ็น ไม่ใช่มาแก้ทีหลัง
ถ้าจะจดบริษัทโดยใช้ที่อยู่เช่า มีเงื่อนไขเรื่องเอกสารเพิ่มอีกชุด ดูที่ จดบริษัทแต่ไม่มีสัญญาเช่า ทำอย่างไร และ จดบริษัทเป็นนิติบุคคล แต่ยังไม่มีสถานประกอบการจริง
ร้านเดลิเวอรีและ Cloud Kitchen ต้องขอใบอนุญาตไหม
ต้องขอ เพราะกฎหมายมองที่การปรุงและจำหน่ายอาหาร ไม่ได้มองว่ามีหน้าร้านให้ลูกค้านั่งหรือไม่ ถ้ามีการปรุงอาหารเพื่อขาย ก็ถือเป็นสถานที่จำหน่ายอาหารที่ต้องขอใบอนุญาตหรือแจ้งการประกอบกิจการตามปกติ
และสถานที่ที่ใช้ปรุงต้องเป็นพื้นที่ที่ใช้เพื่อการค้าได้จริง จึงเป็นเหตุผลที่ Cloud Kitchen ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในอาคารพาณิชย์หรือพื้นที่เช่าเชิงพาณิชย์ ไม่ใช่ในคอนโดพักอาศัย
เปิดในที่ที่ใช้ผิดประเภท เสี่ยงอะไรบ้าง
- ถูกสั่งหยุดประกอบกิจการ เจ้าหน้าที่สั่งให้หยุดได้ทันทีเมื่อตรวจพบหรือมีผู้ร้องเรียน โดยไม่ต้องรอให้แก้ไขก่อน
- ถูกปรับและสั่งแก้ไขสถานที่ ถ้าฝ่าฝืนซ้ำอาจถูกเพิกถอนสิทธิประกอบกิจการในพื้นที่นั้น ทำให้กลับมาขอใหม่ไม่ได้แม้ภายหลังจะทำให้ถูกต้อง
- ถูกแพลตฟอร์มเดลิเวอรีระงับร้าน ข้อนี้กระทบเร็วที่สุดในทางปฏิบัติ เพราะแพลตฟอร์มมักขอเอกสารใบอนุญาตเมื่อมีการร้องเรียน และระงับร้านออกจากระบบทันทีถ้าให้ไม่ได้
- เสียค่าตกแต่งทั้งก้อน เพราะถ้าสถานที่ใช้ไม่ได้ตั้งแต่แรก งานที่ลงทุนไปทั้งครัวและระบบต่าง ๆ ย้ายตามไม่ได้
ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือ ตรวจสถานะสถานที่ให้จบก่อนเซ็นสัญญาเช่าและก่อนลงเงินตกแต่ง ไม่ใช่ตกแต่งเสร็จแล้วค่อยไปยื่นขอใบอนุญาต
ขั้นตอนขอใบอนุญาตร้านอาหาร (ภาพรวม)
- จดทะเบียนธุรกิจ (พาณิชย์/บริษัท) ให้เรียบร้อยก่อน
- เตรียมสถานที่ ให้ผ่านสุขลักษณะ (ระบบระบายอากาศ ความสะอาด ทางหนีไฟ ถังดับเพลิง)
- ยื่นคำขอใบอนุญาต/หนังสือรับรองสถานที่จำหน่ายอาหาร ที่เขต/เทศบาล
- รอเจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่ และแก้ไขตามคำแนะนำ (ถ้ามี)
- ขอใบอนุญาตเสริม (สุรา/กิจการอันตรายฯ/ป้าย) ตามประเภทร้าน
- รับใบอนุญาต และจดบันทึกวันหมดอายุเพื่อต่ออายุตรงเวลา
ระยะเวลาโดยรวม: ขึ้นกับความพร้อมของสถานที่และคิวตรวจของท้องถิ่น โดยทั่วไปอยู่ในหลักสัปดาห์ถึงหลักเดือน
ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
ค่าธรรมเนียมราชการของแต่ละใบอนุญาตอยู่ที่หลักร้อยถึงหลักพันบาท และแตกต่างตามขนาดร้านและพื้นที่ (แต่ละท้องถิ่นกำหนดไม่เท่ากัน) แนะนำให้ตรวจสอบอัตรากับสำนักงานเขต/เทศบาลในพื้นที่ หรือให้ทีมงานช่วยประเมินตามแบบร้านของคุณ
6 ข้อผิดพลาดที่ทำให้ร้านอาหารโดนปรับหรือถูกสั่งปิด
- เปิดร้านก่อนได้ใบอนุญาต — เสี่ยงถูกปรับและสั่งหยุดกิจการ
- เข้าใจผิดว่าร้านเล็กไม่ต้องขอ — ร้าน ≤200 ตร.ม. ก็ต้องยื่นหนังสือรับรองการแจ้ง
- ขายสุราโดยไม่มีใบอนุญาต — โทษตามกฎหมายสรรพสามิต
- ลืมใบอนุญาตกิจการอันตรายฯ เมื่อเข้าเงื่อนไข (สะสมแก๊ส LPG มาก / มีดนตรีสด / เป็นครัวกลาง)
- เปิดเพลงลิขสิทธิ์โดยไม่ขออนุญาต — เสี่ยงถูกเรียกค่าเสียหาย
- ปล่อยใบอนุญาตหมดอายุ — ต้องต่ออายุตามรอบที่กำหนด
[วิธีขอใบอนุญาตขายสุรา], [จดทะเบียนพาณิชย์], และ [ขอใบอนุญาตร้านอาหาร]
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ให้ Greenpro KSP ดูแลการขอใบอนุญาตร้านอาหารให้ครบวงจร
ตั้งแต่จดทะเบียนธุรกิจ เตรียมเอกสาร ยื่นคำขอ จนได้รับใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหาร สุรา และกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ — ดูแลโดยทีมงานมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า 20 ปี ดูแลลูกค้ามาแล้วกว่า 700 ราย
→ ดูรายละเอียด [ขอใบอนุญาตร้านอาหาร สะสมอาหาร|บริการขอใบอนุญาตร้านอาหาร] · ปรึกษาฟรี/ขอใบเสนอราคา · โทร 085-067-4884 · LINE: @greenproksp